2009/Dec/18

Title: Straight out of Line
Status:
5/6
Fandom: Bigbang
Pairing: Tempo x Jiyong
Author: kiba kai
Rating: R (for violence usage)
Genre: AU, Drama
Disclaimer: don’t own the boys, no money made
Warning: YAOI [BOY x BOY]

Image Song: Where U At - Taeyang [download here]
Author's Note: .......เอิ่ม

For earlier chapter:
[my fic index]

 




...แต่แล้วห้วงเวลาอันเปราะบางกลับถูกทำลายลง

รู้สึกถึงแรงสั่นเบาๆของโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อ ...ซึงฮยอนข่มตาหลับก่อนจะลดมือลงข้างกาย

...

และเมื่อจียงลืมตาขึ้นร่างสูงก็ผละไปเสียแล้ว โทรศัพท์จากนายจ้างติดต่อมาหลังจากเงียบหายไปหลายชั่วโมง

บทสนทนาระหว่างนายจ้างกับมือปืนจะเป็นอย่างไร จียงไม่อยากรับรู้ ทว่าประโยคเดียวที่เล็ดรอดออกมาให้ได้ยินนั้น...

“เด็กนั่นไม่มีประโยชน์แล้ว ...กำจัดซะ”




user posted image

Straight out of Line
By kiba kai







Chapter 5: unlimit






...

‘...ไม่มีประโยชน์’

‘กำจัด...’

คำพูดในโทรศัพท์ยังคงดังแว่ว “ได้ยินว่า ตอนส่งตัวให้เบคคยองมีเรื่อง แต่ไม่เป็นไร ยังไงไอ้เด็กนั่นก็ไม่มีประโยชน์แล้ว ฆ่ามันทิ้งแล้วส่งรูปมาสิ”

“...”

“ให้พ่อมันที่อยู่ในโคม่าฟื้นขึ้นมาเห็นสภาพศพลูกมันก็ไม่เลว ฮ่าๆๆ”

“...อืม”

เสียงพับโทรศัพท์แม้จะเบาแค่ไหน แต่กลับชัดเจนในห้องเงียบสนิท คำสั่งเมื่อครู่ดังก้องในหูของคนทั้งคู่ ...ร่างเล็กทรุดลงกับพื้นห้อง ใบหน้าก้มนิ่ง

“ฉัน... ต้องตายแล้ว...”

ซึงฮยอนนิ่งเงียบราวกับต่อสู้กับความคิดตัวเองอย่างหนัก ตั้งแต่แรก... ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองไม่ได้ถูกร่นลงแม้แต่น้อย ...ความอึดอัดลอยวนในอากาศ จนสุดท้ายเสียงทุ้มยอมเอ่ยขึ้น “... ‘JK’ มีสิ่งที่ฉันต้องการ เขารู้เรื่องที่เบคคยองไม่รู้”

“...”

มือใหญ่เอื้อมจับแหวนสองวงบนแผ่นอก “...ฉันไม่ทำไม่ได้”

จียงเหลือบมองร่างสูงที่ยืนสงบนิ่ง ...ตัดสินใจแล้วหรือไง “สำหรับนาย ฆ่าใครสักคนคงเป็นเรื่องเล็ก...”

“...” เสียงฝีเท้าก้าวที่หนึ่ง...

...จบแล้ว... ใช่ไหม “...”

“...” ...ก้าวที่สอง

ตาคมจดจำหยาดน้ำตาข้างแก้มนวล

...

...ใบมีดสีเงินสะท้อนในแสงจันทร์





...






ฝ่าืมือกำแน่นจนปวดชา...

