Title: Straight out of Line
Status: 3/6
Fandom: Bigbang
Pairing: Tempo x Jiyong
Author: kiba kai
Rating: R (for violence usage)
Genre: AU, Drama
Disclaimer: don’t own the boys, no money made
Warning: YAOI [BOY x BOY]
Image Song: Bittersweet: Brave Brothers (feat. M, 현아, 마부스, 레드락, 베이직) เพราะจัง ฮืออ [download here]
For earlier chapter: [my fic index]
นี่มันที่ไหนกัน เซฟเฮาส์ของคนรวยโรคจิตหรือยังไง... จียงทรุดนั่งลงริมหน้าต่างอย่างหมดหวัง
ตาเรียวเหม่อมองออกไปด้านนอก ทะเลสีฟ้าที่อยู่เพียงมือเอื้อม แม้มันจะสวยงามแค่ไหนก็ช่วยปลอบใจเขาไม่ได้
ฝ่ามือทาบค้างอยู่บนผิวเย็นเยียบของกระจก เสียดายนักที่จียงไม่ทันเห็น
...
...สองร่างเร้นกายในเงาไม้

Straight out of Line
By kiba kai
Chapter 3: unfaithful
...
เสียงคลื่นซัดกระแทกสะพานหินดังเป็นระยะ...
ภายในโกดังร้างริมท่าเรือปรากฏเงาร่างของชายกำยำสองคนใต้แสงสลัวของตะเกียง
“...แน่ใจนะว่านั่นคือ ‘เทมโป’ ” โอจินฮวานชายผิวขาวจัดอดีตนายตำรวจเอ่ยถามคู่หู
“โดน
มันเล่นงานไปครั้งนึง ใครจะลืมลงวะ”
อิมแทบินชายผิวแทนตบโต๊ะอย่างแค้นเคือง
“เจ้านั่นเคยฝ่าด่านตำรวจเป็นสิบเข้ามายิงนักโทษที่เราคุมตัวอยู่
ฉันเห็นหน้ามันชัดเลย สายตามันตอนลงมือ... ดูก็รู้ว่าไม่ธรรมดา”
“แล้ว
คนที่อยู่ด้วยนั่นจะใช่คุณหนูอะไรนี่หรือเปล่า”
เห็นแค่ตอนยืนอยู่ริมหน้าต่าง
เพียงครู่เดียวเท่านั้นก่อนเจ้าเทมโปกระชากผ้าม่านปิด
“ใช่
ไม่ผิดตัวหรอก จะว่าไปก็โชคดีชะมัด ไอ้พ่อค้าข่าวอะไรนั่นมันรู้ได้ยังไง”
เพราะปาร์คฮงจุน อดีตเพื่อนร่วมรุ่นเสนองานนี้มาให้
ลูกชายของท่านรัฐมนตรีจินอูถูกลักพาตัวไป
เบาะแสเท่าที่พอเชื่อถือได้มีเพียงว่าเป็นฝีมือของ ‘เทมโป’
ส่วนข้อมูลมากกว่านั้นให้ไปรีดเอาจากพ่อค้าข่าวที่ชื่อเบคคยอง
ตามข้อตกลงคือให้ชิงตัวควอนจียงกลับมา และงานนี้ต้องเป็นความลับ
...ก็สมควร ถูกล้วงคองูเห่าแบบนี้ขืนออกข่าวใหญ่โตไป
ตำรวจทั้งกรมมีหวังขายหน้าไปอีกนาน
“เฮอะ อะไรก็ช่าง เราเจอมันแล้วก็ถือว่ามันซวยไปก็แล้วกัน” จินฮวานกระตุกยิ้ม
ปลายมีดคอมแบตเงาวับสะท้อนแสงไฟ
...
แสง
สว่างของกลางวันมอดไปเสียนานแล้ว
แต่ควอนจียงยังคงยืนมองจุดที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า
พันธนาการบนข้อมือยังคงตรึงแน่นแต่ดูเหมือนเขาชักจะเริ่มชิน
หน้าผากมนพิงเข้ากับบานกระจก ในใจไม่อยากยอมรับว่าเขาหมดปัญญาจะหนีไปจากที่นี่
เขา
ได้นอนสบายบนเตียงแถมไม่ถูกคล้องกับท่อเหล็กเหมือนที่ผ่านมาก็จริง
แต่เจ้านั่นเล่นนั่งเฝ้าอยู่ปลายเท้าตลอดเวลาแบบนั้น
จะกระดิกตัวทียังไม่พ้นสายตา
...ไอร้อนจากลมหายใจก่อฝ้าจางบนบานกระจก
ฉับพลันทิวทัศน์ด้านนอกกลับทึบลง ผู้คุมตัวเขาเอื้อมข้ามไหล่มากระชากผ้าม่านปิด
แค่จะมองโน่นนี่ยังจะมาห้าม... “ไหนว่าฉันทำอะไรก็ได้ไง” จียงยังคงยืนนิ่ง
“...งั้นอย่าเชื่อฉันให้มากนัก” ซึงฮยอนกระชากแขนผอมบางให้ลงไปชั้นล่าง
ทั้งคู่อยู่ที่บ้านพักหลังนี้มาได้สองวันแล้ว ...ดูเหมือนว่าทุกหกชั่วโมงซึงฮยอนจะถ่ายรูปจียงส่งไปหาใครสักคน
...จะ
ถ่ายอีกหรือไง จียงเหลืือบมองเลนส์กล้องที่กำลังจะถ่ายเขาจากด้านข้าง
...ร่างบางคิดอะไรเล่นๆก่อนจะหันไปฉีกยิ้มให้กล้องตอนชัตเตอร์ถูกกดลงพอดี
เขามองเห็นร่างใหญ่ชะงักไปเล็กน้อย “ทำไม ดูมีความสุขไปเหรอ” เขาแหย่
ซึงฮยอนส่ายหน้าเบาๆพลางเก็บโทรศัพท์ลง “นายมองออกไปข้างนอกตลอด หวังจะให้มีคนผ่านมาช่วยหรือไง”
จี
ยงตักอาหารเข้าปาก ลังเลอยู่ชั่วขณะว่าจะตอบออกไปดีไหม
...แต่มันคงไม่ทำให้สถานการณ์แย่ลงกว่าที่เป็นอยู่นัก
“...ฉันไม่ค่อยได้เห็นทะเล”
“...” ดูจากสีหน้า อีกฝ่ายคงไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับวิวทิวทัศน์สักเท่าไหร่
...ถูกของจียง ซึงฮยอนไม่รู้สึกอะไรกับมันจริงๆ แต่เมื่อเขานึกย้อนไป...
