2008/May/18

Title: Black Beat
Status: 1/7
Fandom: BigBang
Pairing: Tempo x Jiyong
Author: kiba kai
Rating: R [overall story] for violence and sexual implication
Genre: Drama, Alternate Universe, Dark Theme
Disclaimer: don’t own the boys, no money made
Warning: YAOI [BOY x BOY]

Author’s Note: First attempt on Mafia setting, forgive me -_-‘
2nd Note: In the Name of the Father - Jay Zhou Jie Lun ... เลือกเพลงโอเวอร์อีกแล้ว -_-‘

 

 

 

 

Black Beat
By kiba kai

Chapter 1 : Nightingale

 



...


แผ่นหลังอันน่าเกรงขามของชายวัยกลางคนทอดเงาแผ่กว้างไปทั้งห้องทำงานไม้มะฮอกกานี แสงแดดยามบ่ายจากหน้าต่างเบื้องหน้าส่องกระทบร่างกำยำของชายที่ได้ชื่อว่ามีอิทธิพลในโลกมืดเป็นอันดับต้นๆของเกาหลี ทิวทัศน์ที่มองเห็นไกลสุดสายตาคือแนวภูเขาและที่ดินในกรรมสิทธิ์ของชายผู้นี้... คิมจินอู

กลิ่นซิการ์ Romeo y Julieta มวนโปรดส่งกลิ่นอบอวลแต่เจือจาง ควันสีเทาอ่อนลอยวนอยู่รอบกาย

จินอูในเสื้อคลุมกำมะหยี่สีเขียวแก่อัดควันซิการ์เข้าปอดอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆหันมาสบตาชายหนุ่มที่ยืนอยู่ต่อหน้าทั้งสอง “...เข้าใจหรือเปล่า ว่าฉันเรียกพวกแกสองคนมาทำไม” เสียงทุ้มต่ำดังก้องขึ้น

คำถามง่ายๆแต่แฝงไว้ด้วยการหยั่งเชิง ถ้าตอบว่ารู้จะอวดดีไปไหม แต่ถ้าตอบว่าไม่ก็จะถูกมองว่าไร้ความสามารถในการสืบและวิเคราะห์ข่าว

ทั้งคู่จึงเลือกที่จะยืนนิ่งเฉย

ชายผู้ทรงอิทธิพลแค่นหัวเราะออกปลายจมูก “ปรกติแกเป็นคนกล้าพูดเสมอนี่ แทบิน”

เมื่อถูกถามจี้จึงไม่มีทางออกจะให้ชายเจ้าของรอยสักไม้กางเขนบนหัวไหล่บ่ายเบี่ยง “ผมเดาว่าท่าน... กำลังเบื่อ”

จินอูยิ้มพอใจก่อนจะหันไปถามชายหนุ่มอีกคน “แล้วแกว่าไง ซึงฮยอน”

ชายตาคมในดินเนอร์แจ๊คเก็ตสีดำที่ยืนไพล่มือไปด้านหลังเอ่ยขึ้นเรียบๆ “ท่านจะวางมือ”

คำตอบนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ถามได้ไม่น้อย จินอูหันไปพยักพเยิดอย่างรู้กันกับชายหนุ่มบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง ชเวดองอุค ซึ่งก้มหน้ารับด้วยรอยยิ้มบาง “ฉันบอกแล้วว่าเจ้าพวกนี้มันต้องรู้”

เขาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หนังสีน้ำตาลเข้มเพื่อเริ่มเข้าสู่ประเด็น รอยยิ้มชวนหัวเมื่อสักครู่ค่อยๆจางลง “ก็อย่างที่พวกแกเข้าใจ ฉันไม่ต้องการเรื่องพวกนี้อีกแล้ว ...ไม่มีอะไรทำให้ฉันตื่นเต้นเหมือนเมื่อก่อน ...ของที่ได้มาง่ายๆมันช่างน่าเบื่อ” เขาไม่ได้พูดเล่น องค์กรที่รู้จักกันในนาม ‘แทควอน’ ของเขาในวันนี้เรียกได้ว่าแทบไม่มีกลุ่มอื่นมาทาบรัศมี ต่างจากเมื่อก่อนนักที่ยังคงมีคู่ปรับที่ทัดเทียม...

