2009/Oct/26

Title: Straight out of Line
Status: 1/6
Fandom: Bigbang
Pairing: Tempo x Jiyong
Author: kiba kai
Rating: R (for violence usage)
Genre: AU, Drama
Disclaimer: don’t own the boys, no money made
Warning: YAOI [BOY x BOY]

Author’s Note: เรื่องไม่ตลก...ถ้ามีอะไรตลก แสดงว่าไม่ได้ตั้งใจ 555 ไม่มีกำหนดอัพเด้อ อัพชิวๆ อ่านชิวๆ ...พลอตไม่หนัก... ออกแนวช่องเจ็ด -_-‘
Image Song: Drunken Tiger: Die Legend 2 (feat. Dynamic Duo, DOK2) เพลงเท่มากกกกกกกกกก T^T เอามาใช้นี่ไม่ได้คู่ควร [download here]

 



user posted image

Straight out of Line
By kiba kai




Chapter 1: unwilling



...

ในตรอกมืดยามค่ำคืน...



เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งกำลังวิ่งอย่างสุดกำลัง

รองเท้าหนังย่ำลงบนแอ่งน้ำขังตามพื้น ครั้งแล้วครั้งเล่า ขากางเกงสเลคสีเทาเปียกชื้นไปกว่าครึ่ง

ควันและไอน้ำที่ถูกระบายบดบังสิ่งกีดขวางเบื้องหน้า เรียวขาสะดุดลงบ้างแต่มิได้ชะงักงัน

ตาเรียวเหลือบมองด้านหลังเป็นระยะ... ต่อเมื่อหูไม่ได้ยินเสียงอื่นใดแล้วจึงได้ผ่อนแรงวิ่งช้าลง

เสียงหายใจจากความเหน็ดเหนื่อยค่อยดังขึ้นเมื่อเจ้าของฝีเท้ารู้สึกว่าฝืนกำลังนานเกินไป

เอน กายพิงผนังเพียงชั่วครู่ ใบหน้าขาวซีดเงยขึ้นมองด้านบน ตึกอพาร์ทเมนต์เก่าสองข้างทางแม้ไม่สูงมากแต่ในยามนี้มันบดบังกระทั่งท้อง ฟ้าสีหม่นจนหมดสิ้น

‘ต้องไปอีก... ยังไม่พ้น’

ปาดเช็ดเม็ดเหงื่อพรายบนใบหน้า ร่างบางสูดลมหายใจลึกเข้าแล้วกัดฟันออกวิ่งอีกครั้ง

ในหัวพลางคิดหาวิธีขอความช่วยเหลือสารพัด...

...ทว่าวันนี้ไม่ใช่วันของเขา

เพียง ไม่กี่ก้าวก่อนจะถึงปากทาง พริบตานั้นเงาสูงใหญ่กระชากร่างเขาอย่างแรงจนกระแทกกับแผ่นอก ...ความสูงที่ต่างกันกับแสงสลัวจากโคมบนยอดเสา ...เขามองไม่เห็นหน้า

...เพียงสายตาดุดันและปากกระบอกปืนดำปลาบเท่านั้น

“ควอนจียง... มากับฉัน”












ความ เงียบเข้าปกคลุมรถสีขาวไร้ป้ายทะเบียนที่ทะยานฝ่าความมืดบนไฮเวย์ ร่างบางบนเบาะหลังยังคงไม่เห็นหน้าคนที่จับตัวเขา แม้พยายามเพ่งกระจกมองหลังแล้วก็ได้เห็นเพียงช่วงตาและคิ้วเท่านั้น

ไม่คุ้น... ไม่ใช่คนที่เขารู้จัก

ไม่เคยมีความแค้นกัน? ...เขาไม่เคยมีศัตรู

เป้าหมายคืออะไร? ...อาจไม่ใช่ตัวเขาโดยตรง

...

...หรือถูกจ้างมา?

