2009/Nov/21

Title: Straight out of Line
Status: 3/6
Fandom: Bigbang
Pairing: Tempo x Jiyong
Author: kiba kai
Rating: R (for violence usage)
Genre: AU, Drama
Disclaimer: don’t own the boys, no money made
Warning: YAOI [BOY x BOY]

Image Song: Bittersweet: Brave Brothers (feat. M, 현아, 마부스, 레드락, 베이직) เพราะจัง ฮืออ [download here]
For earlier chapter:
[my fic index]

 

 




นี่มันที่ไหนกัน เซฟเฮาส์ของคนรวยโรคจิตหรือยังไง... จียงทรุดนั่งลงริมหน้าต่างอย่างหมดหวัง

ตาเรียวเหม่อมองออกไปด้านนอก ทะเลสีฟ้าที่อยู่เพียงมือเอื้อม แม้มันจะสวยงามแค่ไหนก็ช่วยปลอบใจเขาไม่ได้

ฝ่ามือทาบค้างอยู่บนผิวเย็นเยียบของกระจก เสียดายนักที่จียงไม่ทันเห็น

...

...สองร่างเร้นกายในเงาไม้





user posted image

Straight out of Line
By kiba kai





Chapter 3: unfaithful






...

เสียงคลื่นซัดกระแทกสะพานหินดังเป็นระยะ...

ภายในโกดังร้างริมท่าเรือปรากฏเงาร่างของชายกำยำสองคนใต้แสงสลัวของตะเกียง

“...แน่ใจนะว่านั่นคือ ‘เทมโป’ ” โอจินฮวานชายผิวขาวจัดอดีตนายตำรวจเอ่ยถามคู่หู

“โดน มันเล่นงานไปครั้งนึง ใครจะลืมลงวะ” อิมแทบินชายผิวแทนตบโต๊ะอย่างแค้นเคือง “เจ้านั่นเคยฝ่าด่านตำรวจเป็นสิบเข้ามายิงนักโทษที่เราคุมตัวอยู่ ฉันเห็นหน้ามันชัดเลย สายตามันตอนลงมือ... ดูก็รู้ว่าไม่ธรรมดา”

“แล้ว คนที่อยู่ด้วยนั่นจะใช่คุณหนูอะไรนี่หรือเปล่า” เห็นแค่ตอนยืนอยู่ริมหน้าต่าง เพียงครู่เดียวเท่านั้นก่อนเจ้าเทมโปกระชากผ้าม่านปิด

“ใช่ ไม่ผิดตัวหรอก จะว่าไปก็โชคดีชะมัด ไอ้พ่อค้าข่าวอะไรนั่นมันรู้ได้ยังไง” เพราะปาร์คฮงจุน อดีตเพื่อนร่วมรุ่นเสนองานนี้มาให้ ลูกชายของท่านรัฐมนตรีจินอูถูกลักพาตัวไป เบาะแสเท่าที่พอเชื่อถือได้มีเพียงว่าเป็นฝีมือของ ‘เทมโป’ ส่วนข้อมูลมากกว่านั้นให้ไปรีดเอาจากพ่อค้าข่าวที่ชื่อเบคคยอง ตามข้อตกลงคือให้ชิงตัวควอนจียงกลับมา และงานนี้ต้องเป็นความลับ ...ก็สมควร ถูกล้วงคองูเห่าแบบนี้ขืนออกข่าวใหญ่โตไป ตำรวจทั้งกรมมีหวังขายหน้าไปอีกนาน

“เฮอะ อะไรก็ช่าง เราเจอมันแล้วก็ถือว่ามันซวยไปก็แล้วกัน” จินฮวานกระตุกยิ้ม

ปลายมีดคอมแบตเงาวับสะท้อนแสงไฟ





...