“อีกอย่าง ตอนนี้จุนฮีกำลังจะมีลูก ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ให้เด็กที่กำลังจะเกิดต้องมาข้องเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้” เศษขี้เถ้าถูกเคาะลงกับจานรอง... “ส่วนพวกแก ถึงแม้จะไม่ได้เกี่ยวโยงกันทางสายเลือด แต่ใครๆก็รู้ว่าฉันไว้ใจพวกแกเหมือนเป็นแขนขาของตัวเอง...” มวนซิการ์ที่ยกขึ้นจรดริมฝีปากยิ่งเสริมให้สายตาที่ไม่สั่นไหวนั้นดูราวกับจะสะกด ’เด็กน้อย’ ทั้งสอง “...และฉันก็ยังไม่ผิดหวัง”

...

น้ำลายถูกกลืนลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกราวกับสัตว์ติดแร้วเมื่ออยู่ต่อหน้าราชสีห์

เหมือนกับจะอ่านใจออก ฉับพลันรอยยิ้มที่มุมปากกลับปรากฏอีกครั้ง “หึ พวกแกกลัวอะไร ฉันไม่ได้จะให้แกสองคนยิงกันทิ้งที่นี่สักหน่อย” เขาเอนหลังลงพิงพนัก “ฉันแค่อยากจะรู้ ว่าระหว่างแกสองคน ใครเหมาะสมจะมาแทนที่ฉันได้มากกว่ากันก็เท่านั้น” จินอูพูดราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่อเทียบกับกิจการใต้ดินจำนวนมากที่แทบประมาณค่าไม่ได้ ทั้งที่อยู่ในเมืองหลวงเองและเมืองเล็กๆอีกหลายแห่ง

ยิ่งเขาเห็นว่าทั้งคู่ดูเกร็งกับคำพูดนั้นมากเท่าไรเขาก็ยิ่งยิ้มท้าทาย “เอาเป็นว่า ภายในอีกสี่เดือนนี้ฉันจะจับตาดูพวกนายก็แล้วกัน ถ้าใครทำให้ฉันรู้สึกได้ว่าคนๆนั้นสมควรจะมานั่งเก้าอี้ตัวนี้ได้ล่ะก็ ...ทั้งคน ทั้งกิจการทุกอย่างภายใต้ชื่อของฉัน รวมทั้งบ้านหลังนี้และทุกหลังที่อยู่ในเกาหลีด้วย มาเอาไปได้เลย”



...



บานประตูไม้โอ๊คขนาดใหญ่ถูกปิดลงตามหลังชายหนุ่มที่คาดว่าจะเป็น ‘ผู้สืบทอด’ ทั้งสอง ผู้ติดตามของจินอู ชเวดองอุคหรือที่รู้จักกันดีในวงการว่าเซเว่นผายมือให้ทั้งคู่ออกเดินนำ

บนระเบียงทางเดินปูพรมสีแดงเข้ม เสาหินอ่อนต้นสีขาวแต่ละต้นถูกคั่นด้วยภาพวาดจากจิตรกรชื่อดัง แสงสว่างสุดปลายทางคือโคมระย้าแก้วเจียระไนที่ประดับห้องโถงขนาดใหญ่ตรงหน้า ทั้งสามเดินลงบันไดกลางที่ทอดลงไปยังชั้นล่าง

“ไม่อยากเชื่อว่าคุณจินอูจะวางมือง่ายๆ... แค่จะมีลูกเนี่ยนะ” อิมแทบินเปรยขึ้นระหว่างทาง “นายคิดว่าไงซึงฮยอน” เขาหยั่งเชิงถามชายรุ่นน้อง จริงๆแล้วทั้งคู่แทบไม่เคยถูกเรียกมาพร้อมกันเพียงสองคนเช่นนี้ คิมจินอูเองก็รู้ดีว่าทั้งสองมีเรื่องระหองระแหงกันเพราะคนในปกครองเสมอๆ แม้จะไม่เคยปะทะกันจริงจังแต่อำนาจบารมีที่สองคนนี้สั่งสมมาก็มีไม่น้อยจนยากที่จะตัดสินว่าใครอยู่เหนือใคร แต่อย่างไรก็ตาม นับจากนี้ไปทั้งสองจะถือได้ว่าเป็นคู่แข่งกันอย่างสมบูรณ์