.
‘ดูสิซึงฮยอน ทะเลสวยไม่ใช่เหรอ~’
.
‘ไว้มาด้วยกันอีกนะ’
.
สร้อยแหวนสองวงที่คอคล้ายกับอุ่นวาบขึ้นมาชั่วขณะ... ซึงฮยอนมองจียงราวกับสิ่งที่เขาพูดนั้นประหลาดเสียมากมาย
“ออกไปดูกันไหมล่ะ” ร่างบางชวนเล่นๆ ได้ออกไปจริงก็ตลกแล้ว
ซึงฮยอนหยัดกายลุกขึ้นไปปิดไฟ
“มันมืดแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกัน”
...
บน
เตียงนอนหลังใหญ่ จียงที่ยังข่มตาไม่หลับนอนคิดอะไรไปเรื่อย
มือบางประสานไว้ใต้ท้ายทอย หลังจากต้องใส่กุญแจมือไว้เกือบอาทิตย์
เขาเริ่มเรียนรู้วิธีที่จะอยู่กับมัน
ศีรษะเงยขึ้นเล็กน้อย... แล้วก็เหมือนเคย ซึงฮยอนกำลังมองเขาอยู่ “เมื่อเย็นนายพูดจริงเหรอ”
“...เรื่องอะไร”
“ที่บอกว่าจะให้ออกไปดูทะเล...”
“...”
เขามักจะเห็นจียงใช้เวลาเป็นนานยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง
สายตามองตรงไปข้างนอกนั่น ดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร
ทั้งที่ภาพเบื้องหน้าก็ยังคงเป็นเช่นเดิม น้ำกับฟ้า หาดทรายกับโขดหิน
แนวต้นไม้กับฝูงนกนางนวล แต่สิ่งเหล่านั้นดึงความสนใจจียงไปได้หมด
...
เขาชอบความเงียบ แบบนี้ก็ดีแล้วนี่
ไม่มีสนทนาที่ไร้ความหมาย...
ใช่ เพราะควอนจียงคุยกับเขาไปก็ไม่มีประโยชน์ ...คนๆนี้จะตายเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับ ‘JK’ นายจ้างงานนี้เท่านั้น
ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วสินะ งั้นคงอีกไม่นาน
.
‘ดูสิซึงฮยอน ทะเลสวยไม่ใช่เหรอ~’ ...ถ้าจียงเห็นว่ามันสวยเหมือนกัน
.
‘ไว้มาด้วยกันอีกนะ’ ...คำสัญญาที่ไม่มีทางเป็นจริงอีกต่อไป
.
...อีกสามชั่วโมงพระอาทิตย์จะขึ้น
...อีกสามชั่วโมง เสียงโทรศัพท์จากนายจ้างคงดังอีกครั้ง
....
.
“...ออกไปดูตอนนี้เลยก็ได้”
...
มืด... ช่างมืดเหลือเกิน...
พระจันทร์คงหลบอยู่อีกซีกหนึ่งของท้องฟ้า
แสงดาวสลัวส่องให้เห็นเพียงเส้นขอบระหว่างทรายสีเทากับทะเลสีดำ
ไม่มีอะไรชวนมอง
...ควอน
จียงเดินช้าๆอยู่เบื้องหน้าเขา สองแขนผอมบางชูขึ้นเหนือศีรษะ
ชายเสื้อถูกรั้งขึ้นเหนือขอบกางเกง เสียงลมหายใจถูกสูดเข้า
...กลิ่นเกลือเจือจางในอากาศ
ใบหน้ากลมเหลียวมามองเขา “...ทำไมถึงให้ฉันออกมาล่ะ”
“...”