แสง สว่างของกลางวันมอดไปเสียนานแล้ว แต่ควอนจียงยังคงยืนมองจุดที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า พันธนาการบนข้อมือยังคงตรึงแน่นแต่ดูเหมือนเขาชักจะเริ่มชิน

หน้าผากมนพิงเข้ากับบานกระจก ในใจไม่อยากยอมรับว่าเขาหมดปัญญาจะหนีไปจากที่นี่

เขา ได้นอนสบายบนเตียงแถมไม่ถูกคล้องกับท่อเหล็กเหมือนที่ผ่านมาก็จริง แต่เจ้านั่นเล่นนั่งเฝ้าอยู่ปลายเท้าตลอดเวลาแบบนั้น จะกระดิกตัวทียังไม่พ้นสายตา

...ไอร้อนจากลมหายใจก่อฝ้าจางบนบานกระจก

ฉับพลันทิวทัศน์ด้านนอกกลับทึบลง ผู้คุมตัวเขาเอื้อมข้ามไหล่มากระชากผ้าม่านปิด

แค่จะมองโน่นนี่ยังจะมาห้าม... “ไหนว่าฉันทำอะไรก็ได้ไง” จียงยังคงยืนนิ่ง

“...งั้นอย่าเชื่อฉันให้มากนัก” ซึงฮยอนกระชากแขนผอมบางให้ลงไปชั้นล่าง

ทั้งคู่อยู่ที่บ้านพักหลังนี้มาได้สองวันแล้ว ...ดูเหมือนว่าทุกหกชั่วโมงซึงฮยอนจะถ่ายรูปจียงส่งไปหาใครสักคน

...จะ ถ่ายอีกหรือไง จียงเหลืือบมองเลนส์กล้องที่กำลังจะถ่ายเขาจากด้านข้าง ...ร่างบางคิดอะไรเล่นๆก่อนจะหันไปฉีกยิ้มให้กล้องตอนชัตเตอร์ถูกกดลงพอดี

เขามองเห็นร่างใหญ่ชะงักไปเล็กน้อย “ทำไม ดูมีความสุขไปเหรอ” เขาแหย่

ซึงฮยอนส่ายหน้าเบาๆพลางเก็บโทรศัพท์ลง “นายมองออกไปข้างนอกตลอด หวังจะให้มีคนผ่านมาช่วยหรือไง”

จี ยงตักอาหารเข้าปาก ลังเลอยู่ชั่วขณะว่าจะตอบออกไปดีไหม ...แต่มันคงไม่ทำให้สถานการณ์แย่ลงกว่าที่เป็นอยู่นัก “...ฉันไม่ค่อยได้เห็นทะเล”

“...” ดูจากสีหน้า อีกฝ่ายคงไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับวิวทิวทัศน์สักเท่าไหร่

...ถูกของจียง ซึงฮยอนไม่รู้สึกอะไรกับมันจริงๆ แต่เมื่อเขานึกย้อนไป...

.

‘ดูสิซึงฮยอน ทะเลสวยไม่ใช่เหรอ~’

.

‘ไว้มาด้วยกันอีกนะ’

.

สร้อยแหวนสองวงที่คอคล้ายกับอุ่นวาบขึ้นมาชั่วขณะ... ซึงฮยอนมองจียงราวกับสิ่งที่เขาพูดนั้นประหลาดเสียมากมาย

“ออกไปดูกันไหมล่ะ” ร่างบางชวนเล่นๆ ได้ออกไปจริงก็ตลกแล้ว

ซึงฮยอนหยัดกายลุกขึ้นไปปิดไฟ

“มันมืดแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกัน”







...








บน เตียงนอนหลังใหญ่ จียงที่ยังข่มตาไม่หลับนอนคิดอะไรไปเรื่อย มือบางประสานไว้ใต้ท้ายทอย หลังจากต้องใส่กุญแจมือไว้เกือบอาทิตย์ เขาเริ่มเรียนรู้วิธีที่จะอยู่กับมัน

ศีรษะเงยขึ้นเล็กน้อย... แล้วก็เหมือนเคย ซึงฮยอนกำลังมองเขาอยู่ “เมื่อเย็นนายพูดจริงเหรอ”

“...เรื่องอะไร”

“ที่บอกว่าจะให้ออกไปดูทะเล...”

“...” เขามักจะเห็นจียงใช้เวลาเป็นนานยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง สายตามองตรงไปข้างนอกนั่น ดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร ทั้งที่ภาพเบื้องหน้าก็ยังคงเป็นเช่นเดิม น้ำกับฟ้า หาดทรายกับโขดหิน แนวต้นไม้กับฝูงนกนางนวล แต่สิ่งเหล่านั้นดึงความสนใจจียงไปได้หมด

...

