2009/Dec/05

Title: Straight out of Line
Status: 4/6
Fandom: Bigbang
Pairing: Tempo x Jiyong
Author: kiba kai
Rating: R (for violence usage)
Genre: AU, Drama
Disclaimer: don’t own the boys, no money made
Warning: YAOI [BOY x BOY]

Image Song: Hallelujah - Big Bang [download here]
Author's Note: I'm falling, I'm falling... falling
For earlier chapter:
[my fic index]

 


“แต่ท่านครับ ผมอยากแน่ใจก่อนว่าท่านจะปลอดภัย...”

จิ นอูไม่รอให้ฮงจุนพูดจบ เขาเข้าใจว่าตัวเขาสำคัญแค่ไหน ทั้งตำแหน่งหน้าที่การงาน แต่เขายังจำได้ดีถึงความเจ็บปวดจากการสูญเสียภรรยาเมื่อครั้งก่อน ...เขาแทบทนไม่ได้ แล้วตอนนี้จียงเป็นครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่... “ฉันรู้ ต้องขอบใจมากที่เป็นห่วงฉัน แต่เธอเข้าใจใช่ไหม ว่าถ้าไม่มีจียงแล้วฉันจะอยู่ยังไง”

“...”

“พาเขากลับมาที ฮงจุน”

...

“...ครับ”





user posted image

Straight out of Line
By kiba kai






Chapter 4: unbound





.

...

เสียงหยดน้ำตกลงบนพื้นกระเบื้องทีละหยด... ทีละหยด...

คิ้วเข้มขมวดแน่นขึ้น...

คำพูดบางประโยคที่แทบลืมเลือนไปเนิ่นนานกำลังโลดแล่นในความคิด

.

‘ซึงฮยอน นี่คนรักของฉัน... เราหมั้นกันแล้ว ขอโทษที่ไม่ได้บอกเธอก่อน’

‘...ไม่เป็นไร พี่ฮเยยุนมีความสุขก็พอ’

‘ฮะฮะ ใช่สิ ฉันมีความสุขไปแล้ว แหวนเราสวยใช่ไหมล่ะ ฉันก็จะคอยวันที่ซึงฮยอนมีความสุขเหมือนกัน’

.

ตา คมกระพริบขึ้นลงเชื่องช้า เหลียวมองสภาพรอบกายเพียงชั่วครู่ ห้องในบ้านพักตากอากาศ? ไม่มีคนอื่น...เมื่อเห็นว่าำไม่มีอันตรายจึงค่อยนึกย้อนเหตุการณ์ ...บ้าเอ๊ย เขาสลบไป ...แล้วนี่ อย่าบอกนะว่า

ให้ตายเถอะ... “ตื่นแล้วเหรอ” สองมือถือกล่องยากับขวดน้ำเดินมาทางเขา

“...” ซึงฮยอนใช้สายตาสำรวจคร่าวๆว่าจียงไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนแต่ไม่ได้เอ่ยถาม ไม่ได้ตอบอะไรไป ใบหน้าคมเบือนหนี ไขกุญแจมือออกแล้วสินะ

...เมื่อไหร่จะไปสักที

“เมื่อ ครู่โทรศัพท์นายดัง...” ตาคมเบิกกว้าง เขาผุดลุกขึ้นทันที “วางใจเถอะ ฉันไม่ได้รับ” จียงพูดจริง เขาไม่ได้รับสาย แค่มองดูชื่อคนที่โทรเข้ามาเท่านั้น ‘JK’ งั้นหรือ... มือบางดันไหล่ให้ร่างสูงนอนลงไปอีกครั้ง ...แผลยังสดอยู่มาก

“...”