“...Dead man’s wish?” ...คำขอสุดท้ายของนักโทษประหาร ฉันกำลังจะตายงั้นสินะ... จียงนึกในใจ
จะ
คิดแบบนั้นก็ได้... ซึงฮยอนยังคงไม่ตอบอะไร
แม้จะเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า
ในสายตาคมนั้นมองเห็นเป็นควอนจียงหรือเจ้าของแหวนบนอกไม่มีใครรู้
...แวว
ตาประหลาดที่จียงจะเห็นได้จากซึงฮยอนเป็นบางครั้งกำลังมองกลับมา
...เหมือนตอนที่พันแผลให้ เหมือนตอนที่คิดว่าเขาหลับไปแล้ว
...มันไม่ฉายแววของผู้ร้ายลักพาตัวแม้สักนิด
...
ถ้าเราได้พบกันแบบอื่นจะเป็นยังไง...
ถ้าเพียงเป็นคนแปลกหน้าในร้านกาแฟ... ร้านหนังสือ... สวนสาธารณะ...
ถ้ากุญแจมือที่สวมอยู่นี่เป็นเพียงเครื่องประดับที่นายมอบให้ไว้..
ฉับ
พลันเสียงขึ้นไกปืนดังขึ้นจากด้านหลัง ตาคมเบิกโพลงขึ้น
มือใหญ่ชักปืนจะหันกลับไปประจันหน้าแต่สายไปเสียแล้ว
...เสียงแหวกอากาศเบาๆของกระสุนที่ออกจากปากกระบอกปืนเก็บเสียงสะท้อนเข้าหู
เพียงเสี้ยววินาทีก่อนความเจ็บราวกับไฟเผาจะประทุขึ้นบนไหล่ขวา
ใคร? ทำไม? ต้องการอะไร?
เขาหรือควอนจียง?
ซึง
ฮยอนใช้มือซ้ายชักปืนแทนก่อนจะเอาตัวบังจียงไว้
ชายใต้หมวกคลุมศีรษะที่วิ่งเข้ามาชะงักไปชั่วขณะ
ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบวิถีกระสุนที่ซึงฮยอนยิงสวนทันที
“วิ่งสิควอนจียง! พ่อเธอส่งฉันมา”
ตอน
นั้นร่างบางตกใจจนก้าวขาไม่ออก ในความมืด
ซึงฮยอนที่ดูเหมือนถูกกระแทกอย่างแรงที่ไหล่ยังพยายามดันเขาไปหลบข้างหลัง
...ของเหลวสีดำที่กระเซ็นใส่เสื้อและแก้มคืออะไร
แต่เพียงได้ยินคำว่า ‘พ่อ’ เท่านั้น จียงจึงเริ่มคิดได้ ...ซึงฮยอนเป็นผู้ร้ายและเขาคือเชลย
เขาควรจะหนี...
ซึงฮยอนล้มลงและกำลังจะถูกยิงซ้ำ
เขาควรจะหนี...
ปลายกระบอกปืนถูกยกขึ้นเล็ง ระยะเพียงไม่ถึงเมตร ...ไม่มีทางรอด
เขาควรจะหนี...
แต่
“ไม่!
หยุดนะ!” จียงคิดอะไรอยู่กันถึงพยายามจะเข้าไปขวางทางปืน
เพียงแต่เขาถูกมืออีกคู่กระชากไปอีกทาง
ร่างบางพยายามดิ้นแต่แล้วกลับถูกต่อยเข้ากลางลำตัวจนจุกไปหมด
สติเริ่มเลือนลาง...
เสียงปืนดังขึ้นสองสามนัดก่อนเปลือกตาบางจะปิดลง
...
เสียงดนตรีออร์เคสตร้าวง
เล็กในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูกำลังบรรเลงขับกล่อมแขกเหรื่อของวงสังคมชั้น
สูง
งานเลี้ยงฉลองตำแหน่งรัฐมนตรีของท่านจินอูที่คราวนี้เป็นคิวของพรรคที่
สังกัดจัดฉลองให้
บุคคลผู้มีตำแหน่งสูงทั้งทางการเมืองและของกรมตำรวจมารวมตัวกันที่นี่
ปา
ร์คฮงจุน หัวหน้าทีมคุ้มกันของงานยืนคุมสถานการณ์บนระเบียงชั้นสอง
สายตาคมกริบมองไปตามแต่ละจุดที่มีผู้คุ้มกันประจำอยู่
เจ้าหน้าที่แต่ละคนได้รับมอบหมายมาจากกรมตำรวจโดยตรง
แต่ละนายมีฝีมือและประสบการณ์สูง
ท่านจินอูอยู่ในสายตาเขาตลอด วงสนทนาที่แต่ละสมาชิกเองก็มีผู้คุ้มกันส่วนตัวตามประกบ
...เพรียบพร้อมขนาดนี้ ไม่ต้องมีเขายังไ้ด้
ร่างสูงลอบถอนหายใจ
ในใจไพล่คิดไปถึงเด็กหนุ่มอีกคน ...ถ้าวันนั้นมีการ์ดมากขนาดนี้จะยังมีคนพาไปได้อีกหรือเปล่า
ถ้าวันนั้นเขาไม่ละสายตาไปไหน วันนี้ก็คงอยู่ที่นี่สินะ... ยืนจิบคอกเทลและยิ้มทักทายแขกผู้ใหญ่
ฮงจุนได้ยินแขกสองสามคนถามถึงลูกชายท่าน เขามองเห็นจินอูข่มความรู้สึกสิ้นหวังไว้ในอกก่อนตอบไปเพียงว่าจียงกำลังพักผ่อนที่ต่างประเทศ
เสียง
รายงานสถานการณ์ตามกำหนดเวลาดังผ่านหูฟังไร้สาย ไม่มีอะไรผิดปรกติ
ไม่มีบุคคลสำคัญหายไป ไม่มีแม้ข้อความข่มขู่จากโซจุงควอน
ตัวการที่จับจียงไป ...เงียบสนิทจนน่าผิดหวัง
ไม่หรอก
เขาไม่ได้หวังว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แต่อย่างน้อยเขาอยากรู้ความเคลื่อนไหวและข้อเรียกร้องเพื่อแลกตัวจียงกลับมา
เสียที ...ทุกหกชั่วโมงเขาต้องทนดูภาพถ่ายของจียงที่ถูกส่งมา
ภาพยามหลับ... ร่างกายที่ผ่ายผอมและบาดเจ็บ
สถานที่ในห้องหรือภายในรถแทบไม่ซ้ำกัน จียงคงได้อยู่ไม่ติดที่ เดินทางตลอดเวลาแบบนั้นการจะสืบหายิ่งแทบไม่มีหวัง
...รอยช้ำตามแขนขาและใบหน้าในจุดที่มองเห็น
แล้วที่มองไม่เห็นเล่า จะไม่ยิ่งมากกว่านี้หรือ?