“ฉันไม่เคยมีลูก” ซึงฮยอนตอบสั้นๆโดยที่เท้าของเขาไม่ชะงักจังหวะเดิน

แทบินส่ายหน้าอย่างเสียอารมณ์ หึ แต่กับคุณจินอูเองเจ้าหมอนี่มันยังพูดไม่มีหางเสียง “นายล่ะเซเว่น” เขาหันไปถามคนที่เดินมาส่งเงียบๆ

“ผมไม่มีความเห็นครับ” นัยนตาเศร้าที่ฝืนระบายยิ้มค้อมศีรษะตอบ

“เท่าที่ฟังดู หลังจากเรื่องนี้แล้วคุณจินอูกับครอบครัวคงย้ายไปเมืองนอก แล้วนายล่ะ” ปลายนิ้วขยับแว่นสีชาให้เข้าที่

“นายท่านสั่งให้ผมเป็นผู้ติดตามของนายใหญ่แห่งแทควอน” เขาพูดทิ้งไว้แค่นั้นก่อนจะเปิดประตูบานใหญ่ด้านหน้าแก่แขกทั้งสอง “ผมส่งเท่านี้นะครับ ขอให้โชคดี”




...




เครื่องยนต์ของคอร์เว็ต C6 คูเป้สีแดงดังกระหึ่มลงมาตามไหล่เขา ภาพของคฤหาสน์บนเนินที่เพิ่งจากมานั่นไกลออกไปเรื่อยๆจนเล็กลงทุกที …ในใจของชเวซึงฮยอนกำลังว้าวุ่น

ผู้สืบทอด... แทควอน...

นับจากนี้แล้วเขาจะเดินไปทางไหนกัน...

ถนนที่คดเคี้ยวไม่ได้ทำให้คนขับลดแรงกดคันเร่งลงแม้แต่น้อย

...

ล้อรถเสียดสีกับพื้นถนนมาเป็นระยะทางยาวนาน ก่อนจะเคลื่อนมาหยุดที่หน้าคลับชั้นสูงแห่งหนึ่งในตัวเมือง อาคารปูนเปลือยสองชั้นขนาดย่อม ตัวหนังสือชื่อร้านที่เป็นป้ายไฟนีออนถูกดัดตามลายมือตัวเขียนภาษาอังกฤษอย่างอ่อนช้อยว่า ‘Carpe Diem’

รถสปอร์ตคันงามถอยเข้าจอดที่ประจำสำหรับแขกวีไอพีโดยที่พนักงานบริการจอดรถไม่กล้าเข้าไปยุ่ง แว่นปรับสายตาสำหรับขับรถถูกลดลงจากใบหน้าคมคาย สายตามองปราดไปยังผนังกระจกของตัวร้านเพื่อดูว่าผู้คนพลุกพล่านหรือไม่

พนักงานในชุดสุภาพราวกับบริกรโรงแรมห้าดาวเปิดประตูรอรับลูกค้าคนสำคัญและก้มตัวอย่างนอบน้อมตั้งแต่ยังเดินมาไม่ถึงประตู ก่อนจะเดินนำเขาขึ้นไปยังระเบียงส่วนตัวชั้นสอง แต่ซึงฮยอนกลับโบกมือห้ามพร้อมทั้งเดินไปนั่งที่เคาน์เตอร์แทน

เขามาที่ร้านนี้บ่อยๆแต่มักจะได้นั่งมองลงมาจากระเบียงเสมอ คนเยอะเกินไป... อันตรายเกินไป... ซึงริน้องชายของเขาเองก็เตือนบ่อยๆ เพราะว่าเขาไม่ค่อยใส่ใจเรื่องการถูกลอบทำร้ายเท่าไหร่ จริงอยู่เขาแทบไม่เคยโดนเล่นงานเพราะใครกันที่จะกล้ามีเรื่องกับองค์กรใหญ่ขนาดนี้ ใบหน้าของจินอู แทบิน และซึงฮยอนเองนั้นเรียกได้ว่าแทบไม่มีใครในโลกมืดไม่รู้จัก

...