เขาชอบความเงียบ แบบนี้ก็ดีแล้วนี่

ไม่มีสนทนาที่ไร้ความหมาย...

ใช่ เพราะควอนจียงคุยกับเขาไปก็ไม่มีประโยชน์ ...คนๆนี้จะตายเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับ ‘JK’ นายจ้างงานนี้เท่านั้น

ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วสินะ งั้นคงอีกไม่นาน

.

‘ดูสิซึงฮยอน ทะเลสวยไม่ใช่เหรอ~’ ...ถ้าจียงเห็นว่ามันสวยเหมือนกัน

.

‘ไว้มาด้วยกันอีกนะ’ ...คำสัญญาที่ไม่มีทางเป็นจริงอีกต่อไป

.

...อีกสามชั่วโมงพระอาทิตย์จะขึ้น

...อีกสามชั่วโมง เสียงโทรศัพท์จากนายจ้างคงดังอีกครั้ง

....

.

“...ออกไปดูตอนนี้เลยก็ได้”






...






มืด... ช่างมืดเหลือเกิน...

พระจันทร์คงหลบอยู่อีกซีกหนึ่งของท้องฟ้า

แสงดาวสลัวส่องให้เห็นเพียงเส้นขอบระหว่างทรายสีเทากับทะเลสีดำ

ไม่มีอะไรชวนมอง

...ควอน จียงเดินช้าๆอยู่เบื้องหน้าเขา สองแขนผอมบางชูขึ้นเหนือศีรษะ ชายเสื้อถูกรั้งขึ้นเหนือขอบกางเกง เสียงลมหายใจถูกสูดเข้า ...กลิ่นเกลือเจือจางในอากาศ

ใบหน้ากลมเหลียวมามองเขา “...ทำไมถึงให้ฉันออกมาล่ะ”

“...”

“...Dead man’s wish?” ...คำขอสุดท้ายของนักโทษประหาร ฉันกำลังจะตายงั้นสินะ... จียงนึกในใจ

จะ คิดแบบนั้นก็ได้... ซึงฮยอนยังคงไม่ตอบอะไร แม้จะเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า ในสายตาคมนั้นมองเห็นเป็นควอนจียงหรือเจ้าของแหวนบนอกไม่มีใครรู้

...แวว ตาประหลาดที่จียงจะเห็นได้จากซึงฮยอนเป็นบางครั้งกำลังมองกลับมา ...เหมือนตอนที่พันแผลให้ เหมือนตอนที่คิดว่าเขาหลับไปแล้ว ...มันไม่ฉายแววของผู้ร้ายลักพาตัวแม้สักนิด

...

ถ้าเราได้พบกันแบบอื่นจะเป็นยังไง...

ถ้าเพียงเป็นคนแปลกหน้าในร้านกาแฟ... ร้านหนังสือ... สวนสาธารณะ...

ถ้ากุญแจมือที่สวมอยู่นี่เป็นเพียงเครื่องประดับที่นายมอบให้ไว้..

ฉับ พลันเสียงขึ้นไกปืนดังขึ้นจากด้านหลัง ตาคมเบิกโพลงขึ้น มือใหญ่ชักปืนจะหันกลับไปประจันหน้าแต่สายไปเสียแล้ว ...เสียงแหวกอากาศเบาๆของกระสุนที่ออกจากปากกระบอกปืนเก็บเสียงสะท้อนเข้าหู เพียงเสี้ยววินาทีก่อนความเจ็บราวกับไฟเผาจะประทุขึ้นบนไหล่ขวา

ใคร? ทำไม? ต้องการอะไร?

เขาหรือควอนจียง?