“ฉัน แค่ไม่แน่ใจว่าควรทำอะไรตอนนี้ สองคนนั่นบอกว่าพ่อฉันส่งมาตาม แต่แล้วกลับเป็นนายที่ ...ไม่ทำร้ายฉัน” ริมฝีปากกลืนคำอื่นลงไปเสีย ...คำว่า ‘ปกป้อง’ ดูมากเกินกว่าที่จะพูดออกมา “ฉันไม่ได้โทรหาใคร เผื่อว่าโทรศัพท์นายถูกดักฟัง”

...ไม่มีอะไรเปลี่ยนสินะ จียงไม่ทำแม้กระทั่งจะหาข้อได้เปรียบจากสถานการณ์บ้าๆแบบนี้

“...ทำไมไม่หนี” ซึงฮยอนถาม

มือ บางที่กำลังหยุดลง เขาพอเดาออกว่าซึงฮยอนถามแบบนี้ทำไม “...ถ้าเงื่อนไขที่จับฉันมาคือพ่อฉันล่ะ ถ้าฉันหนีไปได้แล้วคนของนายไปทำร้ายพ่อล่ะ ...ฉันไม่อยากเสี่ยงแบบนั้น อีกอย่าง...” สำลีชุบแอลกอฮอล์บรรจงเช็ดที่ปากแผล “...นายเองก็ไม่ได้ทำร้ายฉันนักหนา”

“แค่ยังไม่ได้ทำเท่านั้น นายอย่ามั่นใจนัก”

“เอาเถอะ สารรูปนายแบบนี้คงทำอะไรได้ไม่มาก...”

ตา คมหรี่ลงเพียงเล็กน้อยก่อนมือซ้ายคว้าจับที่เรียวคอขาว ทั้งร่างโถมเข้าใส่จนจียงเป็นฝ่ายลงไปกระแทกพื้นเสียเอง แต่เพียงชั่วขณะเดียวร่างบางตีศอกเข้าที่ข้างขมับ กระชากพลิกข้อมือซึงฮยอนลงไปไพล่หลังกับพื้น

ไม่ปล่อยให้ฝ่ายตรงข้าม มีแม้เวลาย่ามใจ ร่างสูงถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะสะบัดตัวอย่างแรงจนจียงตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ซึงฮยอนมองเห็นเพียงแววตื่นตระหนกบนสีหน้า “...ถึงเสียดายโอกาสหนีตอนนี้มันก็สายไปแล้ว”


.

“ใช่ ...เมื่อเช้าไม่ได้รับสาย”

“...”

“ไม่มีอะไร ไม่มีใครตามมา”

“...”

“เด็กนั่นยังอยู่ เห็นรูปแล้วไม่ใช่เหรอ”

“...”

“ได้”

ร่าง บางนั่งอยู่มุมห้องโดยมีผ้าผืนยาวพันข้อมือแน่นหนากำลังฟังบทสนทนาเงียบๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อซึงฮยอนไม่พูดถึงสองคนนั่น “นายปิดบังนายจ้างทำไม”

“...ไม่จำเป็นต้องบอก” มือใหญ่พับโทรศัพท์ลงแล้ววางลงบนโต๊ะ “ฉันหมายถึงกับนาย”

“...”

ซึง ฮยอนนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม ปรกติแล้วเขาจะมองตาจียงเสมอ ...แต่วันนี้คงแตกต่างไป ตาคมเ็ห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้ายกเว้นร่างบางที่มองกลับมา ...ความรู้สึกแปลกเกิดขึ้นในอก ทำไมในใจเขาอยากคิดด้วยซ้ำว่าจียงหนีไปได้แล้วจริงๆ ...เขาไม่ค่อยเข้าใจนัก เพราะจริงๆแล้วจียงปล่อยเขาไว้ให้ตายข้างทางนั่นก็ไ้ด้ ...ทิ้งเขาไว้แล้วขับรถไปไหนต่อไหนก็ได้ “นายนี่มันโง่จริงๆ...”

จียงขยับผ้าที่ข้อมือ แต่ได้ไม่มากนัก “ก็นายช่วยฉัน... แถมกระสุนนั่น...”

“อย่าเข้าใจผิด ฉันไม่ได้ช่วย แค่ไปตามตัวประกันกลับมา...” ซึงฮยอนเบือนหน้าหนี “...ส่วนที่ถูกยิงเป็นเพราะฉันอ่อนหัดเอง”

ร่างบางพ่นลมหายใจออกจมูก ...บ้าชะมัด

...