...แต่วันนี้ขอเขาสักวันได้ไหม

ขอทำตัวเป็นแค่ใครสักคนที่ไม่มีตัวตนในโลกนี้...

...

ข้อศอกเท้าลงบนผิวหน้าไม้สีเข้มของเคาน์เตอร์บาร์ ปลายนิ้วของมือข้างหนึ่งจรดอยู่กับหัวคิ้ว ซึงฮยอนชำเลืองมองด้วยหางตาเมื่อรู้สึกว่ามีใครอีกคนที่อยู่ตรงข้ามเดินเข้ามาใกล้ ...บาร์เทนเดอร์? “...วอดก้ามาร์ตินี่” เขากระซิบเบาๆ เสียงแค่นั้นน่าจะเพียงพอสำหรับร้านโล่งๆแบบนี้

แต่คนๆนั้นยังคงเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ... จนหยุดอยู่ตรงหน้า “...คุณไม่สบายหรือเปล่า” เสียงเล็กนั้นเอ่ยถามเรียบๆ

...

‘ไม่สบายหรือเปล่า’ งั้นหรือ... ไม่ได้ถูกถามแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นสบตากับเด็กหนุ่มบาร์เทนเดอร์ตรงหน้า ...แก้มใส นัยน์ตาเรียวเล็ก ริมฝีบางบางเฉียบที่ระบายไปด้วยยิ้มน้อยๆมองกลับมาที่เขา ไม่คุ้นเลย...เขาเหลือบไปมองที่ป้ายชื่อสีทองสลักบนอกเสื้อ ‘ควอนจียง’

แต่ไม่ทันที่ซึงฮยอนจะได้ตอบอะไร ผู้จัดการร้านที่รู้จักเขาดีเดินเข้ามาประชิดตัวเด็กหนุ่มพร้อมทั้งส่งเสียงบางอย่างรอดไรฟันอย่างโกรธๆ ก่อนจะผงกหัวให้เขาอย่างเร่งร้อนแล้วตั้งท่าจูงแขน ‘ควอนจียง’ ออกไป

“เอ่อ เดี๋ยวสิ” ซึงฮยอนร้องห้าม “...ให้เขาอยู่ก่อนได้ไหม” แม้จะเป็นแค่คำขอแต่สำหรับคนอื่นๆมักปฏิบัติตามราวกับเป็นคำสั่งเสมอ

ทว่าผู้จัดการวัยกลางคนยังมีสีหน้ากระอักกระอ่วน เขาจึงตัดปัญหาให้ “ผมจะขึ้นไปข้างบนก็แล้วกัน ให้เขาไปดูแลผมคนเดียวก็ได้” เพราะไม่เช่นนั้นแล้วหากเจ้าของร้านมาเจอว่าปล่อยให้ชเวซึงฮยอนนั่งเคาน์เตอร์เสวนากับบาร์เทนเดอร์มือใหม่ ชายคนนี้คงต้องเดือดร้อนแน่

ร่างสูงเดินขึ้นบันไดไปตามทางที่คุ้นเคยก่อนจะนั่งลงบนโซฟากำมะหยี่สีเทาเข้มตัวประจำ จากระเบียงตรงนี้เขาสามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งร้าน โต๊ะวีไอพีที่อิมยูบินผู้เป็นเจ้าของไม่อนุญาติให้ใครใช้ทั้งนั้นนอกจากเขา

เสียงฝีเท้าไม่มั่นคงนักเดินถือถาดเงินพร้อมเหล้าสองสามชนิดที่เขามักสั่งประจำ ถังน้ำแข็งไม้เนื้อดีถูกวางลงบนโต๊ะอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นควอนจียงจึงต่อยๆถอยไปยืนห่างเป็นช่วงตัว