ปาร์ืคฮงจุน นั่งก้มหน้าอยู่บนม้านั่งในสนามบิน ทันทีที่รู้ข่าวการถูกลอบทำร้ายของผู้เป็นนาย เขารู้สึกผิดจนแทบทนไม่ไหว ละอายจนไม่กล้าสู้หน้าตัวเอง ยังดีที่ตั๋วเครื่องบินกลับโซลยังพอเหลือที่ว่าง เขาฝากตัวเบคคยองกับเรื่องตามหาจียงไว้กับตำรวจท้องที่แล้วรีบตรงมาที่สนามบิน

เขาพยายามสงบใจแล้วคิดให้ดี ...ทำไมเรื่องถึงเป็นแบบนี้ไปได้ หากโซจุงควอนอะไรนั่นต้องการทำร้ายคุณจินอู ทำไมต้องรอถึงป่านนี้ ...นี่ถ้าหากว่าเขาอยู่ด้วย ไม่มีทางเลยที่เขาจะปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

เสียงประกาศเรียกให้ผู้โดยสารเดินไปเข้าเกจ แต่ทว่า “คุณปาร์คฮงจุน มีผู้โดยสารชื่อคุณปาร์คฮงจุนไหมคะ รบกวนติดต่อประชาสัมพันธ์ด้วยค่ะ”

คิ้วเข้มขมวดลง ... มีเรื่องอะไรกัน เขาไม่รู้จักใครที่นี่สักหน่อย

“มีคนฝากข้อความถึงคุณค่ะ บอกว่าเรื่องด่วนมาก” เพียงชำเลืองไปที่หัวกระดาษจดที่พนักงานยื่นให้ ฮงจุนรีบวิ่งออกจากสนามบินทันที

‘ควอนจียง’

...

โธ่เว้ย นี่มันอะไรกัน!?

ปาร์คฮงจุนสบถในใจขณะเหยียบคันเร่งลึกลงเรื่อยๆ ที่อยู่ตามโน้ตที่ถูกฝากไว้ให้เขาบอกว่าเป็นที่ๆจียงถูกจับตัวไว้ ใจเขานึกระแวงว่านี่อาจเป็นกับดัก ใครสักคนอาจรู้จักเขา รู้ว่าเขามาที่เมืองนี้ แล้วถ้าเป็นแบบนั้นยิ่งต้องรู้ว่าเขามาทำไม

ถ้าไม่อยากให้เรื่องนี้บานปลายใหญ่โตเขาควรไปคนเดียว? ไม่ ไม่มีทาง เสี่ยงแบบนั้นถ้าพลาดคงไม่รอดกันทั้งคู่ ถ้าเพื่อความปลอดภ้ยของจียงแล้วเขาจะไม่เสี่ยงอะไรเด็ดขาด ดังนั้นเมื่อฮงจุนไปถึงบ้านพัก ตำรวจท้องที่ที่เคยเป็นลูกน้องเก่าของเขาก็วางกำลังตำรวจเกือบสิบนายไว้แล้ว

...

จียง...

อย่าเป็นอะไรไปเหมือนพ่อของเธออีกคน

ขอร้องล่ะ ขอให้ทันทีเถอะ




...




ดวงตาคมที่คอยจ้องมองจากอาคารฝั่งตรงข้ามจะสะท้อนภาพใด?



ไซเรนรถตำรวจดังระงม...

แพทย์ฉุกเฉินรีบวิ่งลงจากรถพยาบาล...

...ร่างเล็กที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ...ในอ้อมแขนของชายร่างสูงใหญ่

เสียงแหบพร่าพร่ำเรียกชื่อของร่างนั้นซ้ำๆ ...

...

และแล้วทุกอย่างก็เงียบลง

ไม่มีแล้วซึ่งเสียงใด...

ไม่มีใครรออยู่ในห้องนั้น

ไม่มีรอยยิ้มสำหรับเขาอีกต่อไป

...

มือใหญ่เอื้อมแตะข้อศอกซ้ายของตัวเองเบาๆ

...กลิ่นเลือดและแอลกอฮอล์ล้างแผลลอยวนในอากาศ

...














สายลมแรงยามเที่ยงคืนเย็นจนแทบปวดถึงกระดูก

ท้องน้ำดำมืดแผ่กว้างราวกับผืนพรมเบื้องหน้า ...ท้องฟ้ายังสลัวไปด้วยแสงจันทร์

สองมือกำแน่นในกระเป๋าเสื้อโค้ท ตาคมจับจ้องไปที่เรือยอร์ชจากอีกฝั่งทะเล จากจุดเล็กเท่าที่จะมองเห็น ใกล้เข้า ใกล้เข้าเรื่อยๆจนเทียบสนิทกับท่าเรือ