“เท่าไหร่? ...ค่าตัวฉัน” เสียงที่เปล่งนั้นแห้งผาก ไม่มีน้ำผ่านลำคอเขาหลายชั่วโมงแล้ว... จะขับไปถึงไหนกัน

คนขับที่นิ่งเงียบทำเพียงชำเลืองมองเขาผ่านกระจก... สายตาสบกันเพียงชั่วครู่ก่อนตาคมจะเบนกลับไปมองถนนเช่นเดิม

“...ได้ เยอะมากหรือไง” รู้ว่าพูดแล้วคงไม่เิกิดประโยชน์ แต่ยังดีกว่าให้คนๆนี้คิดว่าเขาสติแตกจนทำอะไรไม่ถูก“ถ้านายพาฉันกลับไป จะเอาสองหรือสามเท่าก็ได้”

...เสียงพ่นลมหายใจจากปลายจมูกราวกับดูถูก

แม้จะไม่ชอบใจ แต่ยังนับว่าดีที่อีกฝ่ายมีปฏิกิริยาตอบกลับมาบ้่าง “ฉันไม่ได้พูดเล่น...”

“...นายไม่มีปัญญาจ่าย”

เสียงตอบนั้นทุ้มลึกกว่าที่คิดไว้ “รู้ได้ยังไง”

“ไม่มีใครมี”

...หมายความว่าใช้เงินซื้อไม่ได้?

“เราจะไปไหน” จียงเริ่มเปลี่ยนวิธี เขาควรจะหาข้อมูลเท่าที่หาได้ “นี่ เฮ้... ได้ยินไหม”

แต่ น่าเสียดาย... ช่องใส่ของหน้ารถถูกกระชากลงให้จียงเห็น แบเร็ตต้าสีดำที่พาเขามาขึ้นรถเมื่อสักครู่นอนนิ่งอยู่ในนั้น ...คงไม่ยอมพูดอะไรมากไปกว่านี้แล้วสินะ

ร่างบางถดร่นลงไปนั่งพิงเบาะอย่างเดิม

ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศหรือผิวสัมผัสของกุญแจมือนี้กันแน่ที่ทำให้เขากำลังสั่น...








...








เซฟเฮาส์กลางหุบเขาตั้งอยู่โดดเดี่ยวราวกับเรื่องตลก

ร่าง สูงเหลือบมองคนที่เขาจับตัวมาบนเบาะหลัง ใบหน้าหยิ่งยะโสยังคงหันออกไปมองนอกหน้าต่าง ...แสงอาทิตย์ยามเช้าสีส้มอ่อนตกกระทบบนเสี้ยวหน้า เขาเหยียบเบรคสุดแรงราวกับสั่งกลายๆว่าให้ลงจากรถ

ชายหนุ่มที่มี โครงร่างเล็กกว่าเขาค่อยเปิดประตูลงอย่างไม่รีบร้อน รองเท้าหนังสีดำหม่น กางเกงสเลคสีเทาเฉดเดียวกับแจ๊คเก็ต เสื้อเชิร์ตขาวตัวในยับย่น ...สายตาคมไปหยุดที่กำไลประดับข้อแขนที่เขาเป็นคนใส่ให้เอง ...กุญแจมือขนาดปรกติที่ดูเทอะทะจนน่าขำ

“อยู่เฉยๆสักพัก แค่นั้นหวังว่าคงทำได้” ร่างสูงคงไม่รู้ว่าเพียงสายตาและน้ำเสียงก็เพียงพอจะใช้ขู่คนทั่วไปได้แล้ว ปืนในมือจะมีหรือไม่นั้น ไม่สำคัญเลย

ควอนจียงไม่มีปัญหาเรื่องการ ปฏิบัติตามคำสั่งก็จริง หากคำสั่งนั้นมาจากคนที่เขาเคารพและยอมรับในอำนาจดังเช่นพ่อของเขา แต่ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นเพียงคนแปลกหน้า... ใครสักคนที่ข่มขู่พาเขามายังที่ห่างไกลผู้คน ...โครงหน้าคมเข้มภายใ้ต้เรือนผมดำสนิท โค้ทครึ่งท่อนสีดำปกตั้งบดบังช่วงคอจากสายลมเย็นยามเช้า ...ดวงตาเรียวหยุดลงที่ปากกระบอกของแบเร็ตต้า