ซึงฮยอนมองอากัปกิริยาแล้วอมยิ้มอยู่ในที “เขาว่าอะไรนายหรือเปล่า” หมายถึงผู้จัดการคนเมื่อครู่ จียงส่ายหน้าเล็กน้อยแต่ไม่ได้ตอบอะไร

เมื่อไม่คิดจะคาดคั้นจึงปล่อยผ่านไป “...เหล้าฉันล่ะ”

เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ จียงรีบลงมือผสมเครื่องดื่มอยู่ข้างโต๊ะ ...ดวงตาคมไล่มองเด็กหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมซอยกึ่งสั้นที่คาดว่าเซ็ทเพียงเล็กน้อยปล่อยชายละข้างแก้มและเรียวคอยาว... ไหล่เล็ก... แม้อยู่ในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวแต่ยังดูออกว่าคนตรงหน้าตัวผอมบางขนาดไหน... แถมดูๆไปอายุคงไม่ต่างกับเขามาก

“...ได้แล้วครับ”

เสียงพูดที่เจือไปด้วยความสงสัยเล็กๆทักขึ้น คงเป็นเพราะแก้วเหล้าที่ถูกส่งมาตรงหน้านั้นไม่ถูกรับไปเสียที

“นายทำงานวันไหนบ้าง” ซึงฮยอนถามสบายๆพร้อมทั้งรับแก้วไปดื่ม ...รอยยิ้มผุดขึ้นเมื่อปลายลิ้นสัมผัสส่วนผสมที่ถูกใจ

จียงชะงักไปเล็กน้อยกับรอยยิ้มที่คงไม่ทันคิดว่าจะได้เห็น ก่อนจะตอบ “...อาทิตย์นี้ทำทุกวันครับ”

ซึงฮยอนกระดกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมดก่อนจะส่งกลับให้บาร์เทนเดอร์ส่วนตัวชงใหม่อีกครั้ง

...งั้นอาทิตย์นี้เขาคงไม่เบื่อเท่าไหร่




...



ว่ากันว่ายามใดที่เป็นฤดูกาลแห่งมังกร พยัคฆ์นั้นจักซ่อนตัวเพื่อรอเวลาของตนอีกครั้ง ไม่ต่างกับผู้มีอำนาจบารมีที่ไม่อาจอยู่ค้ำฟ้า ผู้ปกครองจะยิ่งใหญ่ได้ต้องรู้จักประมาณตน ต้องรู้ว่าเวลาใดที่สมควรหลบหลีก... ใช้เวลาที่มีนั้นสั่งสมเขี้ยวเล็บเพื่อรอเวลาออกล่าเหยื่ออย่างสงบนิ่ง

และเวลาที่พยัคฆ์จะออกจากถ้ำนั้นใกล้มาถึงแล้ว...

ย้อนไปในวันเวลาก่อนที่แทควอนจะรุ่งเรืองเท่าทุกวันนี้ องค์กรที่เคยยิ่งใหญ่มาก่อนแล้วนั้นคือ ‘ซันฮวา’ โนอูซอน ผู้เป็นนายใหญ่แม้ในขณะนั้นจะมีอายุมากแล้วแต่ก็ยังมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ธุรกิจมืดในยุคนั้นเปลี่ยนมือกันเป็นว่าเล่น เพราะคนกล้าได้กล้าเสียอย่างคิมจินอูเองก็ไม่หวั่นเกรงฐานอำนาจเก่าแต่อย่างใด

แต่สุดท้ายพยัคฆ์เฒ่าก็พ่ายสังขารตัวเอง ทิ้งไว้เพียงภาระอันหนังอึ้งแก่ ปาร์คฮงจุน ลูกชายนอกสมรสที่ขณะนั้นยังเป็นเพียงเด็กชาย ...ต้นไม้ที่ใหญ่โตเกินไปเมื่อไม่ได้รับน้ำที่เพียงพอ กิ่งก้านสาขาก็เริ่มร่วงโรยสู่ดิน

...