ฮงจุน
ไม่ได้รายงานจินอูถึงรูปพวกนี้ ยิ่งเห็นคงยิ่งไม่สบายใจ
ขนาดเขายังแทบทนไม่ได้ เมื่อหลายวันก่อน สองคนที่เขาส่งไปตาม
รายงานว่าได้เบาะแสแล้วและกำลังตามสืบอยู่
ใช่ว่าแทบินกับจินฮวานจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
ประวัติของสองคนนั้นไม่สู้ดีนักเขาเองก็รู้อยู่
แต่หากต้องการให้เป็นความลับ เขาจะทำอย่างไรได้
ใจจริงเขาอยากออกไป
ตามจียงเองด้วยซ้ำ แต่สถานการณ์ตอนนี้โซจุงควอนต้องการอะไรก็ยังไม่รู้แน่
เขาต้องการข้อเสนอที่ชัดเจนก่อนหากต้องออกห่างจากท่านจินอูจริงๆ
...
ปลายนิ้วเลื่อนไล้บนใบหน้าที่เป็นเพียงภาพถ่ายในโทรศัพท์
...จะต้องรอถึงเมื่อไหร่
...
“นี่คุณหนู ตื่นได้แล้ว”
เสียง
แหบห้าวดังขึ้นอยู่ไม่ไกล ฝ่ามือหยาบกร้านแตะลงที่ต้นแขน
ความจุกเสียดที่หน้าท้องเป็นสิ่งแรกที่จียงรู้สึก
รุนแรงจนเขาต้องพลิกตะแคงเพื่องอตัวลง อาการค่อยเบาบางลงบ้าง
...กุญแจมือยังล็อคแน่นหนา
“พวกคุณเป็นใคร” ชายแปลกหน้าสองคน …ที่นี่... โกดัง?
ชายผิวขาวที่อยู่ข้างเขาตอบ “อย่างที่บอก เราเป็นคนของพ่อเธอ อีกไม่นานเธอก็ได้กลับบ้าน”
จี
ยงยันกายลุกขึ้นนั่ง “คนเมื่อครู่ ...ที่ถูกยิงน่ะเขาเป็นยังไงบ้าง”
เสียงเล็กยิ่งสั่นปลายเมื่อก้มลงมองอกเสื้อ ของเหลวสีดำ ไม่...
สีน้ำตาลเข้ม
...เลือด
“เจ้านั่น ร้ายเป็นบ้า แต่ถึงไม่ตายก็คงเจ็บหนัก” แทบินเช็ดเลือดมุมปาก
จียงพยายามตั้งสติแม้ตอนนี้ใจเขาจะเต้นแรงขนาดไหน
ตาเรียวมองไปรอบกาย “...ฉันขอโทรหาพ่อได้ไหม”
จินฮวานหัวเราะในลำคอ “ไม่ต้องห่วง เราติดต่อฮงจุนแล้ว รอให้พระอาทิตย์ขึ้นเราจะออกเดินทางกัน”
เพียง
ได้ยินชื่อคนสนิทของพ่อ จียงจึงได้เบาใจ ...เพราะพี่ฮงจุนดูแลเขาดีเสมอ
ช่วงนี้พ่องานยุ่งมาก คงต้องอยู่ช่วยสินะ งั้นก็เหลือเพียงแค่รอ...
ร่าง
บางถอนหายใจเบาๆเมื่อนึกถึงพี่ชายที่คอยอยู่ข้างกายพ่อ...
ป่านนี้จะทำอะไรอยู่ เขาหายไปแบบนี้จะโทษตัวเองหรือเปล่า
...หรือไม่คงนั่งด่าเขาจนไม่เหลือดี
ไม่ว่าจะคิดถึงใครหรืออะไรอยู่ ทว่ากลับลืมไปเสียสิ้นเมื่อมือเรียวปาดเช็ดคราบเลือดบนแก้ม
เขากำลังจะได้กลับบ้านใช่ไหม
แล้วความรู้สึกวูบไหวในอกนี่คืออะไรกัน
...