ชเวซึงฮยอนเพียงเหลือบมองเมื่อคนบนเรือส่องไฟมาทางเขา ผู้คุ้มกันร่างใหญ่จำนวนหนึ่งทยอยกันลงมาตามสะพานไม้ “เทมโป?” เขาพยักหน้ากลับไปเป็นเชิงตอบรับ

จากนั้นถูกล้อมนำให้เดินขึ้นบันได จากกราบซ้ายไปจนถึงระเบียงใหญ่ด้านหน้าของหัวเรือ

ที่นั่น ชายร่างสูงใหญ่ที่กำลังพิงราวระเบียงอยู่หันมามองเขา กางเกงสเลคสีขาวปลอด ท่อนบนมีเพียงแจ๊คเก็ตสีเดียวกันคลุมไหล่ไว้เท่านั้น เผยกล้ามหน้าท้องแกร่งและร่อยรอยแผลมากมายจากกระสุน ผมที่ยาวประบ่าถูกรวบตึงจนเห็นใบหน้าชัดเจน ...นัยน์ตาเรียวแหลมแข็งกร้าว และมุมปากที่กระตุกยิ้มอย่างผู้มีอำนาจเอ่ยทักขึ้น

“...รูปสวยดีนี่”

เขาชูภาพจากโทรศัพท์ที่ซึงฮยอนส่งมาให้ก่อนหน้านี้

...ร่างของควอนจียงตะแคงอยู่บนพื้นห้องที่เต็มไปด้วยคราบเลือด ข้อมือถูกมัดด้วยผ้าที่ถูกย้อมจนเป็นสีแดง กระดูกข้อมือขวาบิดเบี้ยวจนผิดรูป ใบหน้าและร่างกายมีแต่รอยช้ำ...

“หึ อยากเห็นหน้าไอ้จินอูตอนมันได้รับรูปนี้จริงๆ”

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบ ‘JK’ นายจ้างของเขาซึ่งๆหน้า ท่าทางร้ายกาจไม่ใช่เล่น... ซึงฮยอนเหลือบตาไปรอบๆเพื่อประเมินจำนวนผู้ติดตาม

“คงอยากถามสินะ ว่าฉันมีีความแค้นอะไรถึงต้องทำขนาดนี้” เขาไม่มีทีท่าตอบรับหรือปฏิเสธ “หึ ไอ้จินอูมันสารเลว อยากเลื่อนขั้นจนตัวสั่นถึงตามกัดไม่ปล่อย ใครๆก็คิดว่าัมันดีนัก แต่เบื้องหลังมันสกปรกยิ่งกว่าคนอย่างฉันที่มันตามจับเสียอีก”

“พี่สาวของนายก็เหมือนกัน...” โซจุงควอนลอบมองปฏิกิริยาของคู่สนทนา “นายรับงานฉันเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม รับไปสิ ข้อมูลที่นายต้องการ” เขากระดิกนิ้วเรียกให้ลูกน้องเอาเอกสารแฟ้มหนึ่งมายื่นให้ซึงฮยอน

...ตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยอาการตื่นเต้นที่เขาพรางไว้แทบไม่มิด ที่อยู่ในมือเขานี้คือข้อมูลที่แม้แต่เบคคยองก็หามาให้ไม่ได้ เขาเฝ้าหาข่าวอยู่ปีแล้วปีเล่าจนมาได้รู้ว่า ‘JK’ คนนี้มีเบาะแสการตายของชเวฮเยยุนพี่สาวของเขา

...ภาพถ่ายในที่เกิดเหตุ

ภาพไม่ชัดเจนนักคงเพราะมาจากกล้องวงจรปิด ในนั้นคือตำรวจกลุ่มใหญ่ที่รุมล้อมร่างของผู้หญิงคนหนึ่ง

คิมจินอู... เด็กหนุ่มที่ยืนติดกันคือปาร์คฮงจุน?

...

“สิบปีก่อนพี่สาวนายบังเอิญเคราะห์ร้ายถูกลูกหลงจากการตามจับผู้ร้ายของไอ้จินอู แต่มันคงไม่อยากให้เสียประวัติถึงได้ฆ่าทิ้ง รวมทั้งปิดปากพี่เขยของนายด้วยนั่นแหละ สุดท้ายยังเผาศพทำลายหลักฐาน รอบคอบไม่ใช่เล่นทีเดียว หึหึ”

...มือใหญ่กำแน่นจนเล็บจิกลงกลางฝ่ามือ

เสียงกรีดร้อง...

