2009/Nov/04

Title: Straight out of Line
Status: 2/6
Fandom: Bigbang
Pairing: Tempo x Jiyong
Author: kiba kai
Rating: R (for violence usage)
Genre: AU, Drama
Disclaimer: don’t own the boys, no money made
Warning: YAOI [BOY x BOY]

Author’s Note: วันเกิดเทม?... อืม ไม่มีอะไรให้ เอาตอนนี้ไปแล้วกัน 555
Image Song: Drunken Tiger: Die Legend 2 (feat. Dynamic Duo, DOK2) เพลงเดิมเด้อ [download here]
For earlier chapter:
[my fic index]

 

...


...มัน น่ากัดหูนี่ให้ขาดจริงๆให้ตายเถอะ จียงบ่นในใจ คำถามมีมากมายจนไม่รู้จะเริ่มข้อไหนก่อน ...จะพาไปไหนอีก? เขาอุตส่าห์นั่งมองทางหนีทีไล่จากห้องแคบๆนั่นทั้งคืน แต่ดันมาเปลี่ยนที่แบบนี้มันน่าเซ็งเป็นบ้า...อยากรู้ว่าตีค่าชีวิตเขาเท่า ไหร่? หรือเรียกร้องอะไรจากพ่อเขา? ต้องอยู่แบบนี้อีกนานไหม?

สารเลวเอ๊ย ชื่ออะไรยังไม่ยอมบอก

แม้จะถูกพันธนาการทั้งสองมือและตัวเขาจะหงุดหงิดแค่ไหน แต่จียงทำเพียงพิงหน้าผากเข้ากับกระจก ตาเรียวมองดูถนนที่ผ่านไปเรื่อยๆ ...

แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องสีเหลืองนวลกระทบใบหน้า

...กำลังลงใต้สินะ





user posted image

Straight out of Line
By kiba kai

 


Chapter 2: unknown








...


“เอ้า... จะเอายังไงก็เรื่องของนาย”

เสียง ทุ้มที่ก้องกังวานในห้องน้ำดังพอๆกับเสียงครูดกระเบื้องของเก้าอี้เหล็ก ร่างสูงนั่งลงแล้วยกขาขึ้นไขว่ห้าง ...กระบอกปืนไม่อยู่ในระยะสายตา

ควอนจียงยืนกัดฟันอยู่ใต้ฝักบัว ...เสื้อผ้าเขาเหลือแค่กางเกงขาสั้นตัวโคร่ง กลิ่นเลือดปะปนในอากาศ

“บอกแล้วใช่ไหมว่าถ้านายเล่นตุกติก ครั้งต่อไปที่นายใช้ห้องน้ำ…”





...






รถแวนสีน้ำเงินเคลื่อนตัวเข้าจอดในที่พักรถของมินิมาร์ทริมทางหลวง

ตาคมชำเลืองมองร่างบางที่ดูเหมือนจะหลับไปตั้งแต่สองชั่วโมงก่อน เทมโปเอื้อมไปจับโซ่กุญแจให้แน่ใจว่ายังแน่นดี

ศีรษะมนที่เอนอยู่ดูไม่สบายนัก ...มือใหญ่ค่อยๆประคองใบหน้าให้หันพิงพนักสบายขึ้น

... ร่างสูงเลือกซื้อของจำเป็นสองสามอย่างก่อนจะมองดูผลไม้ เขาไม่ได้สนใจรสชาติหรือความซ้ำซากนักหรอก แต่เด็กนั่นเบ้หน้าเล็กน้อยเมื่อเห็นแอปเปิ้ลแดง เขาหันไปเลือกอาหารอื่นให้แทน

ถุงกระดาษหอบใหญ่กับน้ำดื่มถูกหิ้วกลับมาที่รถ เทมโปที่กำลังไขกุญแจเหลือบมองเข้าไปข้างในแล้วต้องชะงัก

...ว่างเปล่า

ควอนจียงหายไปพร้อมกับกุญแจมือ...

เทมโปสบถด้วยความโมโห ข้อมือเจ้านั่นเล็กกว่าปรกติมากเขาน่าจะระวังมากกว่านี้

ที่จอดรถขนาดไม่กว้างนัก ตัวเขาเพิ่งทิ้งรถไปไม่ถึงสิบนาที ...คิดว่าหนีได้งั้นสิ

...

จี ยงหยุดพักเป็นครั้งแรกหลังวิ่งออกจากลานจอดรถ พยายามปรับลมหายใจให้เบาลงโดยเร็ว เนื่องจากเชื่อแน่ว่ายังไม่พ้นอันตราย ข้อมือซ้ายห้อเลือดจนบวมช้ำ ตัวเขาเคยฝึกเลื่อนกระดูกโคนนิ้วโป้งลงได้เล็กน้อยแต่กุญแจมือที่ถูกล็อค นั้นกลับแน่นยิ่งกว่า

จากที่คาดการณ์คนที่จับเขามาคงพาเขานั่งรถไป เรื่อยๆ อาจแวะพักจุดละวันสองวันพร้อมทั้งเปลี่ยนพาหนะ ซึ่งทั้งบ้านพักและรถคงถูกตระเตรียมไว้ก่อนแล้ว เส้นทางที่ขับผ่านมีทั้งทางหลวงและถนนเล็กทว่าไม่ผ่านตัวเมืองหรือด่านตรวจ แม้แต่น้อย

เขาไม่ได้ถูกลักพาตัวโดยโจรกระจอก

โอกาสหนีมีน้อยมาก...