ซึง ฮยอนใช้มือซ้ายชักปืนแทนก่อนจะเอาตัวบังจียงไว้ ชายใต้หมวกคลุมศีรษะที่วิ่งเข้ามาชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบวิถีกระสุนที่ซึงฮยอนยิงสวนทันที

“วิ่งสิควอนจียง! พ่อเธอส่งฉันมา”

ตอน นั้นร่างบางตกใจจนก้าวขาไม่ออก ในความมืด ซึงฮยอนที่ดูเหมือนถูกกระแทกอย่างแรงที่ไหล่ยังพยายามดันเขาไปหลบข้างหลัง ...ของเหลวสีดำที่กระเซ็นใส่เสื้อและแก้มคืออะไร

แต่เพียงได้ยินคำว่า ‘พ่อ’ เท่านั้น จียงจึงเริ่มคิดได้ ...ซึงฮยอนเป็นผู้ร้ายและเขาคือเชลย

เขาควรจะหนี...

ซึงฮยอนล้มลงและกำลังจะถูกยิงซ้ำ

เขาควรจะหนี...

ปลายกระบอกปืนถูกยกขึ้นเล็ง ระยะเพียงไม่ถึงเมตร ...ไม่มีทางรอด

เขาควรจะหนี...

แต่

“ไม่! หยุดนะ!” จียงคิดอะไรอยู่กันถึงพยายามจะเข้าไปขวางทางปืน เพียงแต่เขาถูกมืออีกคู่กระชากไปอีกทาง ร่างบางพยายามดิ้นแต่แล้วกลับถูกต่อยเข้ากลางลำตัวจนจุกไปหมด สติเริ่มเลือนลาง...

เสียงปืนดังขึ้นสองสามนัดก่อนเปลือกตาบางจะปิดลง






...





เสียงดนตรีออร์เคสตร้าวง เล็กในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูกำลังบรรเลงขับกล่อมแขกเหรื่อของวงสังคมชั้น สูง งานเลี้ยงฉลองตำแหน่งรัฐมนตรีของท่านจินอูที่คราวนี้เป็นคิวของพรรคที่ สังกัดจัดฉลองให้

บุคคลผู้มีตำแหน่งสูงทั้งทางการเมืองและของกรมตำรวจมารวมตัวกันที่นี่

ปา ร์คฮงจุน หัวหน้าทีมคุ้มกันของงานยืนคุมสถานการณ์บนระเบียงชั้นสอง สายตาคมกริบมองไปตามแต่ละจุดที่มีผู้คุ้มกันประจำอยู่ เจ้าหน้าที่แต่ละคนได้รับมอบหมายมาจากกรมตำรวจโดยตรง แต่ละนายมีฝีมือและประสบการณ์สูง

ท่านจินอูอยู่ในสายตาเขาตลอด วงสนทนาที่แต่ละสมาชิกเองก็มีผู้คุ้มกันส่วนตัวตามประกบ

...เพรียบพร้อมขนาดนี้ ไม่ต้องมีเขายังไ้ด้

ร่างสูงลอบถอนหายใจ

ในใจไพล่คิดไปถึงเด็กหนุ่มอีกคน ...ถ้าวันนั้นมีการ์ดมากขนาดนี้จะยังมีคนพาไปได้อีกหรือเปล่า

ถ้าวันนั้นเขาไม่ละสายตาไปไหน วันนี้ก็คงอยู่ที่นี่สินะ... ยืนจิบคอกเทลและยิ้มทักทายแขกผู้ใหญ่

ฮงจุนได้ยินแขกสองสามคนถามถึงลูกชายท่าน เขามองเห็นจินอูข่มความรู้สึกสิ้นหวังไว้ในอกก่อนตอบไปเพียงว่าจียงกำลังพักผ่อนที่ต่างประเทศ

เสียง รายงานสถานการณ์ตามกำหนดเวลาดังผ่านหูฟังไร้สาย ไม่มีอะไรผิดปรกติ ไม่มีบุคคลสำคัญหายไป ไม่มีแม้ข้อความข่มขู่จากโซจุงควอน ตัวการที่จับจียงไป ...เงียบสนิทจนน่าผิดหวัง

ไม่หรอก เขาไม่ได้หวังว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่อย่างน้อยเขาอยากรู้ความเคลื่อนไหวและข้อเรียกร้องเพื่อแลกตัวจียงกลับมา เสียที ...ทุกหกชั่วโมงเขาต้องทนดูภาพถ่ายของจียงที่ถูกส่งมา

ภาพยามหลับ... ร่างกายที่ผ่ายผอมและบาดเจ็บ

สถานที่ในห้องหรือภายในรถแทบไม่ซ้ำกัน จียงคงได้อยู่ไม่ติดที่ เดินทางตลอดเวลาแบบนั้นการจะสืบหายิ่งแทบไม่มีหวัง

...รอยช้ำตามแขนขาและใบหน้าในจุดที่มองเห็น

แล้วที่มองไม่เห็นเล่า จะไม่ยิ่งมากกว่านี้หรือ?