…ความเงียบเริ่มคืบคลาน

...จี ยงไม่ทันได้เห็นสีหน้าก่อนร่างสูงลุกขึ้นไปที่ขอบหน้าต่างบานใหญ่ และแม้จะมองไม่เห็นมือที่เอื้อมออกไป ทว่าเสียงปลดล็อคนั้นเขาคงฟังไม่ผิด

ลมทะเลที่พัดผ่านผ้าม่านขาวสดชื่นกว่าที่เคยนึกไว้

... จียงเหมืือนอยากจะพูดอะไรต่อ แต่ก็หยุดปาก... คิดไปเองหรือไม่ว่าคนๆนี้ดูเหมือนอยากจะตอบแทนเขาบ้าง และอิสระเล็กน้อยคงเป็นสิ่งเดียวที่พอจะให้ได้ เมื่อจนด้วยคำพูดจึงทิ้งตัวลงกับโซฟา...

ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มน้อยๆก่อนจะหลับตาลง ...บรรยากาศแบบนี้ก็ไม่เลวนัก อย่าเพิ่งทำลายมันทิ้งเสียดีกว่า





...





โซ จุงควอนหัวเราะเบาๆกับโทรศัพท์ที่ปลายสายอีกข้างวางไปแล้ว ...เกิดอะไรขึ้นที่สุดขอบทะเลนั้น เขาไม่อาจรู้แน่ แต่สิ่งที่มั่นใจได้นั่นคือการที่แผนของเขากำลังใกล้บรรลุจุดมุ่งหมายเข้าไป ทุกที

บนดาดฟ้าเรือยอร์ชสีขาว แชมเปญสีทองถูกยกขึ้นสะท้อนแสงแดด

“ตบรางวัลให้เจ้าพ่อค้าข่าวเบคคยองนั่นด้วย บอกมันว่าทำดีมาก... อีกไม่นานแล้ว”

เสียงหัวเราะทุ้มต่ำน่าเกรงขามประหนึ่งเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้าย “หึ... สิบปี ดูท่าจะคุ้มกับที่อดทนรอ”




...





หลังจากที่ปาร์คฮงจุนรับคำสั่งจากรัฐมนตรีจินอู ให้ตามหาควอนจียง ใจหนึ่งเขาหาทางปฏิเสธด้วยความคิดที่ว่า อย่างไรเสียความปลอดภัยของผู้เป็นนายต้องมาก่อน ...แต่อีกใจหนึ่ง เขาพูดไม่ได้หรอกว่าไม่เต็มใจตามหา

เริ่มที่ซองเบคคยองก่อนก็แล้วกัน เจ้านั่นมันตัวแสบ เข้าได้กับทุกฝ่ายอย่างกับเชื้อโรค ขอให้มีเงินจ่าย ใครให้มากกว่ามันก็เข้าฝ่ายนั้น ...ไม่เคยมีใครดัดหลังได้เพราะคนคุ้มหัวมีมากจนนับไม่ถ้วน แบล็คเมล์ใครๆไว้เยอะสินะ

“ได้ยินว่าหาตัวฉันอยู่เหรอ คุณอดีตตำรวจ” เสียงหนึ่งดังขึ้นที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ...ในคอฟฟี่ช็อปกลางเมืองที่ฮงจุนมักจะมาประจำ หนังสือพิมพ์หน้าอาชญากรรมถูกลดลง เด็กหนุ่มไม่คุ้นตาใต้ปีกหมวกลายสกอตเอื้อมมือมาหยิบคุ๊กกี้จากจานตรงหน้า

“...” ฮงจุนหรี่ตามอง อายุคงประมาณยี่สิบ ...เขาไม่รู้จักเด็กคนนี้

“อะไร อย่าบอกนะว่าไม่รู้จักหน้าฉัน คนอย่างปาร์คฮงจุนเนี่ยนะ อ้อ หรือฉันไม่สำคัญพอ ...สู้ใครบางคนไม่ได้หรอกมั๊ง” คุ๊กกี้นั้นไม่ได้ถูกหยิบไปกิน แต่ถูกหย่อนลงมาในแก้วเอิร์ลเกรย์ของเขา

คนที่ตามหา หรือว่า “...ซองเบคคยอง?” ... น่าจะอายุสักสามสิบไม่ใช่หรือไง

“ก็ รู้นี่... เอ้าว่าไง ฉันขอเท่านี้ แต่แนะนำว่านายควรจะให้มากกว่านะ” นิ้วมือทั้งห้ากางคว่ำลงบนโต๊ะ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่น ...หึ กล้าดีไม่ใช่เล่น

“ฉันไม่จ่ายอะไรทั้งนั้น ถ้ารักชีวิตก็บอกสิ่งที่ฉันต้องการรู้มา” ...เสียงขึ้นไกปืนดังมาจากใต้โต๊ะ

เบคค ยองเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งก่อนจะตอบไป “นายก็รู้ว่าใช้วิธีนี้กับฉันไม่ได้ ...ถ้าท่านจินอูที่นายเคารพนักหนา รู้เข้าว่าระหว่างคนสนิทของท่านกับคุณหนู...”