อันดับ แรกเขาต้องพยายามขอความช่วยเหลือ คนทั่วไปคงไม่ต้องหวังเพราะกุญแจมือยังคาอยู่กับมือขวา ...ให้ตายสิ เจ้าบ้านั่นไม่ให้รองเท้าเขาด้วยซ้ำ สภาพไม่ต่างกับนักโทษหนีคุก ...การไปหาตำรวจโดยเร็วคงเป็นทางเดียว

เขามองไปรอบๆแล้วแทบถอดใจ นี่มันบ้านป่าเมืองเถื่อนหรือไง... ตู้โทรศัพท์สาธารณะสักตู้ยังไม่มี

ทันใดนั้น... ตาเรียวสะดุดกับร่างสูงที่กำลังหัวเสีย

อะไรวะ ยังตามมาถูกทางอีก

จียงบ่ายหน้าไปที่แนวไม้ข้างทาง ด้านหลังนั้นเป็นป่าโปร่ง เขาพุ่งเข้าไปโดยไม่ต้องคิด

...ความเจ็บแล่นแปลบขึ้นถึงเข่า

เขาแทบร้องออกมาแต่ต้องกัดฟันทน เศษไม้ทิ่มเข้ากลางฝ่าเท้า ...บ้าเอ๊ย

ในขณะที่ตัวเขาขยับไปไหนไม่ได้ ...เสียงเดินกลับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มือบางยกขึ้นปิดปากไว้ ในใจก่นด่าความสะเพร่าของตัว

...

“...เสียงหายใจนายดังกว่ากระต่ายติดกับอีกรู้ไหม”

เงา ร่างสูงโน้มลงมาอย่างน่าหวาดหวั่น ตัวเขาถูกกระชากขึ้นจนปลิวไปกลิ้งบนพื้นถนน ตาคมมองสภาพเขาโดยไม่ปริปากมากไปกว่านั้น ข้อมือบางถูกล็อคกลับทั้งที่เลือดยังซึม

จียงถูกหิ้วคอเสื้อให้ยืน ขึ้นแม้ว่าขายังสั่น ...ไม่รู้ว่าใช่โชคดีหรือไม่เพราะเขาคงไม่ต้องใช้ขาไปอีกนาน หมัดตรงต่อยเข้าที่กลางลำตัว แรงจนเขาคงกระเด็นไปไกลแน่ถ้าไม่ถูกกดคอไว้

ความอ่อนเพลีย ความเครียด บวกกับความจุกจนแทบอาเจียนทำให้เขาไม่มีแรงขัดขืนเมื่อถูกอุ้มขึ้นพาดไหล่

เพียงไม่นานทั้งตัวของจียงถูกผลักอย่างแรงเข้าไปในตู้ขนของด้านหลัง

ตัวรถเคลื่อนออกไปแล้วร่างบางถึงได้พยายามดันตัวขึ้นนั่ง เศษไม้ที่ดึงออกจากฝ่าเท้ามีขนาดใหญ่กว่าที่คิด ...เลือดไหลไม่ยอมหยุด

จียงถอดเสื้อยืดมอมแมมอันเป็นผ้าผืนเดียวที่พอจะหาได้เลื่อนลงมากดแผลไว้

...

...วันนี้ท่าจะอีกยาว







...








‘นายเล่นตุกติกแน่ ฉันเชื่อ... และถ้านายทำแบบนั้น ครั้งต่อไปฉันจะนั่งดู’

...

นั่งดู?

จะ นั่งดูบ้าอะไร ...จียงอยากจะถ่มน้ำลายใส่หน้านัก ตัวเขาตอนนี้จะให้ยืนเฉยๆยังแทบไม่ไหว ช้ำไปทั้งตัวแถมเลือดยังไหลไม่หยุด ทำไมเจ้านี่ถึงคิดว่าเขาอยากจะอาบน้ำวะ

เขายังคงยื่นนิ่ง ...สายตาเคียดแค้นจ้องกันไปมา แต่ตัวจียงเองระเบิดออกมาเสียก่อน “ถ้าแบกศพเดินทางมันสนุกกว่า ปล่อยฉันตายก็ไม่เลว”

...

ข้างฝ่ายเทมโปที่ปรกติค่อนข้างเป็นคนใจเย็น แต่เป้าหมายคราวนี้ของเขากลับทำให้หงุดหงิดได้ไม่น้อย

...แม้เขาไม่ควรโทษที่คนๆนี้พยายามจะหนีก็ตาม

เขา ถอนหายใจก่อนลุกขึ้นตรงไปยังฝักบัว “ฉันบอกแล้วว่าผลลัพท์มันจะต่างกันแค่นายเจ็บตัว ไม่น่าโง่เลยนะ” มือใหญ่เปิดน้ำแรงสุด เขาผลักร่างบางไปยืนใต้สายน้ำ แม้จะไม่เย็นมากแต่เขารู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังสั่น... เลือดจากฝ่าเท้าเล็กนั่นไหลนองพื้น

เทมโปกระชากข้อมือห้อเลือดให้โดน น้ำ จียงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บจึงตั้งท่าถอย ทั้งสองยื้อยุดจนเปียกปอนไปทั้งคู่ ยิ่งกุญแจมือที่ยังติดอยู่ทำให้จียงเสียเปรียบ มือใหญ่เอื้อมเพียงครั้งเดียวก็บีบคอเขาไว้ได้แล้ว จียงยังไม่ละความพยายาม ...เป็นไงเป็นกันสิ ใครจะมายอมตายแบบนี้! มือไม้เหวี่ยงไปมาจนรู้สึกเหมือนกระชากอะไรติดมือมาสักอย่าง...