ฮงจุน ไม่ได้รายงานจินอูถึงรูปพวกนี้ ยิ่งเห็นคงยิ่งไม่สบายใจ ขนาดเขายังแทบทนไม่ได้ เมื่อหลายวันก่อน สองคนที่เขาส่งไปตาม รายงานว่าได้เบาะแสแล้วและกำลังตามสืบอยู่ ใช่ว่าแทบินกับจินฮวานจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ประวัติของสองคนนั้นไม่สู้ดีนักเขาเองก็รู้อยู่ แต่หากต้องการให้เป็นความลับ เขาจะทำอย่างไรได้

ใจจริงเขาอยากออกไป ตามจียงเองด้วยซ้ำ แต่สถานการณ์ตอนนี้โซจุงควอนต้องการอะไรก็ยังไม่รู้แน่ เขาต้องการข้อเสนอที่ชัดเจนก่อนหากต้องออกห่างจากท่านจินอูจริงๆ

...

ปลายนิ้วเลื่อนไล้บนใบหน้าที่เป็นเพียงภาพถ่ายในโทรศัพท์

...จะต้องรอถึงเมื่อไหร่





...






“นี่คุณหนู ตื่นได้แล้ว”

เสียง แหบห้าวดังขึ้นอยู่ไม่ไกล ฝ่ามือหยาบกร้านแตะลงที่ต้นแขน ความจุกเสียดที่หน้าท้องเป็นสิ่งแรกที่จียงรู้สึก รุนแรงจนเขาต้องพลิกตะแคงเพื่องอตัวลง อาการค่อยเบาบางลงบ้าง ...กุญแจมือยังล็อคแน่นหนา

“พวกคุณเป็นใคร” ชายแปลกหน้าสองคน …ที่นี่... โกดัง?

ชายผิวขาวที่อยู่ข้างเขาตอบ “อย่างที่บอก เราเป็นคนของพ่อเธอ อีกไม่นานเธอก็ได้กลับบ้าน”

จี ยงยันกายลุกขึ้นนั่ง “คนเมื่อครู่ ...ที่ถูกยิงน่ะเขาเป็นยังไงบ้าง” เสียงเล็กยิ่งสั่นปลายเมื่อก้มลงมองอกเสื้อ ของเหลวสีดำ ไม่... สีน้ำตาลเข้ม

...เลือด

“เจ้านั่น ร้ายเป็นบ้า แต่ถึงไม่ตายก็คงเจ็บหนัก” แทบินเช็ดเลือดมุมปาก

จียงพยายามตั้งสติแม้ตอนนี้ใจเขาจะเต้นแรงขนาดไหน

ตาเรียวมองไปรอบกาย “...ฉันขอโทรหาพ่อได้ไหม”

จินฮวานหัวเราะในลำคอ “ไม่ต้องห่วง เราติดต่อฮงจุนแล้ว รอให้พระอาทิตย์ขึ้นเราจะออกเดินทางกัน”

เพียง ได้ยินชื่อคนสนิทของพ่อ จียงจึงได้เบาใจ ...เพราะพี่ฮงจุนดูแลเขาดีเสมอ ช่วงนี้พ่องานยุ่งมาก คงต้องอยู่ช่วยสินะ งั้นก็เหลือเพียงแค่รอ...

ร่าง บางถอนหายใจเบาๆเมื่อนึกถึงพี่ชายที่คอยอยู่ข้างกายพ่อ... ป่านนี้จะทำอะไรอยู่ เขาหายไปแบบนี้จะโทษตัวเองหรือเปล่า ...หรือไม่คงนั่งด่าเขาจนไม่เหลือดี

ไม่ว่าจะคิดถึงใครหรืออะไรอยู่ ทว่ากลับลืมไปเสียสิ้นเมื่อมือเรียวปาดเช็ดคราบเลือดบนแก้ม

เขากำลังจะได้กลับบ้านใช่ไหม

แล้วความรู้สึกวูบไหวในอกนี่คืออะไรกัน






...