“หุบปากซะ...” ฮงจุนขัดขึ้น เขาแค่อยากลองดูเท่านั้นว่าเจ้านี่มีไพ่อะไรในมือบ้าง “หึ ใช้แต่วิธีสกปรกแบบนี้นี่เล่า” จะจริงหรือไม่ก็ตาม แต่ตอนนี้เจ้านายของเขากำลังลำบากใจ เรื่องงี่เง่าพรรค์นี้รังแต่จะทำให้แย่ลง

เบคคยองยิ้มกว้างเมื่อเช็คพร้อมลายเซ็นต์และตัวเลขวางอยู่ตรงหน้า “เอาล่ะ จะถามอะไรก็ว่ามา”

...

เมืองท่าชายทะเล... ให้ตายสิ ไกลขนาดนี้ มิน่าทำไมหาไม่เจอ

ปาร์ คฮงจุนถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เขาขับรถมาเกือบทั้งคืนเพียงเพราะว่าไฟล์ทของวันนี้เต็ม หวังว่าข้อมูลที่เจ้านั่นให้จะไม่ผิดพลาด และเมื่อมาถึง สิ่งแรกที่รอเขาอยู่คือร่างของแทบินและชิ้นส่วนที่เคยเป็นจินฮวาน ฮงจุนกำหมัดแน่น ...นี่มันทำถึงขนาดนี้

เขายิ่งร้อนใจไปดูที่เกิด เหตุ แต่อย่างไรก็ไร้ผล ข้อมูลจากตำรวจท้องที่ไม่เป็นประโยชน์มากนัก เหตุเพิ่งเกิดเมื่อคืนวาน หากยังไปได้ไม่ไกลก็ยังดี ฮงจุนติดต่อทั้งโรงแรมและโรงพยาบาลใกล้เคียงทุกแห่ง แม้กระทั่งคลีนิคเล็กๆก็ไม่มีเบาะแส

สิ่งสุดท้ายที่ทำได้แค่ฝากรูป ของจียงไว้ให้ตำรวจช่วยดูตามด่านทางหลวงเท่านั้น ส่วนตัวเขาต้องตั้งต้นตามหาอย่างไร้ทิศทาง ...ไม่สิ หรือจะลองใช้สิ่งนี้? กระดาษจดรหัสและเบอร์โทรศัพท์ที่ได้มาจากเบคคยอง

‘ฉันมีของแถมให้ ลูกค้าที่จ่ายเงินเกินเสมอ ถือว่าฉันให้โอกาสนายถามอะไรก็ได้หนึ่งครั้ง เลือกคำถามให้ดี เพราะฉันจะตอบแค่ ‘yes’ หรือ ‘no’ เท่านั้น’

... เมื่อมาถึงทางตันแล้วเขาจะทำอย่างไร

มือใหญ่กำเศษกระดาษนั้นไว้แน่น



...






แม้ จะใช้มือข้างเดียว แต่ซึงฮยอนก็พันแผลได้เรียบร้อยพอๆกับจียง คนที่นั่งมองจากมุมห้องเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำดูเหมือนจะไม่จำเป็นจริงๆ นั่นแหละ

“...ไปขึ้นรถ” ซึงฮยอนสั่งเรียบๆ

หมายความว่าต้อง ไปที่อื่นแล้ว?... เสียดายนะ ถ้าไม่ติดว่าเขาถูกขังแล้วล่ะก็ ที่บ้านพักริมทะเลนี่เรียกได้ว่าน่าอยู่ทีเดียว เขายืนมองหาดทรายอยู่ครู่หนึ่ง ...สายลมเอื่อยพัดผ่านเส้นผม น่าแปลกที่เขายังไม่ถูกกระชากฐานทำให้เสียเวลา เมื่อหันกลับไปก็พบว่าร่างสูงเองเพียงแค่ยืนพิงอยู่ข้างรถเท่านั้น