สร้อย?

ทว่าไม่มีโอกาสแม้แต่จะมองดูมัน เพราะสุดท้ายร่างบางถูกผลักกระแทกผนังจนทรุดลงกับพื้นกระเบื้อง ในหัวหมุนเคว้งจนไม่มีแรงปัดป้อง ...

เปลือกตาค่อยๆปิดลง..







...







ดาดฟ้าเรือยอร์ชสีขาวตัดเส้นขอบฟ้าสีน้ำเงิน...

แชมเปญในถังไม้กับไลน์ไดร์ฟกอล์ฟสีเขียวเข้ม

...ชาย หนุ่มร่างกำยำในชุดคลุมผ้าไหมยืนมองลูกกอล์ฟที่หวดลอยไปไกลกว่าทุ่นวัดระยะ มุมปากใต้หนวดเคราที่ดูน่าเกรงขามกระตุกยิ้มพอใจ ก่อนจะหันมารับโทรศัพท์เครื่องสีดำจากบอดี้การ์ดร่างยักษ์

...รอยยิ้มยิ่งกว้างขึ้นเมื่อเห็นเด็กหนุ่มในภาพที่ถูกส่งมานอนสลบไสลไม่ได้สติ

‘โซจุงควอน’ อยากจะถ่มน้ำลายใส่หน้าไอ้คิมจินอูนัก แต่เขาคงรู้ว่าลำพังแค่ส่งภาพนี้ต่อไปให้ อริของเขาคงแทบกระอักเลือดตาย

ลูกชายคนเดียวในสภาพน่าดูชมใช่เล่น ...รอยฟกช้ำตามตัวกับกุญแจมือเปื้อนเลือด

หึ ...เทมโปทำงานได้ดีนี่

ดีกว่าลูกน้องเขาเองมากนัก สมกับที่จ่ายเงินไปไม่น้อย

แต่ยัง... เขายังมีเรื่องให้เทมโปทำอีกมาก

นี่มันยังเพิ่งเริ่มเท่านั้น

 

...




เปลือกตาบางกระพริบขึ้นลงช้าๆราวกับกำลังปรับให้ชินกับแสงแดด

...พัดลมเพดานเก่า วอลล์เปเปอร์ลาย fleur de lis สีน้ำตาลไหม้

...แม้ ปวดจนตึงไปทั้งแขนแต่มือซ้ายเป็นอิสระ เขาลองกระชากแขนขวา... ‘แกร๊ง’ แน่นอน มันติดกุญแจ จียงพยายามลุกขึ้นแต่ความปวดแผ่ไปทั้งตัว เสียงสนิมของสปริงใต้เตียงเหล็กดังจนน่าหนวกหู

ไม่ต้องเสียเวลาหาว่า คนที่ควรจะอยู่ข้างๆไปไหน ...บนเตียงเดี่ยวฝั่งตรงข้ามของห้องแคบนี้ ร่างสูงนั่งชันเข่าข้างหนึ่ง ตาคมมองออกไปนอกหน้าต่าง... คงไม่ใช่เศษผ้าม่านขาดนั่นที่มองอยู่

จียงหันมาสำรวจตัวเอง ...เสื้อยืดใหม่และกางเกงที่พอดีตัวกว่าเดิม ...ผ้าพันแผลบนฝ่าเท้า ข้อมือที่ฟกช้ำรู้สึกเย็นนิดๆ...

...

เขาถูกลักพาตัว ...เจ้านั่นผิด

เขาคิดหนี ...เขาผิด?

เขาเจ็บตัว ...เขาผิด?

เจ้านั่นทำแผลให้... เขาก็...

...

ฟันกัดเม้มลงบนริมฝีปากแห้งผาก ...ลมเย็นพัดมาวูบหนึ่ง... จะได้ยินหรือไม่ก็ช่างแต่เขาคงไม่พูดซ้ำ

“...ขอบใจ”

...




แม้ ใบหน้าคมคายจะมองตรงไปข้างหน้า หากแต่ความคิดของเทมโปยังคงอยู่ตรงนี้... มือใหญ่กำแหวนทองคำขาวสองวงที่ถูกร้อยเข้ากับสร้อยพลางคิดถึงเจ้าของมัน ...

ไม่ได้นึกถึงเสียนานแล้วสินะ... หากควอนจียงไม่กระชากจนขาด เขาเองคงแทบลืมไปแล้วเหมือนกัน

...ของที่ถูกฝากไว้

จะได้คืนเจ้าของเมื่อไหร่กัน

...

...ตัวปัญหาที่หลับอยู่ข้างๆเริ่มส่งเสียงในลำคอ

เขาเลือกที่จะไม่สนใจเสีย ...ผ้าม่านขาดต้องลมก็ดูมีชีวิตดี

...แต่เสียงพึมพำในลำคอนั่น

‘คำพูด’ ที่เขาไม่ได้ยินมานาน ...