เงาร่างสูงซวนเซในความมืด
โขด
หินคมกริบเฉือนเข้าผิวหนังเมื่อฝีเท้าสะดุดล้ม
เฉี่ยวซ้ำบนผิวแก้มไม่ไกลจากแผลเดิม กระสุนบนไหล่ขวาฝังใน แต่โชคดี
นัดต่อมาถากเนื้อชายโครงไปได้ ซึงฮยอนไม่ยอมเสียเวลาย้อนกลับไปทำแผล
เพราะตอนที่สู้กันบนหาด เขากระชากหน้ากากของอีกฝ่ายได้
แม้จะไม่ชัดนักแต่เขาแน่ใจ อิมแทบิน อดีตนายตำรวจตัวแสบ
งั้นอีกคนคงเป็นพาร์ทเนอร์เจ้านั่น โอจินฮวาน
คนในคงใช้สองคนนี้มาตาม แต่เรื่องวิธีการ เขาไม่แน่ใจว่าตามมาถูกได้ยังไง
...
...หรือว่าการที่เจ้านั่นชอบยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง เพราะเห็นใครที่ตามมาช่วย?
...หรือว่าสีหน้าที่เขาเดาไม่ออกนั่น ที่แท้แล้วคงคิดหาทางหนีอยู่ตลอดเวลา
...ที่บอกว่าอยากออกไปดูทะเล มันก็แค่ข้ออ้างสินะ
...
...ไม่เลวนี่ เล่นเอาเขาเชื่อสนิท
...
ช่างมัน เรื่องนั้นยังไม่มีเวลาคิด ขืนปล่อยไปนานกว่านี้โอกาสที่จะชิิงตัวยิ่งยาก
ยังไงก็ต้องลากกลับมา... ถ้าคิดว่าหนีได้ก็ลองดู
...
ทว่าหลังเปลือกตาที่หลับลงกลับมีภาพๆหนึ่งฉายชัดขึ้น ...แรกรอยยิ้มกว้างเมื่อเห็นสีฟ้าของท้องทะเล
.
มือซ้ายที่กำแน่นทุบลงกับพวงมาลัยรถ
รอย
ล้อรถใหม่ที่ยังเปียกชื้นบนถนนในเวลาตีสี่คงมีไม่มากนัก
โชคร้ายที่ซึงฮยอนแกะรอยตามไปได้ไม่ไกล
ร่องรอยนั้นกลับเริ่มเลือนหายไปเมื่อเข้าเขตชุมชน
ทางเลือกข้างหน้ามีเพียงตัวเมือง ชายหาด ...หรือท่าเรือ
เขาเสียเวลาคิดเพียงครู่เดียวก่อนมุ่งตรงไปข้างหน้า
โกดัง
นับสิบที่ตั้งเรียงรายหันหน้าเข้าหาชายฝั่ง
ร่างสูงลงจากรถแล้วไล่สำรวจเรื่อยมาจนถึงอาคารสุดท้ายโกดังร้าง ที่มุมสุด
รถกระบะที่เครื่องยังอุ่นอยู่จอดหลบสายตา
ช่องหน้าต่างส่องให้เห็น
ชายฉกรรจ์สองคนยืนล้อมร่างบางนอนที่สลบไสลอยู่บนพื้น
แสงไฟด้านในมีเพียงตะเกียงเล็กอยู่มุมห้อง เปลวไฟไหวเอนสะท้อนบนเสี้ยวหน้า
...ควอนจียง
มือของอิมแทบินเอื้อมพลิกใบหน้าขึ้น ปลายนิ้วลากไล้ข้างแก้ม ...ข้างที่ไม่เปื้อนเลือดเขา ที่ข้อมือบางยังติดกุญแจ
“จะเอาไงต่อ ไหนๆก็ได้ตัวมาแล้ว ป่านนี้ฮงจุนมันกระวนกระวายแย่” จินฮวานใช้เท้าเขี่ยกุญแจมือโดยไม่มีทีท่าจะปลดออกให้
“ยัง
ก่อน ขืนให้รู้ว่าแย่งตัวมาได้ไว มันก็จ่ายเราน้อยสิวะ
พ่อของเจ้าเด็กนี่คงทุ่มไม่อั้นอยู่แล้ว ดูหน้ามันสิ หึหึ”
...เสียงหัวเราะที่ดูไม่เป็นมิตร
คิ้วเข้มที่มองเข้ามาจากนอกหน้าต่างขมวดมุ่น ...ไหนว่าเป็นคนของพ่อ
...