...ความ รู้สึกหลากหลายประดังเข้าในความคิดของซึงฮยอน หนึ่งในนั้นอาจใช่ความรู้สึกอยากจะตอบแทนอย่างที่จียงเข้าใจหรือไม่ก็ตาม ...กระนั้นมือใหญ่เอื้อมปลดผ้าผูกข้อมือให้

‘อย่าทำลายความไว้ใจของฉัน’

...หากคำพูดนั้นจะอ่านออกจากสายตา

...ร่่างบางกลืนน้ำลายช้าๆก่อนจะก้าวขึ้นรถ

ตลอดทางจียงไม่มองออกไปทางทะเลเหมือนอย่างเคย ความคิดในใจเขาขัดแย้งกันแปลกๆ... ตาเรียวก้มมองข้อมือที่ไร้พันธะสลับเสี้ยวหน้าคม



...



แม้ จะขับรถมานานพอสมควร แต่ทิวทัศน์ข้างทางยังคงไม่เปลี่ยนไป คงขับเลียบหาดมาเรื่อยๆสินะ ...จียงคิดก่อนจะเหลือบมองร่างสูงที่ไม่ปริปากพูดอะไรเลย จนรถจอดสนิทที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ซึงฮยอนลงจากรถและพยักหน้าให้เขาตามลงไปด้วย ผ่านล็อบบี้และทางเดินในสวนกว้างขวางจนมาถึงบ้านพักหลังใหญ่ที่แยกตัวออกจาก หลังอื่น ร่างสูงเคาะประตูเป็นรหัสก่อนจะผลักเข้าไป ...ที่นี่ที่ไหนกัน คงไม่ใช่ว่า...

ชายร่างใหญ่สองคนที่ดูเหมือนนักเลงคุมบ่อนมองทั้งสองหัวจรดเท้า

“ฉันมาพบคนข้างใน” ใบหน้าคมพยักเพยิดไปที่ประตูห้องอีกชั้น

“ดูท่าทางไม่ได้นัดไว้สินะ” หนึ่งในนั้นถามกลับ

“ฉันกำลังนัด...” ซึงฮยอนยังไม่ทันจบประโยคนั้นด้วยซ้ำเมื่อเสียงขึ้นไกของเบเร็ตต้าดังขึ้นโดยที่เจ้าถิ่นทั้งสองยังไม่ทันชักปืน

ทั้ง ห้องเงียบลงชั่วอึดใจก่อนเสียงหัวเราะเบาๆจะดังขึ้นจากหลังมู่ลี่ “เฮ้ๆ นึกว่าใคร อย่างนายถึงยุ่งอยู่ฉันก็ลัดคิวให้ได้อยู่แล้วน่า” ซองเบคคยองพยักหน้าทักทายซึงฮยอนก่อนจะโบกมือให้คนของเขาเก็บปืน “กำลังรออยู่พอดี เข้ามาคุยกันข้างในนี่ดีกว่า” ก่อนจะมองสำรวจอีกคนที่ตามหลัง “...เอ้อ แล้วนี่สินะ ..ควอนจียงที่ว่า”

สิ้นคำถาม ร่างสูงสอดปลายนิ้วกลับเข้าไปในโกร่งปืนทันที

“หึ หึ ไม่ต้องอารมณ์ร้อน นายก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้ อย่าลืมสิว่าฉันเป็นใคร” เบคคยองเดินนำเข้าไปที่ห้องด้านใน “ว่าแต่ไหนๆก็ได้เจอฉันทั้งที จะไม่อุดหนุนกันหน่อยเรอะ มีข่าวอะไรที่ต้องการบ้างหรือเปล่า”

“ฉัน ไม่รู้มาก่อนว่าคนที่จะต้องพบวันนี้คือนาย” เพียงแต่ได้รับคำสั่งมาเท่านั้น แถมที่นี่คงเป็นห้องพักไว้สำหรับงานนี้เท่านั้น ทว่าแม้จะลดปืนลงแต่ร่างสูงยังปลดเซพตี้ค้างไว้ “... ‘เรื่องนั้น’ ไปถึงไหนแล้ว”