...

เขาส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วตอบไปด้วยเสียงที่ดังเสมอกัน “ซึงฮยอน...” บอกไปก็ได้ ยังไงคนที่รู้จักชื่อนี้ของเขาก็แทบไม่มีเหลืออยู่แล้ว

...จียงเดาว่านั่นคงเป็นประโยคแนะนำตัวที่ยาวที่สุดที่เขาจะได้ฟัง

นั่งมอง ‘ซึงฮยอน’ ที่ว่าค่อยๆลุกออกไปนอกห้อง เขาพ่นลมหายใจออกจมูกอย่างแรงเมื่อร่างสูงกลับมาพร้อมแอปเปิ้ลเขียว

...

แสงแดดสว่างจ้าขึ้นยามเที่ยงวัน พัดลมเพดานที่หมุนเอื่อยพอให้มีอากาศถ่ายเทในห้องได้บ้าง

หายใจเข้า

หายใจออก

...ไม่มีเสียงอะไรมากไปกว่านั้น แม้เพื่อนร่วมห้องเอนหลับตาอยู่บนเตียงซ้ายแต่จียงรู้หรอกว่าเจ้านั่นไม่ได้หลับ

“ฉันทำอะไรได้บ้างนอกจากนอนเฉยๆ” จียงเริ่มเบื่อ ยิ่งเมื่อซึงฮยอนดูเหมือนจะพอใจกับความเงียบยิ่งทำให้เขาอยากทำลายมัน

เปลือกตานั้นไม่ได้เปิดขึ้น แต่เสียงทุ้มยังตอบกลับมา “...นั่งเฉยๆ”

จียงพลิกตัวนั่งขึ้น “นี่ นายจะไม่รับผิดชอบอะไรกับคนที่นายลักพาตัวมาเลยเรอะ”

ยังอยู่ในท่าเดิม “ฉันไม่ค่อยรับงานลักพาตัว”

คิ้วบางขมวดเข้าหากัน “...ปรกตินายทำอะไรล่ะ”

“...” คราวนี้ตาคมมองกลับมา แต่ไม่มีคำตอบให้

“อะไร กลัวฉันจะบอกใครหรือไง ฮัลโหล แหกตาดูหน่อย ฉันคงบอกได้แค่สตีเฟนเท่านั้น”

“...สตีเฟน?”

จียงกลอกตาแล้วชี้ไปที่มุมหนึ่งของเพดาน... จิ้งจกตัวผอมกำลังไต่ไปข้างหน้าช้าๆ

ซึงฮยอนส่ายหน้าเบาๆ

“เหอะ น่ะ ถ้านายไม่อยากพูดเรื่อง ‘อาชีพ’ ของนาย ก็พูดเรื่องอื่นมาก็ได้” ... จียงไม่ทันคิดด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังหลอกถามข้อมูลคนร้าย แค่อยากหาเรื่องคุยเท่านั้นเพราะตอนนี้เขาเบื่อจะแย่แล้ว

...

“...” ร่างสูงไม่พูดอะไรอีก เขาแค่ลุกจากเตียงมานั่งอยู่ปลายเท้าจียง เอื้อมมาแกะผ้าพันแผล

ทีละชั้น... ทีละชั้น

จียงไม่อยากมองแผลตัวเองนักจึงเลือกมองอย่างอื่น ...มือที่ทำงานอย่างคล่องแคล่ว ...สายตาที่จริงจัง

กลิ่นยาล้างแผล... กับผ้าพันสีขาว

...เหมาะจะเป็นบุรุษพยาบาลเหมือนกันนะ

ร่าง บางเ็ห็นว่าอีกฝ่ายชำเลืองมองแผลที่ข้อมือจึงยื่นมือซ้ายส่งให้ด้วย ซึงฮยอนขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมไปจับกลางรอยช้ำแล้วบิดอย่างแรง

จียงเจ็บจนแทบร้องออกมาแต่ยังกัดฟันไว้เสียก่อน

“นั่นนายทำเอง จัดการเองก็แล้วกัน” หลอดครีมถูกโยนมาให้ข้างๆ

ซึงฮยอนกลับไปเอนหลับตาในท่าเดิม ในขณะที่จียงกำลังทายาด้วยความลำบาก








...









ปาร์ คฮงจุนนั่งมองแฟ้มรายงานอย่างชั่งใจ เขากำลังสืบหาตัวลูกชายคนเดียวของเจ้านายอย่างสุดความสามารถ ยิ่งนานวันก็ยิ่งอันตราย แล้วยังภาพที่ถูกส่งมานั่นอีก...