กลิ่นน้ำมัน...

ความทรมานของพี่สาวเขา...

เกียรติยศของคิมจินอูใช้สิ่งเหล่านี้แลกมาอย่างนั้นหรือ...

ฟันคมกัดลงบนริมฝีปากจนเลือดซึม “...ไม่มีอะไรแล้วก็ขอตัว”

ริมฝีปากใต้ไรหนวดบางกระหยิ่มอยู่ในที “เงินก็โอนเข้าให้แล้ว ขอบใจ นายทำงานได้ดี หวังว่าจะได้้ร่วมงานกันอีก”

เมื่อแผ่นหลังกว้างใหญ่ของมือปืนที่ได้ชื่อว่าไม่เคยทำงานพลาดกำลังหันจากไป ...ประกายความแค้นฉายชัดในแววตา เสียงหัวเราะค่อยๆดังขึ้นในลำคอ “ฮ่าๆๆ ไอ้จินอู ขอโทษที่เวลาทรมานของแกมันสั้นไปหน่อยนะ”






...







...

......

...เลือด

ความเจ็บปวด...

สายตานั่น

...

‘...ฉันไม่ทำไม่ได้’

...

“จียง... จียง...”

ใคร? ซึงฮยอน? ...ไม่ เจ้านั่นไม่เรียกชื่อฉันแบบนี้

“จียง ...คุณจียง”

แสงสว่าง... เสียงนั่น “...พี่ ฮงจุน?”

พี่ฮงจุนจริงๆ นี่เขา ...ยังไม่ตาย?

ร่างบางมองไปรอบๆแล้วพยายามดันตัวลุกขึ้น ...ที่นี่ โรงพยาบาล มันเกิดอะไรขึ้น

“คุณจียงเป็นยังไงบ้างครับ”

“ผม ...ไม่เป็นไร ผมมาที่นี่ได้ยังไง จริงสิ ...พ่อล่ะครับ พ่อปลอดภัยรึยัง” อึก... แขน เจ็บชะมัด

“ใจเย็นๆนะครับ เรื่องอื่นเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้้คุณเจ็บตรงไหนบ้าง” ฮงจุนถามอย่างร้อนรน

“แขนขวา...” คำตอบแผ่วเบาลอดเรียวปาก

“กระดูกข้อมือคุณร้าว กับรอยฟกช้ำตามร่างกาย ...แน่ใจนะครับว่าไม่มีอะไรอื่น” สายตาอ่อนโยนของชายร่างสูงระคนด้วยความรู้สึกผิด

“อืม...”

...ปาร์คฮงจุนถอนหายใจอย่างโล่งอก เขากังวลว่าจะเป็นอะไรไปมากกว่านั้น เพราะตอนที่เข้าไปพาัตัวออกมา เขาคิดว่าต้องเสียจียงไปแล้วด้วยซ้ำ เลือดปริมาณมากไหลเต็มพื้น... คนตัวเล็กแบบนี้จะทนได้ยังไง แต่ตามร่างกายจียงเองก็ไม่มีแผลใหญ่พอจะทำให้เลือดออกมากขนาดนั้น

ไม่ใช่เลือดจียง... ถ้างั้น ...เลือดใคร?

“...พ่อของคุณอาการทรงตัวแล้ว ยังอยู่ในไอซียูครับ ผมได้ข่าวว่ารู้สึกตัวระยะสั้นๆบ้างแล้ว” เขาเล่าให้ฟังหลังจากจียงได้ดื่มน้ำบ้างแล้ว

“ได้ข่าว... หมายความว่ายังไง พี่ไม่ได้อยู่กับพ่อเหรอ”

“ครับ... ผมเสียใจ คุณจินอูสั่งให้ผมออกมาตามหาคุณ นี่คุณรู้สึกตัวแล้ว ผมจะให้หมอส่งตัวคุณกลับเข้าเมืองหลวงนะครับ คุณพักผ่อนเถอะ”