“ถ้าฉันตาย นายคงลำบากสินะ” จียงเยาะ แต่เพียงไม่ทันขาดคำ ขาเรียวเตะตวัดที่ข้อมือหนาหวังให้อาวุธหลุดลง เสียดาย ปลายเท้าแตะได้เพียงปลายกระบอกเพราะเจ้าของชักมือกลับ ขายาวเตะตัดเข้าที่ข้อเท้าของจียงจนเสียหลักลงกับพื้น ร่างสูงโถมขึ้นกดจียงไว้ด้วยเข่า มือที่ว่างกดหน้าเขาลงกับพื้นถนน แบเร็ตต้าอยู่ห่างจากตาขวาของเขาไม่ถึงนิ้ว

“ลำบากนิดหน่อย เพราะฉันไม่ชอบแบกศพเดินทาง แต่ถ้าแบบนี้มันยุ่งยากก็ช่วยไม่ได้” มือใหญ่กระชากกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนขึ้นก่อนกระแทกลงบนพื้นอีกครั้ง แค่นี้คงพอให้นักโทษเข้าใจฐานะของตัวเองได้ดีขึ้น เขาลุกยืนขึ้นห่างไปช่วงตัว

จียงเจ็บร้าวไปทั้งหน้า เขาหันมาเห็นสายตาของร่างสูงมองกลับมา แววตานั้นไม่ได้เย้ยหยันหรือดูถูกแต่อย่างใด ...มีเพียงความเย็นชาเท่านั้น






...







ประตู ห้องนอนเพียงห้องเดียวในบ้านปิดลงแล้ว จียงถูกผลักให้เข้าไปข้างใน... ฟูกนอนสำหรับคนเดียววางอยู่มุมหนึ่ง เก้าอี้เหล็ก ด้านตรงข้ามเป็นห้องน้ำขนาดเล็กที่ไม่มีประตูปิด จียงพยายามคิดแค่ว่าอย่างน้อยขอให้มีน้ำใช้ก็ยังดี

“หันมานี่” เสียงทุ้มสั่งห้วนๆ

แม้ จะยังอยากลองเล่นแง่ แต่รอยช้ำบนหน้ายังปวดแปลบ แถมในมือนั่น... ลูกกุญแจขนาดเล็กสีเงินสะท้อนแสงแดด มือบางจึงยื่นออกไปโดยดี อย่างน้อยเขายังพอมีอิสระได้บ้าง แต่ในขณะที่กำลังโล่งใจขึ้นมาหน่อย...

“ถอดเสื้อผ้าออก”

คำสั่งนั้นห้วนกว่าเก่า จียงกัดฟันกรอด ท่าทางคนตรงหน้าจะไม่ได้ล้อเล่น “จะทำไม”

“...” ร่างสูงไม่ตอบคำถาม ...เสียงถอนหายใจราวกับเหนื่อยหน่าย... มือใหญ่ตรงเข้ารวบจับข้อมือที่เพิ่งได้รับอิสระเข้าด้วยกันก่อนจะเริ่ม กระชากไปที่กระดุมเสื้อ

“เฮ้ย นี่ หยุดนะ!” จียงถอยหนี แข้งขาเริ่มถีบไปทั่ว แต่เขาดิ้นได้เพียงครู่เดียวก็ถูกผลักจนล้มไปกระแทกพื้น

“ฉันสั่ง ฉันต้องได้ นายจะทำเองหรือให้ฉันทำ ผลลัพท์ก็เหมือนกัน ต่างกันแค่นายเจ็บตัว” คนสั่งยังคงยืนนิ่งมองอยู่เช่นนั้น

แล้วจียงจะทำยังไง...

...สู้ไม่ได้

ดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์... เจ็บตัวก็เหนื่อยเปล่า สู้ออมแรงเอาไว้หาทางหนีไม่ดีกว่าหรือ

...มือบางที่ยังสั่นจากแรงบีบยกขึ้นปลดกระดุมเสื้อเม็ดที่เหลือช้าๆ

เสื้อนอก... เสื้อตัวใน... ตาคมยังคงจับจ้อง ยังไม่มีทีท่าว่าจะให้หยุด

เข็มขัดหนัง... กางเกงสแลค...

...