คุณจียงถูกทำร้ายขนาดนั้น... ยิ่งให้คุณจินอูเห็นไม่ได้ แค่ทุกวันนี้ก็แทบกินไม่ได้นอนไม่หลับแล้ว

...แต่มีเรื่องน่าสงสัยเกิดขึ้น ลูกน้องเก่าในกรมส่งข้อมูลที่เขายังไม่มั่นใจว่าจะเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของจียงหรือไม่มาให้

โปรไฟล์ของ ‘เทมโป’

น่า แปลก... ชื่อนี้เขาจำได้ดี ตอนเขายังอยู่หน่วยปราบปรามนั้นได้เคยตามสืบเรื่องของคนๆนี้มาบ้าง ...รับงาน ‘กวาดล้าง’ ที่แทบไม่มีใครกล้าทำ ...ไม่เคยถูกจับ ไม่มีแม้กระทั่งภาพถ่าย ชื่อนี้เป็นที่รู้จักในหน่วยเพราะมือปืนที่ถูกจับได้บอกเล่ากันมาเท่านั้น ว่ากันว่าคดีลอบสังหารทั้งนักธุรกิจหรือคนใหญ่คนโตของกลุ่มอำนาจมืด คดีที่ไม่สามารถปิดได้เพราะไร้ร่องรอยคนลงมือแทบทั้งหมดนั่น เป็นฝีมือของคนๆนี้

มาวันนี้ลูกน้องเขาแจ้งว่าข้อมูลบางส่วนของ ‘เทมโป’ ทั้งลิสต์งานที่เคยทำ รวมทั้งภาพถ่ายที่ไม่ชัดเจนนัก หลุดมาจากแหล่งที่มาที่ไม่สามารถระบุได้

...แถมยังว่าเบคคยอง พ่อค้าข่าวคนสำคัญในโลกมืดส่งมอบข้อมูลของคุณจินอูให้คนๆนี้ไปเมื่อหลายวันก่อน

ก่อนที่คุณจียงจะหายตัวไป

...

...ปลายนิ้วหมุนปากกาไปมา ก่อนจะยกหูโทรศัพท์

“หาข้อมูลของ ‘เทมโป’ มากที่สุดเท่าที่หาได้มาให้ฉัน” ...ไม่ว่าคนที่ปล่อยข้อมูลนี้ออกมาจะมีเจตนาไหน

...

...หรือเป็นใครก็ตาม

“...เรียกแทบินกับจินฮวานมาด้วย”

...

ภาพถ่ายใบหนึ่งถูกคว่ำลงบนโต๊ะทำงาน

ควอนจียงในชุดขาวยืนเคียงข้างพ่อของเขาในงานเลี้ยง

...รอยยิ้มบางระบายบนใบหน้า







...









“อะไร ต้องเดินทางต่อหรือไง ไม่ล่ะ ฉันชักจะชอบที่นี่แล้ว” จียงประชดนิดๆเมื่อรู้สึกถึงแรงกระชากที่กุญแจมือตั้งแต่เช้ามืดของวันที่ สี่ ยิ่งเมื่อถูกผลักให้ลุกขึ้นยืนเขายิ่งแทบอยากลงไปนั่งพื้นให้รู้แล้วรู้รอด “ฉันยังเดินไม่สะดวก ช้าหน่อยไม่ได้หรือไง”

ซึงฮยอนรอให้จียงค่อยๆ ก้าวลงบันได ส่วนตัวเขารออยู่ตรงที่พักกลางชั้น เขาถอนหายใจกับความเชื่องช้าจึงหันไปมองกระจกสีขุ่นด้านหลัง ...ตาคมหรี่ลงเมื่อไม่แน่ใจกับอะไรบางอย่างข้างนอกนั่น

“เร็วหน่อย” เขาเร่ง แต่จียงยิ่งดูเหมือนจะช้าลงกว่าเดิม ...แกล้งเตะถ่วงชัดๆ เขาขึ้นไปคว้าตัวลงบันไดโดยไม่สนใจเสียงประท้วง

รถคนละคันกับวันก่อน... จียงสังเกตุ หมอนี่มันได้นอนบ้างหรือเปล่า

รถห้าประตู... เขาหรี่ตาเซ็งๆ ก่อนไปยืนท้ายรถอย่างว่าง่าย

ซึงฮยอนถือเป้สองใบเหวี่ยงเข้าไปท้ายรถ ตาคมมองจียงตั้งแต่หัวจรดเท้า “ไม่ยักรู้ว่าชอบนั่งกับสัมภาระ”

“หรือจะให้นั่งข้างนายอีก ขอบใจแต่ไม่ล่ะ นั่งข้างกระเป๋าอาจจะสนุกกว่าก็ได้”

แต่สุดท้ายแล้วไหล่บางก็ถูกดันไปนั่งข้างคนขับ มือของเขายังคงถูกล็อคกับที่จับประตู

...

เวลาผ่านไปจนพระอาทิตย์เริ่มขึ้นไล่หลัง จียงเอี้ยวตัวไปมองแสงอ่อนสาดพ้นขอบฟ้า “นายรู้ไหม ฉันคิดอะไรอยู่”

“...”

“...เดาสิ ฉันให้เดาสามครั้ง”

“...”

“นายมันน่าเบื่อชะมัด...” ร่างบางหันกลับมานั่งดีๆ เขาเอนศีรษะส่วนหนึ่งออกนอกหน้าต่าง


...

จะ เป็นเพราะเสียงลมที่ปะทะตัวรถ... เสียงหายใจราบเรียบของเขาเอง... หรือเสียงพ่นลมออกจมูกของจียงก็ตาม แต่คิดว่าหนึ่งในนั้นทำให้ซึงฮยอนตอบออกไป “...กำลังคิดว่าถ้ากลับไปได้ จะให้พ่อนายทำอะไรฉันดี?”

จียงหันขวับมามองเขา เลิกคิ้วเล็กน้อยเหมือนไม่เื่ชื่อว่าหูเฝื่อนไปเองหรือเปล่า “นั่นก็น่าคิด...” ริมฝีปากบางยกยิ้ม “แต่ไม่ถูก”

“...”