“เดี๋ยว พี่ฮงจุน” เขาชะงักเท้ารอฟังคำถาม “ตอนเจอผม ...มีใครอยู่กับผมหรือเปล่า” ...น้ำเสียงเบาหวิวราวกับกังวลกับคำตอบ

“...ไม่นี่ครับ” ฮงจุนตอบโดยไม่หันมามอง เขาไม่ได้โกหก เพียงแต่ไม่ได้บอกไปว่ามีข้อความจากใครสักคนส่งมาบอกที่อยู่ของจียงให้ ...ตอนนี้เขา้ต้องการให้ทั้งจียงและคุณจินอูปลอดภัยก่อนเท่านั้น เรื่องอื่นคงต้องพักไว้ก่อน

...

เมื่ออยู่ลำพังแล้ว จียงเอนลงกับหมอนใบใหญ่ที่ฮงจุนเอามารองหลังไว้ให้ ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนพลางนึกย้อนไป ...คำว่า ‘กำจัด’ ในตอนนั้นเขามั่นใจว่าหมายถึงอะไร ...ตาเรียวเหลือบมองข้อมือขวาที่อยู่ในเฝือกอ่อน ...มันไม่ใช่แค่นี้แน่

อีกอย่าง ...ใบหน้าคมตอนทำร้ายเขา

‘...ฉันไม่ทำไม่ได้’

...

...เหมือนจะร้องไห้






...










ท่ามกลางเสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ดังระงม แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดเข้าข้างหน้าต่าง บนเบาะหลังของห้องโดยสารแคบๆนั้นชายร่างเล็กนั่งพิงหัวไหล่ชายร่างสูงอีกคน

ปาร์คฮงจุนลอบมองใบหน้ายามหลับที่ยังดูอ่อนเพลีย รอยช้ำที่เคยเห็นในภาพจางลงจนเกือบหมด ด้วยเสื้อผ้าที่ปกปิดเกือบทั้งตัวนั้น หากไม่มองเฝือกอ่อนที่แขนขวาก็แทบดูไม่ออกแล้วว่าคนๆนี้กำลังบาดเจ็บ

ศีรษะเริ่มโคลงเบาๆจนเกือบเลื่อนหลุด ...มือใหญ่ลังเลเล็กน้อยก่อนยื่นออกไปประคองข้างแก้มให้พิงลงที่เดิม

แต่ไม่นานก็ทำท่าจะเลื่อนลงอีกครั้ง ฮงจุนชั่งใจก่อนกระซิบเบาๆ “ขอโทษนะครับ”

ขยับหันข้างให้พนักพิงแล้วสอดมือเข้ารั้งเอวบางให้ทั้งร่างเอนลงบนอก ...กลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนคลอเคลียใต้ปลายคางเขา

...

‘ปลอดภัยแล้ว...’

‘ผมอยู่ที่นี่ คุณไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว...’

แต่คำพูดใดก็ล้วนติดอยู่เพียงปลายลิ้นเท่านั้น

...เขาจะพูดมันออกไปได้อย่างไร






เมื่อฤทธิ์ยานอนหลับเริ่มจาง จียงรู้สึกตัวขึ้นในอ้อมแขนคนสนิทของพ่อ ด้วยความเกรงใจจึงรีบขยับเพื่อขืนตัวออก แขนที่โอบเอวไว้ปลดลงแต่โดยดี “ไหวหรือเปล่า” ฮงจุนถามเพราะสีหน้าของจียงยังซีดอยู่มาก

ใบหน้ากลมพยักตอบรับ “พี่ฮงจุน ขอให้ปิดข่าวเรื่องผมถูกทำร้ายให้ทีนะครับ”

“ตอนที่คุณถูกจับตัวไป ทางเราจัดการให้คนรับรู้กันว่าคุณไปต่างประเทศ”

“งั้นก็ทำเป็นว่าผมยังไม่กลับ แล้วช่วยแจ้งชื่อปลอมในการเข้ารักษาให้ผมด้วย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสื่อ แต่มีเรื่องบางอย่างที่ผมไม่มั่นใจอยู่”

แม้จะสงสัยแต่เขาพอดูออกว่าจียงมีอะไรบางอย่างในใจ “ครับ ผมจะจัดการให้”