ควอนจียงนั่งพิงผนังปูนที่ตัวสีเริ่ม
หลุดลอก ชายผิวเข้มในเสื้อกล้ามที่แนะนำตัวว่าอิมแทบินกำลังเช็ดแผลที่ท้อง
โอจินฮวานคอยมองออกไปนอกหน้าต่างเป็นระยะ ราวกับระแวดระวังอะไรสักอย่าง
“เกือบเช้าแล้ว เดี๋ยวเราจะออกเดินทางกัน” จินฮวานพยักหน้าเรียกก่อนจะล่วงหน้าออกไปเอารถ
จี
ยงค่อยพยุงกายลุกขึ้น สายตาเหลือบไปมองแทบินที่นั่งอยู่ไม่ไกล
...เจ้านั่นมองมาทางเขาตลอด “ไปสิครับ คุณหนู”
แม้คำพูดจะอ่อนน้อมแต่กิริยาดูคนละเรื่อง
ร่างกำยำฉุดแขนเขาให้
เดินตาม แต่ยังไม่ทันที่จะพ้นขอบประตู
จู่ๆก็มีแสงสว่างวาบตามด้วยเสียงระเบิดดังสนั่นจนแสบแก้วหู
แรงระเบิดที่อยู่ใกล้จนน่ากลัวเล่นเอาทั้งคู่ล้มลง
ควันสีดำสนิทกับเปลวไฟสีแดงพวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า
“ระยำเอ๊ย!!”
แทบินสถบ ในใจรู้แน่ว่าเกิดอะไรขึ้น ...ไม่อยากเชื่อ
ไม่เพียงยังไม่ตายแต่กลับตลบหลังพวกเขาได้ขนาดนี้ “จินฮวาน!”
...ทั้งที่รู้ว่าเรียกไปก็ไร้ประโยชน์
ร่างของจินฮวานคงแหลกไปกับระเบิดแน่แล้ว เขากระชากจียงให้ลุกขึ้น
“ไอ้เทมโป! ฝีมือแกใช่ไหม อย่าเอาแต่หลบ โผล่หัวออกมาสิวะ!”
“...แก
นั่นแหละอย่าเอาแต่หลบ” แม้เป็นเสียงที่คุ้นหูมาตลอด
แต่คราวนี้จียงรู้สึกว่ามันเย็นจนน่าขนลุก เขาถูกกระชากให้หันไปตามเสียง
...ร่างสูงยืนสงบอยู่ไม่ไกลจากกองเพลิง แสงจากเปลวไฟสะท้อนในดวงตา
“ถ้านั่นคือตัวประกันที่เสี่ยงชีวิตมาช่วย ทำไมถึงทำแบบนั้น”
ปากกระบอกปืนคงถูกจ่อเข้าที่หัวในขณะที่จียงมัวแต่ตกใจ แทบินล็อคคอเขาไว้แน่น “แกมาที่นี่เพื่อแย่งเจ้าเด็กนี่คืนไปใช่ไหม”
“ใช่...” ปืนสีดำเล็งนิ่งไว้หว่างคิ้วของแทบิน “ถ้าคิดจะขวางก็ลองดู”
“วางปืนซะ! ไม่เห็นหรือไงว่ากระสุนใครจะเข้าเป้าก่อนกัน!” ปลายกระบอกปืนยิ่งถูกดันเข้าที่ข้างขมับของจียง
...
“ไม่ต้องห่วง สำหรับฉัน เจ้านั่นจะเป็นศพก็ไม่เป็นไร”
...
...ลมหายใจของจียงดูเหมือนจะติดขัด
...อะไร
อย่าบอกนะว่ากลัวคำพูดเมื่อครู่มากกว่าที่ถูกปืนจ่ออยู่นี่ ...ไม่หรอก
จะต้องกลัวทำไม ยังไงก็ต้องถูกทิ้งอยู่แล้ว
...แค่ตามมาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีชิ้นส่วนไหนของเรารอดกลับไปหาพ่อได้
...ก็เท่านั้น
“หนอย ไอ้บัดซบ!” แทบินกัดฟันกรอด
ก่อนจะหันปืนมาที่ซึงฮยอน เสี้ยววินาทีนั้นใครเลยจะยอมเป็นเป้านิ่ง
กระสุนถูกแลกกันคนละนัด ต่างฝ่ายต่างก้มหลบไปได้
หากแต่ซึงฮยอนพุ่งเข้ามากระชากจียงเข้าหาตัว
เพียงชั่วขณะที่คลาดสายตา กระสุนอีกนัดแล่นเข้าบริเวณอก จียงไหวทันผลักร่างสูงให้ออกห่างทางปืน
ซึง
ฮยอนชะงักไปชั่วครู่ ปืนในมือถูกสลับจากข้างขวาที่ไหล่บาดเจ็บไปเป็นซ้าย
แม้จะไม่ถนัดแต่เขาเหนี่ยวไกโดยไม่ลังเล
กระสุนแล่นเข้ากลางมือขวาของแทบินจนปืนกระเด็นหลุด
เลือดสาดกระจายไปทั่วบริเิวณ
“แก!” แทบินคำราม ดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวด
ซึงฮยอนมองดูศัตรูที่สิ้นฤทธิ์ สาวเท้าย่างเข้าหา “อิมแทบินกับโอจินฮวาน ลำพังแกสองคนคงไม่มีปัญญาสะกดรอยฉัน ใครส่งแกมา”
จียงไม่เข้าใจ ...ก็ไหนว่าพ่อกับพี่ฮงจุนส่งสองคนนี้มาช่วยเขา
“...ก็รัฐมนตรีจินอูพ่อมันน่ะสิ”
“หึ แล้วที่ว่าจะกักเจ้านี่ไว้โก่งค่าตัว ฉันไม่คิดว่าเป็นแผนของคนเป็นพ่อหรอกนะ”
ร่างบางชะงัก... บ้าเอ๊ย มิน่าถึงไม่ยอมถอดกุญแจมือแถมยังไม่ยอมให้โทรศัพท์ ปากบางเม้มแน่น... โง่กว่าเขาจะมีใคร
มือใหญ่ดันหลังจียงที่ยืนก้มหน้าให้ถอยห่าง “...ไปหลังโกดัง รถจอดอยู่”
...