ร่าง สูงไม่พูดอะไรต่อ จียงเองก็ไม่ได้หวังอยู่แล้ว “เรื่องนั้นไม่ต้องกังวลหรอก เพราะฉันต้องหนีไปได้แน่อยู่แล้ว... นายจะต้องถูกจับ พ่อฉันคงทำทุกอย่างเพื่อให้นายกับคนที่จ้างนายติดคุกตลอดชีวิต... จริงสิ นายเล่นหมากรุกเป็นไหม ...แต่ไม่ต้องรีบหัดก็ได้ นายยังมีเวลาในเรือนจำอีกนาน”

ซึงฮยอนส่ายหน้าให้กับความคิดราวกับ นิทานหลอกเด็ก เขาพอดูออก จียงเองก็รู้ว่ามันไม่ง่ายแบบนั้น “...ฉันไม่ติดคุกหรอก” เขาพูดพลางเลี้ยวรถเข้าไปในปั๊ม

“มั่นใจ?” จียงยกขาขึ้นมานั่งชันเข่าบนเบาะเมื่อมือใหญ่กระแทกประตูปิด

“เปล่า” ร่างสูงเริ่มกดปุ่มจ่ายน้ำมันเข้าตัวถัง เขายืนพิงข้างรถ ตาคมมองตรงไปที่ตัวเลขมาตรวัดที่สูงขึ้นเรื่อยๆ “ถ้าถูกจับได้จริง ...สำหรับฉัน ติดคุกตลอดชีวิตยังน้อยไป”

...

จียงถอนหายใจก่อนเอนกลับไปหาพนักพิง ...เขาไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย ให้ตายสิ

...

ซึง ฮยอนชำเลืองมองร่างบางเป็นระยะ เขาประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ายังไม่หลับทั้งๆที่เงียบได้นานขนาดนี้ ตาเรียวเหม่อมองข้างทาง ...แนวไม้ ...สะพาน ...ภูเขา

ไม่หรอก จียงไม่ได้มองอะไรทั้งนั้น ในใจเขามีเพียงคำถาม ...ออกจะแปลกที่มันเป็นคำถามคนละชุดกันกับเมื่อหลายวันก่อน ไม่มีอีกแล้วที่ว่า จับเขามาทำไม จะพาไปไหน ...แล้วสุดท้ายเขาต้องตายหรือเปล่า

จะเหลือก็เพียงแต่ ...คนที่อยู่ข้างๆเขานี่เป็นใครกัน ...เคยทำความผิดมากมายอะไรไว้

...ต้องทำยังไงถึงจะยอมเล่าให้ฟัง

...

อยากรู้อยากเห็นเพราะความว้าเหว่และความไม่มั่นคงของอารมณ์อย่างนั้นหรือ...

...

โลกแห่งความขัดแย้งและสังคมที่จียงเคยรู้จักกำลังหลุดเลือนไปทีละน้อย...




...






...






กลิ่นลมทะเล?

ตาเรียวค่อยๆลืมขึ้น ...เขายังอยู่ในรถคันเดิมทว่าเบาะที่นั่งถูกปรับเอนลง ใต้ต้นคอมีเสื้อคลุมถูกม้วนรองอยู่

...ร่างสูงยังคงมองตรงไปที่ถนนเบื้องหน้า

บนถนนเส้นเล็กที่แยกไหล่เขาออกจากทะเล...

จี ยงมองออกไปยังผืนน้ำสีฟ้าระยิบระยับที่ดูเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุดนั่น... ตั้งแต่กลับมาที่เกาหลีก็เพิ่งได้เห็นทะเลเป็นครั้งแรก ถ้ามาให้ดีกว่านี้สักหน่อย...

“...นายทำไม่ค่อยเหมือนคนถูกลักพาตัว” ซึงฮยอนเปรยเมื่อจียงยื่นหน้าออกนอกหน้าต่าง เงาสะท้อนในกระจกข้างนั่น

...ยิ้มดีใจอะไรนัก

คิ้วบางเลิกขึ้นข้างหนึ่ง จียงมองเบาะกับหมอนผ้าก่อนจะชำเลืองมองกลับไป “นายเองก็ทำไม่เหมือนผู้ร้ายลักพาตัวเท่าไหร่นี่”

“...หัวนายเอนไปมา น่ารำคาญ”

จียงยักไหล่แล้วหันออกไปข้างนอกตามเดิม

เพียง ไม่นาน ตัวรถแล่นขึ้นเนินเขาที่อยู่ห่างจากตัวเมืองตากอากาศไม่ไกล แน่นอน ถึงบริเวณนี้จะไม่มีใคร แต่ซึงฮยอนปิดกระจกกันไม่ให้คนในรถส่งเสียงขอความช่วยเหลือ เขามัดจียงทิ้งไว้ก่อนเข้าไปสำรวจความเรียบร้อยของเซฟเฮาส์ที่จะพักวันนี้

เบาะ นั่งของจียงถูกเอนลงไปด้านหลังจนสุด โซ่กุญแจมือถูกคล้องไว้กับอะไรสักอย่างตรึงเหนือหัว ปากและเท้ายังถูกมัดอีกชั้น ...คงกลัวเขาหนีอีกสินะ

หลังร่างสูงจาก ไปไม่นาน เขารู้สึกเหมือนมีอะไรกระแทกกับตัวรถเบาๆ ...จียงเงี่ยหูฟังเมื่อมันหล่นลงกับพื้น ...ก้อนหินเล็กๆอย่างนั้นหรือ เขาอยากจะลุกขึ้นมองแต่ถูกมัดจนขยับได้แค่ไม่มากเท่านั้น

...สองครั้ง สามครั้ง

คงไม่บังเอิญ

...