“...ยังไม่พออีกหรือไง”

“ถอดให้หมด” ใบหน้าคมพยักเพยิดราวกับไม่ใ่ส่ใจ “ฉันไม่ได้มีเวลาทั้งวัน”

จียงกำหมัดแน่น ...บ้าเอ๊ย เจ้านี่มันโรคจิตหรือเปล่า

“...จะ หันข้างหรือหันหลังก็ตามสบาย ไม่มีอะไรที่ฉันอยากดู” ถุงผ้าใบหนึ่งถูกโยนมาให้ “ในนั้นมีเสื้อผ้าใหม่อยู่ ใส่ซะ แล้วเอาชุดที่นายถอดใส่ไว้”

...แม้จะเป็นถ้อยคำปรามาสหรืออะไร แต่ตอนนี้มันน่าฟังกว่าคำพูดหยาบโลนเป็นไหนๆ “...ห้องน้ำใช้ได้หรือเปล่า”

คิ้วโก่งได้รูปเลิกขึ้นข้างหนึ่ง “ได้ แต่ฉันจะนั่งฟัง”

จียงขมวดคิ้ว

“นายเล่นตุกติกแน่ ฉันเชื่อ... และถ้านายทำแบบนั้น ครั้งต่อไปฉันจะนั่งดู”

แน่ นอน เขาหัวเสีย แต่ตอนนี้คงมีทางเืลือกไม่มากนัก ...ร่างบางกัดฟันดึงบ๊อกเซอร์ลง สลับเสื้อผ้าเก่าใหม่จากในถุงแล้วตรงเข้าห้องน้ำ... หางตาที่มองไป พอเห็นว่าร่างสูงถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะทิ้งตัวลงบนเก้าอี้

...เสื้อผ้าที่ได้รับมานั้นมีเพียงเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นที่น่าจะกลายเป็นสามส่วนเมื่ออยู่บนตัวเขา

เท่านั้น...

ไม่มีมากกว่านั้น

ตา เรียวกลอกขึ้นลงก่อนจะก้าวออกมาในห้อง ร่างสูงที่ตอนนี้ถอดโค้ทออกแล้ว เหลือเพียงเสื้อยืดที่มีขนาดเท่ากับที่จียงใส่อยู่นั่งมองกลับมา “ขึ้นไปบนที่นอน”

ในมือของร่างสูงข้างหนึ่งคือปืนกระบอกเดิม ส่วนอีกข้างคือกุญแจมือคู่เดิมเช่นกัน ตาเรียวเหลือบมองที่ผนังติดหัวเตียง ...ท่อน้ำเหล็ก

เชื่อว่าแววตระหนกคงฉายชัด ปากกระบอกปืนหันมาทางเขาอีกครั้ง






...








“มีี อะไรที่ฉันสมควรรู้บ้างหรือเปล่า” จียงเอ่ยถามจากบนที่นอน เชื่อว่าการที่เขาถูกตรึงทั้งสองมือไว้เหนือหัวคงทำให้เขาดูไร้พิษสงในระดับ หนึ่ง นี่อาจทำให้ฝ่ายตรงข้ามประมาทจนยอมหลุดอะไรออกมาบ้าง ถ้าเข้าใจสถานการณ์ได้ดีขึ้นอาจจะทำให้หาทางรับมือถูก

“...อยู่เฉยๆจนกว่าจะถูกปล่อยตัว หรือไม่ก็ตาย”

นั่นไม่ได้ดีขึ้น ต้องเปลี่ยนวิธี “ชื่อของนายล่ะ...”

“...”

“จะให้เรียกว่าอะไร”

“...” ตาคมชำเลืองมองกุญแจมืออีกครั้งก่อนจะคว้าเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำไปบ้าง

...ไม่รู้ว่าเจ้านั่นลืมหรือไม่ใ่ส่ใจกัน เพราะที่ๆเขานอนอยู่นี้มันตรงกับประตูห้องน้ำ







...







เสียง ถ่านไม้แตกตัวในเปลวไฟ แม้จะเบาแต่จียงกำลังลืมตาตื่นขึ้นช้าๆ จากที่นอนอยู่นี้เขามองไม่เห็น คงเป็นเตาผิงในห้องรับแขกสินะ... กลิ่นเผาไหม้ของบางอย่างลอยมาแตะจมูก ...ไม่ใช่อาหารแน่ กลิ่นนี้ น้ำมันตะเกียง?