“หึ... นายนี่” ชายร่างเล็กยิ้มมุมปากพลางเอนลงพิงพนักเก้าอี้หนังตัวใหญ่ สายตาไพล่ไปมองสร้อยแหวนที่ถูกคล้องคอไว้ไม่ห่างกาย “ไม่ว่าจะกี่ปีก็ยังรอสินะ ห้าหรือหกปีแล้ว ที่นายจ้างฉัน” ...การสืบหาสาเหตุการตายของชเวฮเยยุนพี่สาวและชายคนที่ควรจะได้เป็นพี่เขย เบาะแสมีเพียงว่าถูกสังหารอย่างทารุณเมื่อกว่าสิบปีก่อน สิ่งที่พอจะใช้ระบุร่างทั้งสองที่พบได้ มีเพียงแหวนสองวงนั่น ...ไม่เคยคิดจะตัดใจเลยหรือไง

จากเด็กหนุ่มธรรมดาที่เคยมีชีวิตอยู่ อย่างปรกติ มีพี่สาวเพียงคนเดียวคอยดูแล พอเจอเรื่องแบบนั้นเข้า... แถมกระบวนการยุติธรรมและตำรวจไม่สามารถเป็นที่พึ่งได้ ถึงกับยอมเอาอนาคตตัวเองมาแลกกับทางเดินที่แทบมองไม่เห็นแสงสว่าง

...ถลำลึกมาจนถึงป่านนี้

‘เทมโป’ งั้นหรือ ...ในสายตาเขาเจ้านี่ก็ยังเป็นแค่ซึงฮยอนคนเดิมนั่นแหละ... เด็กหนุ่มที่ยืนตัวสั่นกลางสายฝนวันนั้น

ไม่ หรอก เขาไม่ค่อยได้ช่วยเหลืออะไรซึงฮยอนมากนัก จะมีแค่บางครั้ง ข้อมูลเรื่องงานใหญ่ๆบางเรื่องเขาจะบอกแต่ซึงฮยอนคนเดียว ...ก็เจ้านี่จ่ายมากกว่าคนอื่นแถมไม่เคยต่อราคาเลยด้วยซ้ำ ...ไม่สนใจทรัพย์สินเงินทองที่ได้มาหรือไงกัน ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เขาเชื่อว่าซึงฮยอนคงไม่จนไปกว่าเขาหรอก

ชื่อเสียงและความสามารถก็ อีกเรื่อง งานแบบนี้ถึงจะต้องใช้ฝีมือและประสบการณ์ แต่ความกล้าของเจ้านี่ต่างหากที่คนอื่นขาดไป ...อายุเท่านี้แต่เป็นที่ต้องการตัวมากจนขึ้นมายืนแถวหน้าของวงการ... คงไม่ยอมหยุดจนกว่าจะถึงวันที่พบฆาตกรที่ฆ่าพี่สาวสินะ

“...ว่าเรื่องที่นายมาที่นี่ดีกว่า” เบคคยองเปลื่ยนเรื่อง

“ฉันได้รับคำสั่งแค่ให้มาที่นี่ เวลานี้เท่านั้น”

เจ้า ของห้องเม้มปากอย่างชั่งใจ “อืม ...รายละเอียดฉันไม่รู้มากหรอก แต่ ‘JK’ ติดต่อให้ฉันรอรับ ‘ของ’ จากนาย” เบคคยองหมุนเก้าอี้เยื้องไปทางจียง

“ใช่ ‘นี่’ หรือเปล่าล่ะ”






...





รถ โฟร์วีลคันใหญ่จอดลงที่หน้าล็อบบี้ของรีสอร์ทชายทะเล ปาร์คฮงจุนลงจากรถด้วยท่าทีรีบร้อนหลังจากที่เขาตรวจสอบพบว่าหมายเลขโทร ศัพท์ที่เบคคยองทิ้งไว้ให้ตรงกับที่รีสอร์ทนี้ เจ้าพ่อค้าข่าวนั่นต้องการอะไรกัน เขาไม่คิดว่าคนอย่างนั้นจะเลินเล่อทิ้งรอยให้ตามถึงตัว

...เว้นแต่จะจงใจ

เขา ใช้สถานะคนสนิทของรัฐมนตรีสอบถามรายชื่อคนเข้าพักแต่ไม่มีชื่อไหนคุ้นหู ร่างสูงแตะปลายคางที่เริ่มมีเคราบางๆเมื่อใช้ความคิด ...หรื