หรือว่า

หรือว่ามีคนตามมาช่วยเขา

จะ เป็นไปได้ไหม? ถ้ามีใครเห็นเขาที่ลานจอดรถวันก่อน อาจจะเห็นแล้วไปแจ้งตำรวจไว้ก็ได้้ คุณฮงจุนกับคนของพ่อ ถ้าทางนั้นติดต่อกับตำรวจท้องถิ่น เขาอาจจะมีหวัง ...คิดได้ดังนั้นจียงจึงพยายามดิ้นสุดแรง แม้จะไม่หลุดแต่อย่างน้อยให้คนข้างนอกรู้ว่ามีคนถูกมัดอยู่ในนี้ก็ยังดี

ทั้ง อึดอัด ทั้งหายใจไม่สะดวกเพราะถูกปิดปาก จียงดิ้นรนได้เพียงไม่นานก่อนประตูจะถูกกระชากออก “คิดทำอะไร...” เสียงทุ้มขู่ถาม “คลาดสายตาไม่ได้เลยสินะ”

ก่อนเข้ามาเขาสำรวจดี แล้ว ไม่มีคนพื้นที่เข้ามาบริเวณนี้ ตาคมมองกราดไปทั่ว ทางลาดไปจนถึงหาดทรายสีขาวด้านหน้าไร้วี่แววผู้บุกรุก รั้วพุ่มไม้เตี้ยด้านข้างที่อยู่ไกลออกไปกั้นบริเวณสวนของเซฟเฮาส์ออกจากแนว ป่าทึบ ด้านหลังก็ยังเป็นเชิงเขา ...ไม่น่าจะมีใคร หรือเขาระแวงไปเอง

ตาคมหันกลับมามองร่างบางที่หมดแรงอยู่บนเบาะเอน

เอื้อมไปปลดผ้าปิดปากออกช้าๆ

“อย่าส่งเสียงดัง ตอบฉันมา ...เกิดอะไรขึ้น”

จี ยงกำลังเลือก... หากข้างนอกนั่นเป็นใครสักคนที่มาช่วยเขาจริง คงยังไม่จำเป็นต้องขัดขืน ยังไงก็อาจเห็นเขาตอนลงจากรถก็ได้ โอกาสหนีออกไปยังพอมี แต่หากร้องตะโกนไปตอนนี้หมอนี่จะไหวตัวทันเสียเปล่าๆ

“ไม่ ไม่มีอะไร ...ฉันแค่ กลัวที่แคบ”

แม้จะยังไม่ปักใจเชื่อนัก แต่สายตาของจียงนั้ันไม่ได้หลบลงเมื่อเขาจ้องอย่างเค้นถาม

...

...ไม่มีอะไรก็แล้วไป

จียงลอบกลืนน้ำลาย ...คราวนี้ถือเป็นโชคดีที่ซึงฮยอนยอมปล่อย ...เขานอนรอนิ่งๆ หวังว่าอีกฝ่ายจะแก้มัด แต่ซึงฮยอนไม่ได้ทำเช่นนั้น...

ร่าง สูงกลับโน้มเข้ามาในตัวรถ แขนยาวเอื้อมเลยศีรษะขึ้นไปหลังพนัก... ร่างกายทั้งสองที่แทบจะซ้อนทับกันนั้นทำให้ใบหน้าของทั้งคู่เข้าใกล้กันขึ้น เรื่อยๆ... จะด้วยว่าจียงยังกลัวความผิดหรืออะไรก็ตาม แต่เขาไม่กล้าหลบสายตา...

...

ลมหายใจเข้า... ออก... เนิบช้า

...มีคำพูดเบาๆลอยอยู่ในหัว แต่ทั้งคู่ดูเหมือนจะไม่เข้าใจ...

ตาคมละลงมองมุมปากที่มีรอยแดงเข้มจากการถูกคาดผ้า ...แค่มองเท่านั้น

แต่เมื่อสายตาตวัดขึ้นมาที่เดิม ตาเรียวรีคู่นั้นไม่ได้มองเขากลับอีกต่อไป ...แนวคางมน ...เรียวคอขาว ...ปลายผมสีอ่อนดูนุ่มนวล

...รอยช้ำบนแก้มที่เขาเป็นคนทำ

...

ก็แค่คนที่ถูกเลื้ยงมาอย่างประคบประหงม ...ดูเปราะบาง ต่างจากเขา

แทนที่มือใหญ่จะแก้มัดที่ข้อเท้าทั้งสอง กลับสอดเข้าใต้เข่าและหลังต้นคอ... ท่าทางควอนจียงดูแปลกๆ

“แก้มัดแล้วปล่อยฉันเดิน” ร่างบางในมือเขาต่อรอง...

“นายกำลังสั่งฉัน?”

...