“นายเผาเสื้อผ้าฉัน” จียงบ่นเมื่อร่างสูงเดินเข้ามาพร้อมแอปเปิ้ลสองผล

คนถูกถามไม่ตอบอะไรแต่โยนผลไม้ในมือมาตกข้างๆ

“...แล้วจะกินยังไง”

เสียง ถอนหายใจดังขึ้นก่อนร่างสูงจะทรุดกายนั่งลง แอปเปิ้ลถูกยื่นจ่่อให้ที่ปาก ...เปลือกสีแดงกรอบถูกกัดเว้าแหว่งทีละนิดโดยที่ผู้คุมของเขาพลิกผลแอปเปิ้ล ให้ จียงนึกรำคาญใบหน้านิ่งเฉยนั้นจนอยากจะลองกัดมือให้รู้แล้วรู้รอด

โทรศัพท์ มือถือถูกยกขึ้นไม่ไกลจากใบหน้า ...เจ้าหมอนี่คงจะส่งภาพเขาไปให้ใครสักคนดู เจ้านาย? คนจ้าง? อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าไม่ได้เกิดจากความแค้นส่วนตัว “ฉันยังยืนยัน ถ้าพาฉันกลับไป นายได้เงินมากกว่าเดิมแน่”

“แล้วกุญแจมือนั่นจะมาอยู่บนมือฉันแทน” ร่างสูงต่อให้ เขากดส่งภาพในโทรศัพท์พลางมองออกไปนอกหน้าต่าง “หรือไม่คงถูกพ่อนายฆ่าทิ้ง”

“ถ้านายรู้จักพ่อฉันจริง คงรู้ว่าเขาไม่ทำแบบนั้น”

“หึ เขาไม่ทำเพราะทำไม่ได้ต่างหาก ท่านจินอู... เป็นรมต.แล้วนี่นะ”

“...ใครจ้างนายมากันแน่” จียงพยายามดันตัวขึ้นนั่ง “ไม่ฆ่าฉันแบบนี้ เป้าหมายคงอยู่ที่พ่อล่ะสิ ใช้ฉันบังคับแบบนี้จะให้เขาทำอะไร”

“นั่นไม่ใช่เรื่องของฉัน”

“อ้อ ถูกสั่งแค่ไหนก็ทำแค่นั้น นายมันก็สวะปลายแถวนี่เอง แต่นายก่อเรื่องขนาดนี้แล้วจะแน่ใจได้ยังไงว่าไม่ถูกใช้แล้วทิ้ง”

“...” ตาคมทอดมองมาที่เขา ไม่มีความรู้สึกใด โดนท้าทายแล้วยังไม่โกรธ จะมีก็แค่ดูรำคาญนิดหน่อยเท่านั้น

ร่าง สูงออกไปแล้ว จียงรู้ดีว่าคนๆนี้ไม่ใช่ระดับลูกน้องธรรมดาแน่ รอบกายเขามีนายตำรวจมากมาย แต่เจ้านี่กลับบุกเดี่ยวไปลักพาตัวเขาออกมาจากงานเลี้ยง ถ้าไม่ถูกจ้างด้วยเงินจำนวนมากถึงขั้นยอมเสี่ยงตาย แสดงว่าคงมีฝีมือพอตัว

ลอง คิดให้ดี ถ้าเป็นคนที่เก่งขนาดนั้น คนที่สั่งมาได้ ถ้าไม่ใช่ที่ยิ่งใหญ่กว่าก็คงเป็นเศรษฐี ตอนนี้พ่อเขาที่เคยเป็นนายตำรวจใหญ่เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ...จำนวนคนที่เห็นพ่อเป็นศัตรู มีมากจนนับไม่ไหว

จียงทิ้งตัวลงนอนอย่างหมดแรง

การจะรอความช่วยเหลืออย่างเดียวคงไม่มีหวัง ...ต้องหาทางออกไปเองให้ได้








...