กุญแจรถถูกยื่นส่งมาให้
...
เสียงเคาะเบาๆบนกระจกข้างเรียกให้จียงเงยขึ้นมอง เขาสตาร์ทรถรอไว้แล้ว... และนั่งนิ่งที่เบาะข้างคนขับ
ใจ
หนึ่งเขาอยากขับออกไปเลย
...อีกสักสามสิบหรือสี่สิบกิโลก็คงถึงสถานีตำรวจสักแห่ง
แต่อีกใจเชื่อว่าอย่างไรเสียคงเปล่าประโยชน์ ซึงฮยอนคงไม่บ้องตื้นขนาดนั้น
หรือเปล่า
“...” เขาไขกระจกลง สีหน้าที่มองกลับมาดูไม่สู้ดีนัก เม็ดเหงื่อผุดประปรายบนใบหน้าคม
“...ทำบ้าอะไรอยู่”
“หา...?”
มือใหญ่ยกเสยผมด้วยสีหน้าลำบากใจ “...ช่างเถอะ”
ประสาทหรือเปล่า เมื่อครู่เขาไม่ได้หวังเลยว่าควอนจียงจะนั่งรอเขาอย่างสงบเสงี่ยม...
เขา...
ไม่รู้เหมือนกัน มันก็แค่ความคิดหนึ่งที่บังเอิญแวบเข้ามา
แทนที่จียงจะโดนคนอื่นหลอกไป
ถ้าคิดเสียว่าความใจอ่อนโง่ๆของตัวเองทำให้จียงหนีไปได้ตั้งแต่แรก
...แล้วเขาไม่มีวันตามเจอ ป่านนี้ควรจะหาทางติดต่อพ่อตัวเองหรืออะไรไปแล้ว
ก็เท่ากับว่างานนี้เขาทำพังไม่เป็นท่า
แต่นี่อะไร มันไม่ต่างอะไรกับการกลับมาเริ่มต้นใหม่ เขายังคงขับรถ และจียงยังคอยมองออกไปนอกหน้าต่าง
คน
ที่รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนก็ไม่มีแล้ว... เหลือก็แต่เจ้านั่น ‘ซองเบคคยอง’
จะยังไงก็ตามสุดท้ายแล้วแทบินยอมคายออกมาได้ว่ารับข้อมูลมาจากพ่อค้าข่าวตัว
แสบนั่น ...หึ เอาข้อมูลจินอูให้ก็จริง แต่มาคราวนี้ดันเอาข้อมูลเขาไปขาย
หนำซ้ำ แผนการเดินทางครั้งนี้ คนวางไว้ไม่ใช่เขาแต่เป็น ‘JK’ นายจ้าง
...คงแทรกซึมกันทางฝั่งนั้น?
...ฟ้าเริ่มสางแล้ว
ตามกำหนดการเขายังต้องอยู่ที่บ้านพักริมทะเล ยังไงก็คงต้องกลับไป
...
...เหมือนเวลาเดินย้อนกลับ จียงยังคงรับลมทะเลยามเช้าด้วยรอยยิ้ม ...ยิ้มที่รู้แล้วว่าไม่ได้เคลือบแฝงด้วยคำลวงใด
และเขายังคงนั่งมอง...
...
เมื่อวานกับวันนี้ จะต่างกันก็ตรงที่ตอนนี้ไหล่ขวาเขาแทบยกไม่ขึ้น ...สายตาเริ่มพร่าลงทีละน้อย
เม็ดเหงื่อเย็นเฉียบบนฝ่ามืือ เขาเริ่มเหยียบเบรคช้าๆ... จนหยุดลงที่ไหล่ทาง
...
“เฮ้! นาย! เป็นอะไรหรือเปล่า นี่!”
...
บ้าแน่ๆ
เขาต้องบ้าชัดๆ
ถ้าจียงปรกติดี เขาคงไม่ทำแบบนี้...
ร่าง
บางที่ยังติดกุญแจมือลำบากลำบนพา ‘ผู้ร้าย’ ที่ลักพาตัวเขาเองกลับเข้าไปใน
‘ที่คุมขัง’ ...บ้านพักริมทะเลที่เขาหวังจะหนีไปให้พ้น
สาเหตุเพราะว่าซึงฮยอนเสียเลือดมากจนหมดสติ
ที่จริงจียงตั้งใจจะพาไป
หาหมอ แต่ระหว่างทางที่กลับมานั้นเขาหาโรงพยาบาลหรือคลีนิคไม่เจอเลย
ยิ่งในเวลานี้ห้ามเลือดก่อนจะเป็นการดีที่สุด
เขาเองก็ไม่ใช่ว่าไม่มีความรู้ ...แถมเจ้านี่ยังลงทุนเอาตัวบังเขาไว้
บ้าชะมัด นายจ้างของหมอนี่บอกว่าเขาตายก็ไม่เป็นไรไม่ใช่หรือไง...