ซึง ฮยอนทิ้งจียงที่ถูกมัดเท้าและติดกุญแจมือไว้ข้างหน้าต่างบนห้องนอนชั้นสอง ร่างที่ถูกมัดมองไปรอบกาย ...ตู้เสื้อผ้า โต๊ะ กระจก และเตียงนอนใหญ่ถูกจัดวางอย่างลงตัว ทั้งวัสดุและโทนสีคงผ่านการออกแบบมาแล้ว ที่นี่ดูเหมือนเป็นบ้านพักตากอากาศของใครสักคน? หาดทรายกว้างที่เห็นนอกหน้าต่างนั่นดูเงียบสงบราวกับหาดส่วนตัว ...ตาเรียวมองดูเกลียวคลื่นม้วนตัวตามแรงลม ฝูงนกนางนวลเกาัะตามโขดหิน

บ้านสองชั้นริมทะเลเพียงหลังเดียวบนที่ดินสวยขนาดนี้ เจ้าของจะเป็นใคร?

แต่ นั่นไม่สำคัญเท่าคำถามที่ว่า ทำไมพาเขามาที่นี่? ที่ๆหรูหราต่างจากเซฟเฮาส์สองหลังก่อน... จะอยู่นานหรือยังไง ข้าวของที่เจ้านั่นแวะซื้อกะดูแล้วคงอยู่ได้เป็นอาทิตย์... บ้าเอ๊ย จะเอายังไงกับเขากันแน่ ผ่านมาสามสี่วันแล้ว ป่านนี้พ่อจะเป็นยังไงบ้าง

...

“ดูอะไรอยู่” เสียงทุ้มเอ่ยถามจากด้านหลัง

...ไหล่บางสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่หันมามอง “นกนางนวล”

“...” ซึงฮยอนมองท่านั่งของจียงที่ดูไม่สบายนักก่อนจะเอื้อมไปแก้มัดที่เท้าให้

ในความเงียบ หางตาเรียวปรายมองกลุ่มผมดำสนิทก้มอยู่เบื้องหน้า สัมผัสที่มือนั้นนุ่มนวลไม่ต่างกับที่ทำแผลให้เขาวันก่อน...

เมื่อครู่ก็ด้วย ตอนอุ้มเขาขึ้นมา... ตอนวางเขาลง

...ทำยังกับร่างเขาจะแตกเป็นเสี่ยง

ถ้าไม่รู้มาก่อนคงคิดไปได้ว่าคนๆนี้ำกำลังกลัวว่าเขาจะเจ็บ

...

หึ ประสาทน่ะ แผลพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นฝีมือเจ้าหมอนี่เองด้วยซ้ำ

“จะให้ฉันนอนตรงไหน” จียงถาม เพราะในห้องมีแค่เตียงใหญ่เท่านั้น

“...ก็ บนนั้น” ร่างสูงพูดก่อนจะถอยออกไปทรุดกายลงที่มุมห้อง “แต่ถ้ายังไม่นอนจะทำอะไรก็เชิญ ยังไงนายก็ออกจากที่นี่ไม่ได้ ไม่ต้องเสียเวลาพยายาม”

จียงไม่เชื่อ “งั้นฉันจะลงไปข้างล่าง จะเดินเล่น ทำอะไรก็ได้หรือไง”

“ตามใจ”

ร่าง บางรีบวิ่งลงไปชั้นล่าง ประตูหน้าเป็นอย่างแรกที่เขาตั้งความหวัง แต่แล้วกลับต้องสบถอย่างหัวเสีย ...กุญแจหลายชั้นถูกล็อค เช่นเดียวกับประตูหลังบ้าน ขนาดบานประตูกระจกก็ไม่เว้น จียงไม่รอช้า เขายกเก้าอี้เหวี่ยงใส่กระจกใสอย่างแรง แต่กลับเปล่าประโยชน์ ...กระจกกันกระสุนทั้งบ้าน

นี่มันที่ไหนกัน เซฟเฮาส์ของคนรวยโรคจิตหรือยังไง... จียงทรุดนั่งลงริมหน้าต่างอย่างหมดหวัง

ตาเรียวเหม่อมองออกไปด้านนอก ทะเลสีฟ้าที่อยู่เพียงมือเอื้อม แม้มันจะสวยงามแค่ไหนแต่ช่วยปลอบใจเขาไม่ได้เลย

ฝ่ามือทาบค้างอยู่บนผิวเย็นเยียบของกระจก เสียดายนักที่จียงไม่ทันเห็น

...

...สองร่างเร้นกายในเงาไม้











TBC…







ปล. เรื่องนี้มาจากไอริส? 555 ไม่ใช่หรอกค่ะ ยังไม่เคยดูไอริสเลย แถมเรื่องนี้แต่งตั้งแต่วันเกิดจียงแน่ะ (แต่ยังไม่เสร็จสักที -_-') จริงๆกะโพสต์แชบนี้สักอาทิตย์หน้า เพราะที่เหลือยังเป็นวุ้นอยู่ ... แต่ แต่ แต่ วันนี้วันเกิดเทมโปอ่ะ... ไม่ได้แต่งอะไรเผื่อไว้ ทำไงดี ..เลยเอามาลง แหะๆ แต่ตอนหน้าอีกนานนนนนนนนนนนเลยนะคะ T-T

ปลล. ขอขอบคุณคอมเมนต์มากๆเลยค่า~ อ่านซ้ำไปซ้ำมาเลยเนี่ย อิอิ *โค้ง*