เสียงตบโต๊ะดังลั่นของท่าน รัฐมนตรีคนใหม่ได้ยินออกไปกระทั่งนอกห้องส่วนตัว ปาร์คฮงจุน นายตำรวจคนสนิทที่รับตำแหน่งผู้ติดตามถอนหายใจยาวก่อนจะเปิดประตูเข้ามา

“ท่าน ครับ” เขาปราม เจ้านายของเขาคนนี้ตามปรกติเป็นคนใจเย็น สุขุมรอบคอบเสมอ แต่เรื่องที่ลูกชายท่านหายตัวไปแบบนี้ คนเป็นพ่อคงอยู่เฉยไม่ได้

ควอน จียง ลูกชายคนเดียวของคุณจินอูหายตัวไประหว่างงานเลี้ยงรับตำแหน่งเมื่อคืนวาน โทรศัพท์ไร้เสียงตอบรับ แถมกล้องวงจรปิดยังจับพิรุธไม่ได้ ภาพสุดท้ายเห็นเพียงคุณจียงเดินออกไปที่ระเบียงห้องบอลรูม

“ฉันเป็นห่วงเขา ฮงจุน ถ้าเขาถูกจับไปเพราะฉัน...”

“ถ้า เป็นแบบนั้นจริงลูกชายท่านคงยังปลอดภัย” ฮงจุนรีบพูดก่อนจินอูจะคิดมากไปกว่านี้ “ถ้าคนร้ายต้องการอะไรจากท่าน คงติดต่อมาในไม่ช้า ท่านอย่ากังวลเลยครับ”

หลายชั่วโมงถูกใช้ไปกับการทบทวนระบบความปลอดภัยและการแกะรอยคนร้ายลักพาตัว จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ของจินอูดังขึ้น

ฮงจุนพยักหน้าให้เจ้าหน้าที่สื่อสารที่เตรียมพร้อมแทรคแบ็คสัญญานโทรศัพท์ลงมือได้ ก่อนจะพยักหน้าอีกครั้งให้คุณจินอูรับโทรศัพท์

“...”

ไร้เสียงตอบรับแม้จินอูจะทักไปแล้ว

ทั้งห้องเงียบสงัด

มีเพียงเสียงหายใจเบาๆ ก่อนเสียงทุ้มแปลกๆจะดังมาตามสาย

...

“...การรอคอยอะไรสักอย่างมันไม่สนุกเลยว่าไหม”

...

...เพียง เท่านั้นจินอูแทบหมดแรง... แค่ประโยคที่ไม่มีความหมายอะไรเลย แต่เท่านี้เขาก็รู้แล้ว ...ลูกชายเขาไม่ได้หายตัวไปเฉยๆ ...และได้รู้แล้วว่าใครอยู่เบื้องหลัง เพราะเสียงนี้เขาคงจำไม่มีวันลืม

‘โซจุงควอน’

ผู้ที่ได้ชื่อว่า ‘พยัคฆ์’ แห่งวงการยาเสพติด

คนที่ตกหลุมพรางเขาจนติดคุกถึงสิบปี ...เวลาผ่านไปนานถึงเพียงนี้แล้วยังคงแค้นเขาอยู่สินะ

“แกมันขี้ขลาด ไม่กล้าลงมือกับฉันหรือไง หา!! คืนลูกฉันมา!”

“เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ‘ท่านจินอู’” เสียงหัวเราะติดปลายจมูก “...ตัวท่านเองนั่นแหละที่กำลังถูก ‘ลงมือ’”

อดีตนายตำรวจใหญ่กำหมัดแน่น

“หรือ ว่าตอนนี้ท่านไม่เจ็บปวด... ไม่สิ คนรักครอบครัวอย่างท่าน เมื่อสูญเสียภรรยาไปแล้ว อะไรจะสำคัญไปกว่าลูกชายคนเดียวที่เหลืออยู่”

... จินอูหลับตาลง เขาไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยซ้ำ “แกจะเอาอะไร”

ฮงจุน ยกมือจะห้ามแต่ไม่ทันเสียแล้ว ทั้งที่ท่านจินอูน่าจะรู้ดีว่าการยอมอ่อนข้อให้คนร้ายเป็นข้อห้ามลำดับ ต้นๆ... แต่ถ้าเพื่อคุณจียง...

...และนั่น เสียงหัวเราะราวกับปิศาจร้าย “หึ อยากจะแลกเปลี่ยนงั้นรึ ลองรอดูสักหน่อยเป็นไร... สักสิบชั่วโมง”

“สิบวัน...”

“หรือสิบปี”

น้ำเสียงเหยียดหยันราวกับรอเวลานี้มาแสนนาน

ปลายส