“เท็ดดี้...” เสียงกระซิบของหญิงสาวแผ่วข้างหู เมื่อเธอพบว่าคู่นอนของเธอยังคงลืมตาตื่นแม้ในยามดึกสงัด

“หืม...” ปาร์คฮงจุนที่บัดนี้เติบใหญ่เป็นชายฉกรรจ์ดันตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนสีดำสนิท เสียงถอนหายใจเบาๆเป็นสัญญาณถึงความกังวล “เธอยังไม่หลับเหรอ”

“คุณนั่นแหละทำไมไม่ยอมนอน...” เล็กซี่ หญิงสาวร่างบางที่มีเรือนผมสีทองยาวไปถึงกลางหลังผุดลุกขึ้นไปซบไหล่แกร่ง ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “...หรือว่าเป็นห่วงใครอยู่”

ฮงจุนไม่ได้ตอบอะไร เพียงคว้าเสื้อคลุมข้างเตียงขึ้นมาสวมก่อนจะเดินออกไปรับลมทะเลยามค่ำคืน โดยไม่ลืมที่จะรินเหล้าออกไปด้วย

ใบหน้าที่มักดูดุดันอยู่เสมอเวลาอยู่ต่อหน้าลูกน้องหรือคนในปกครองทั้งหลาย แต่มาบัดนี้ที่มีเพียงแค่เขาแล้ว... กลับดูอ่อนโยนเหมือนชายหนุ่มธรรมดาๆ... สายตาทอดมองออกไปแสนไกล สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าคือเวิ้งน้ำดำมืดอันกว้างใหญ่ราวกับจะไม่มีจุดสิ้นสุด

แก้วน้ำสีอำพันถูกยกขึ้นจรดริมฝีปาก สายตาหลับลงเมื่อคิดถึงคนที่รินให้ดื่มเสมอๆ

“...นี่ฉันคิดถูกหรือเปล่า” เขารำพึงเบาๆในความเงียบ






 

 

Tbc…

ปล. เผื่อคนอยากเห็นรถเทม > Corvette C6 Coupe

Thanks Wikipedia

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
นี่เมคิดถูกรึป่าวเนี่ย..ว่า จียง....

เอาเถอะ..


พี่ไค...เมเพิ่งเคยอ่านฟิคเทมจีครั้งแรกเลยนะเนี่ย
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เรื่องนี้เรื่องแรก...
เห็นออกมาตอนแรกเลยหลงมาอ่าน..
คิกๆๆๆ

เนื้อเรื่องน่าติดตามดีค่ะ..
#1  by  MYSTAR At 2008-05-18 16:34, 
สบายดีป่าวคับ...
ไม่ได้ทักทายกันนานเลย big smile
อ่า ฟิกเรื่องใหม่น่าสนใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

จีน่ารักจังอ่ะ

สนุกมากเลยค่ะพี่ น่าติดตามมากกกกกกกกกกกกกกก

พี่อย่าลืมต่อฟิกคังทึกด้วยนะ
#3  by  Ai Shiyorin ^^ At 2008-05-23 16:35, 
จะติดตามต่อไปนะค่ะ
เข้มข้นมากอยากให้ถึงฉากสวีทเทมจีเร้วๆ
เหอๆเชียร์เทมจีรักเทมจีbig smile
#4  by  little jojo (58.147.36.25) At 2008-05-26 15:56, 
โห...รถเทมเท่ห์บรมเลยพี่น้อง
อยากได้ๆ 555

อ่า...ท็อปแข่งกับพี่แทบินซะแล้ว จะเชียร์ใครดี แต่ทว่าทำไมพี่เว่นได้หน้าที่เบ้จัง 55 ไม่เป็นไร เพราะพี่เว่นแกเท่ได้ทุกเวลา

เย้ๆในที่สุดเทมจีก็ได้เจอกัน
อยากติดตาม พุ่งไปอ่านต่อconfused smile
#5  by  ZConline At 2008-06-09 23:31, 
โฮกกกก ฮากกกกกก
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก
เท๊มมมมมมมมมมมมมมมมม จี (ไม่เค๊ย ไม่เคย ลำเอียง?)
#6  by  _ZombiE_ At 2008-06-14 21:17, 

<< Home