ลูก
ปืนถูกงัดออกจากปากแผล ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ลึกมาก
ส่วนแผลอื่นที่โดนยิงมีแค่ถากๆเท่านั้น
มือบางเปื้อนเลือดจัดการทำแผลให้ีดีที่สุด
...เขาไม่แน่ใจว่าไข้จะขึ้นหรือไม่จึงตั้งใจจะเช็ดตัวให้ก่อน
กระดุมเสื้อตัวนอกถูกปลด
สิ่งแรกที่เขาเห็นคือแหวนสองวงที่ถูกร้อยเข้าด้วยกันในสร้อย... ที่เขาปัดโดนวันนั้น? แหวนสองวงใหญ่ไม่เท่ากัน
แหวนคู่ของชายหญิง
...
ใช่สินะ คนๆนี้คงไม่ได้ตัวเปล่า ...
ไม่... ไม่มีอะไรนี่ เขาก็แค่... ไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน
เขาสลัดศีรษะเบาๆก่อนจะถอดเสื้ออีกครั้ง แต่ในขณะนั้นเองจียงจึงได้เ็ห็นว่ามือใหญ่ยังกำแน่น
...
ร่างบางขมวดคิ้ว ...อะไรกัน ซ่อนอะไรไว้อีก
ก่อนจะสลบไปเมื่อครู่เขาเห็นว่าซึงฮยอนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ เวลาอย่างนั้นยังห่วงอะไร มันสำคัญขนาดนั้นเลยหรือไง
จียงเหลือบมองใบหน้าคมที่ยังดูทรมาน
เขาพยายามนวดเบาๆเพื่อคลายมือออกอยู่นาน จนในที่สุด...
ลูกกุญแจสีเงิน?
...
...อย่าบอกนะว่า
...
ข้อมือบางพลิกขึ้น... รูกุญแจมือที่สวมลงนั้นพอดีกันไม่มีผิดเพี้ยน
เสียงปลดล็อค... แค่เพียงเบาๆเท่านั้น
...
ใจเขา
...กำลังสั่น?
...
ปาร์
คฮงจุนยิ่งหัวเสียหนักเมื่อไม่สามารถติดต่อทั้งแทบินกับจินฮวานได้เลย
ยิ่งปล่อยไว้นานเข้า ข้อสรุปคงมีเพียงอย่างเดียว
...มือปืนที่ถูกเรียกว่าเทมโปร้ายกาจกว่าที่คิด
“เรื่องจียงไปถึงไหนแล้ว ฮงจุน” จินอูเอ่ยขึ้นในระหว่างอาหารเย็น
“...กำลังพยายามอยู่ครับ” มือใหญ่ที่ไพล่อยู่ด้านหลังกำแน่น
“ฉันรู้ว่าเธอเหนื่อย ต้องรบกวนด้วยนะ” ช้อนส้อมถูกวางลงข้างจาน
“มิได้ครับ ผมเองต่างหากต้องขออภัยท่าน ที่ป่านนี้ยังพาเขากลับมาไม่ได้”
“...พูดความจริงกับฉันได้ไหม” แววตาของชายวัยกลางคนเจือด้วยความเศร้าโศก
“...” ...แต่เขาจะตอบออกไปยังไง
“โซจุงควอนคงอยากให้ฉันรอจนเป็นบ้า แต่ฉันไม่คิดหรอกนะว่ามันจะให้ฉันรอเฉยๆ”
“...”
“มี
ข่าวจียงใช่ไหม” ฮงจุนกลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก
เจ้านายของเขาไม่ใช่คนที่จะถูกหลอกง่ายๆ
ที่ไม่ถามขึ้นมาจนถึงวันนี้ไม่ใช่ว่าไม่ระแคะระคาย
แต่คงอยากรอให้ถึงที่สุดจริงๆ
ปิดต่อไปคงไม่มีประโยชน์แล้ว...
“ครับ ภาพพวกนี้ถูกส่งมาเรื่อยๆ” เขาจำใจส่งโทรศัพท์ที่มีภาพจียงให้
“และตอนนี้คนของผมที่ส่งไปตาม ไม่สามารถติดต่อได้แล้ว”
ไหล่ที่เคยทรนงทรุดลงอย่างสิ้นแรง “...ไม่มีเบาะแสอะไรอีกเลยหรือ”
“...ผมพอทราบว่าเขาอยู่แถบไหน”
“เธอตามจียงไปเองได้ไหม ฉันไว้ใจเธอที่สุดแล้ว”
“แต่ท่านครับ ผมอยากแน่ใจก่อนว่าท่านจะปลอดภัย...”
จิ
นอูไม่รอให้ฮงจุนพูดจบ เขาเข้าใจว่าตัวเขาสำคัญแค่ไหน
ทั้งตำแหน่งหน้าที่การงาน
แต่เขายังจำได้ดีถึงความเจ็บปวดจากการสูญเสียภรรยาเมื่อครั้งก่อน
...เขาแทบทนไม่ได้ แล้วตอนนี้จียงเป็นครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่...
“ฉันรู้ ต้องขอบใจมากที่เป็นห่วงฉัน แต่เธอเข้าใจใช่ไหม
ว่าถ้าไม่มีจียงแล้วฉันจะอยู่ยังไง”
“...”
“พาเขากลับมาที ฮงจุน”
...
“...ครับ”
Tbc…