ไม่นานนักเฮลิคอปเตอร์ส่งตัวผู้ป่วยจอดลงบนยอดตึกของโรงพยาบาลในกรุงโซล ฮงจุนให้คนเคลียร์นักข่าวและจัดคนคุ้มกันให้แน่่นหนาขึ้น จีึยงรีบรุดไปยังห้องฉุกเฉินเพื่อดูอาการของผู้เป็นพ่อ น่าเสียดายที่ตอนนี้จินอูยังไม่ได้สติ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งแพทย์เจ้าของไข้และแพทย์เฉพาะทางก็รับรองในเบื้องต้นว่าจะดูแลไม่ให้อาการทรุดไปกว่านี้ เพียงแต่อาจต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะหายสนิท

จียงมองดูหน้ากากออกซิเจน สายน้ำเกลือและอุปกรณ์วัดชีพจรบนร่างผู้เป็นพ่อด้วยสีหน้าหมองเศร้า ความรู้สึกผิดเกาะกุมในจิตใจ ...นี่ถ้าเขาไม่ได้ถูกจับไป หรืออย่างน้อยถ้าเขาหาทางหนีมาได้ เรื่องมันคงไม่วุ่นวายขนาดนี้ ยิ่งเมื่อเขาได้รู้ว่าฮงจุนไม่ได้อยู่ข้างกายพ่อเพราะต้องออกไปตามหาเขายิ่งทำให้รู้สึกแย่เข้าไปอีก

...

บ้าชะมัด

ทำไมถึงไม่หนีตอนที่ยังมีโอกาส

สำนึกเสียบ้างว่าทำอะไรลงไป ...การที่พ่อเขาอยู่ในสภาพนี้มันเป็นความผิดของเขาคนเดียว

ตอนนั้น... ในสถานการณ์บ้าๆที่เขาเลือกที่จะหนีก็ได้แบบนั้น เขาละอายใจนักเพราะถึงแม้จะสับสนยังไงก็ตาม แต่สิ่งเดียวที่เขาคิดได้กลับเป็น



...ขอแค่ซึงฮยอนไม่ตาย

เท่านั้นก็พอ...



ไร้ที่ยึดเหนี่ยวจนถึงกับคว้าเอาคนข้างกายมาเป็นที่พึ่ง แค่ถูกทำดีด้วยหน่อยกลับลืมไปได้ว่าแท้จริงแล้วเจตนาของฝ่ายนั้นคืออะไร...

หลอกให้ตายใจ …ทำตามคำสั่ง

...จะยังมีอะไรไปมากกว่านั้น

พอได้รึยัง จะทำตัวอ่อนหัดไปถึงไหน

...ช่างเถอะ ขอแค่ตอนนี้พ่อปลอดภัย เรื่องอื่นเขาไม่มีเรี่ยวแรงพอจะคิดอะไรอีก





แม้จะเป็นผู้ติดตามใกล้ชิดของจินอูมาตั้งแต่สมัยเป็นนายตำรวจชั้นผู้น้อย จนกระทั่งปัจจุบันได้มีชื่อเสียงในวงคนใหญ่คนโตทางการเมืองว่าเป็นบอดี้การ์ดชั้นเลิศถึงขนาดถูกทาบทามให้ไปรับใช้รัฐมนตรีท่านอื่นหรือแม้กระทั่งหัวหน้าคณะรัฐมนตรีก็ตาม กระนั้นแล้ว ปาร์คฮงจุนในวันนี้ยังเต็มใจที่จะซื่อสัตย์รับใช้ครอบครัวของจินอูต่อไป แม้จะเริ่มมีกระแสการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีดังขึ้นหนาหู

สามวันที่ผ่านมาเจ้านายของเขาที่ยังอยู่ในห้องฉุกเฉินได้สติเพียงช่วงสั้นๆไม่กี่ครั้งเท่านั้น

และลูกชายท่านยังคอยเฝ้าดูแลไม่ห่าง


"คุณจียงครับ คุณเองก็ยังไม่หายดี ผมว่ากลับไปพักที่บ้านบ้างเถอะ ทางนี้ผมจะดูแลให้" ใบหน้าขาวที่เห็นนั่น