เงาร่างสูงซวนเซในความมืด

โขด หินคมกริบเฉือนเข้าผิวหนังเมื่อฝีเท้าสะดุดล้ม เฉี่ยวซ้ำบนผิวแก้มไม่ไกลจากแผลเดิม กระสุนบนไหล่ขวาฝังใน แต่โชคดี นัดต่อมาถากเนื้อชายโครงไปได้ ซึงฮยอนไม่ยอมเสียเวลาย้อนกลับไปทำแผล เพราะตอนที่สู้กันบนหาด เขากระชากหน้ากากของอีกฝ่ายได้ แม้จะไม่ชัดนักแต่เขาแน่ใจ อิมแทบิน อดีตนายตำรวจตัวแสบ งั้นอีกคนคงเป็นพาร์ทเนอร์เจ้านั่น โอจินฮวาน

คนในคงใช้สองคนนี้มาตาม แต่เรื่องวิธีการ เขาไม่แน่ใจว่าตามมาถูกได้ยังไง

...

...หรือว่าการที่เจ้านั่นชอบยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง เพราะเห็นใครที่ตามมาช่วย?

...หรือว่าสีหน้าที่เขาเดาไม่ออกนั่น ที่แท้แล้วคงคิดหาทางหนีอยู่ตลอดเวลา

...ที่บอกว่าอยากออกไปดูทะเล มันก็แค่ข้ออ้างสินะ

...

...ไม่เลวนี่ เล่นเอาเขาเชื่อสนิท

...

ช่างมัน เรื่องนั้นยังไม่มีเวลาคิด ขืนปล่อยไปนานกว่านี้โอกาสที่จะชิิงตัวยิ่งยาก

ยังไงก็ต้องลากกลับมา... ถ้าคิดว่าหนีได้ก็ลองดู

...

ทว่าหลังเปลือกตาที่หลับลงกลับมีภาพๆหนึ่งฉายชัดขึ้น ...แรกรอยยิ้มกว้างเมื่อเห็นสีฟ้าของท้องทะเล

.

มือซ้ายที่กำแน่นทุบลงกับพวงมาลัยรถ





รอย ล้อรถใหม่ที่ยังเปียกชื้นบนถนนในเวลาตีสี่คงมีไม่มากนัก โชคร้ายที่ซึงฮยอนแกะรอยตามไปได้ไม่ไกล ร่องรอยนั้นกลับเริ่มเลือนหายไปเมื่อเข้าเขตชุมชน ทางเลือกข้างหน้ามีเพียงตัวเมือง ชายหาด ...หรือท่าเรือ

เขาเสียเวลาคิดเพียงครู่เดียวก่อนมุ่งตรงไปข้างหน้า

โกดัง นับสิบที่ตั้งเรียงรายหันหน้าเข้าหาชายฝั่ง ร่างสูงลงจากรถแล้วไล่สำรวจเรื่อยมาจนถึงอาคารสุดท้ายโกดังร้าง ที่มุมสุด รถกระบะที่เครื่องยังอุ่นอยู่จอดหลบสายตา

ช่องหน้าต่างส่องให้เห็น ชายฉกรรจ์สองคนยืนล้อมร่างบางนอนที่สลบไสลอยู่บนพื้น แสงไฟด้านในมีเพียงตะเกียงเล็กอยู่มุมห้อง เปลวไฟไหวเอนสะท้อนบนเสี้ยวหน้า

...ควอนจียง

มือของอิมแทบินเอื้อมพลิกใบหน้าขึ้น ปลายนิ้วลากไล้ข้างแก้ม ...ข้างที่ไม่เปื้อนเลือดเขา ที่ข้อมือบางยังติดกุญแจ

“จะเอาไงต่อ ไหนๆก็ได้ตัวมาแล้ว ป่านนี้ฮงจุนมันกระวนกระวายแ