2010/Jan/03

Title: Straight out of Line
Status: 6/6
Fandom: Bigbang
Pairing: Tempo x Jiyong
Author: kiba kai
Rating: R
Genre: AU, Drama
Disclaimer: don’t own the boys, no money made
Warning: YAOI [BOY x BOY]

Image Song: Big Bang – Stay ...เป็นเพลงบัลลาดที่ตอนนี้คิดว่าเพราะที่สุดของบิ๊กแบง... อา T-T [download here]
Author's Note: ข้างล่างเลยๆ ยาวจัด 555
For earlier chapter: [my fic index]

 

 




‘ซึง ฮยอน...’ จียงเรียกเขาว่าซึงฮยอน ...ไม่ใช่เทมโป นี่อาจเป็นวันสุดท้ายที่เขาจะเป็นซึงฮยอนในสายตาจียงแล้วหรือไม่ เพราะระหว่างผิวกายเปลือยเปล่าของทั้งสอง ...แหวนสองวงยังคงวาบวับ

และตาเรียวปรายมองมันอย่างโศกเศร้า...

มือบางเกี่ยวรั้งสร้อยสีเงินที่ร้อยแหวนสองวงเข้าด้วยกัน “ถอดออก... ได้ไหม” ...ไม่ว่ามันจะเคยเป็นของใคร

...

แม้ ว่าจียงจะเข้าใจความหมายของแหวนคู่นี้ว่าอย่างไร แต่สำหรับซึงฮยอน มันเหมือนกับว่าจียงกำลังขอให้เขาละแล้วซึ่งความแค้นที่พ่อของร่างบางเป็น ผู้ก่อ

...ซึ่งเขาแค่ปัดมันไปด้านหลังเท่านั้น

...





user posted image

Straight out of Line
By kiba kai




Chapter 6: unfold








...

หาก ทั้งชีวิตของซึงฮยอนจะแลกได้กับสิ่งหนึ่งนั้น เขาจะเลือกแลกมันอะไร คงยอมตายเพื่อให้การแก้แค้นอันยาวนานนี้สิ้นสุดลง? ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงคิดเช่นนั้น หากแต่บัดนี้คำตอบคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

...ในอ้อมแขนเขาคือร่างบางที่ยังหลับไหล

...จะเป็นไปได้ไหม หากเขาไม่เคยสูญเสีย ไม่เคยเจ็บแค้น อาจมีสักวันที่เราได้พบกัน

เพราะหนทางข้างหน้าระหว่างเขากับจียงนับจากนี้มีเพียงหุบเหวเท่านั้น

...

ร่างสูงกลัดกระดุมเสื้อนอกเม็ดสุดท้าย สายตาแทบไม่อยากละไปจากร่างบาง

ทว่า เมื่อเหลียวมองไปรอบกาย นี่ต่างหากคือความเป็นจริง... คฤหาสน์ที่สวยงามและฐานะทางสังคมที่แตกต่าง ไม่ใช่เซฟเฮาส์ริมทะเลที่มีแต่เขาสองคนอีกต่อไป

อยู่ต่อไปจะได้อะไร... มันไม่มีประโยชน์ เขารู้อยู่แล้วว่ามันจะจบลงแบบไหน ไม่ว่าเขาจะต้องการอะไร ...มันไม่มีวันเป็นจริง

...

ช่างเถอะ ยังไงชีวิตเขาคงไม่ยาวนักหรอก อย่างน้อย ...แต่อย่างน้อย ขอแค่เวลานี้...

ปลายนิ้วเกลี่ยไล้แนบแก้มขาว ริมฝีปากโน้มลงประทับแผ่วเบาบนเปลือกตา

ขอได้จำไว้ว่าเคยพบกัน ...เท่านั้นก็พอ






...








เปลือกตากระพริบขึ้นลงเชื่องช้า ความเย็นเสียดกระทบผิวแม้เกือบทั้งร่างอยู่ภายใต้ผ้านวมผืนใหญ่

มือบางวาดลงบนที่ว่างเย็นเยียบเคียงข้างกาย

...ไม่มีใคร

...

ตาเรียวกวาดมองไปทั่วห้อง ...ไม่มีอะไร

...ไม่มีสักอย่างเดียว

...

ปลายมือค่อยเลื่อนเข้าประคองกอดร่างกายตนเองไว้ จะมีอะไรทดแทนความว่างเปล่านี้ได้บ้าง

...

...พ่อ

คนๆนั้นมาฆ่าพ่อ… แล้วเราทำอะไรลงไป

ช่วยพ่อ... การรั้งเขาไว้แบบนั้นช่วยพ่อได้หรือเปล่า

...

ไม่ อย่าเอามาเป็นข้ออ้าง ขอร้องเถอะ อย่าเอาอะไรก็ตามมาเป็นข้ออ้าง

ความรู้สึกของเราในยามนั้น ...สำหรับเรา อย่าทำให้มันไร้ค่าลงไป

ทำไมเขาจะไม่รู้ ที่เขายังรอดอยู่ทุกวันนี้เป็นเพราะใคร พี่ฮงจุนบอกว่าตอนที่เจอเขาห้องนั้นมีแต่เลือด

‘ฉันไม่ทำไม่ได้’ ...ถึงคนๆนี้จะพูดแบบนั้น มีดนั่น สายตานั่น...

เขาถูกทำให้สลบไป แต่แผลใหญ่บนแขนที่เขาเห็นเมื่อคืนคงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้

...ซึงฮยอนกรีดแขนตัวเอง เพื่อให้ JK เชื่อว่าเขาไม่มีทางรอด

...

.

...มือบางเลื่อนลงจากหลังคอชื้นเหงื่อ เอื้อมแตะลงที่ผ้าพันแผลเปื้อนเลือดบนแขนซ้าย

“...ซึงฮยอน ...นาย... อึก ...มันบ้า”

เสียงครางทุ้มในลำคอแจ่มชัดอยู่ข้างใบหู “นาย... ก็เหมือนกัน”

.

...



จียงสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นบนพื้นข้างเตียง เขาสะบัดหน้าก่อนจะเอื้อมไปรับโทรศัพท์

“คุณจียง ตื่นแล้วหรือครับ เมื่อวานพี่...” ฮงจุนตั้งใจจะอธิบายเรื่้องยานอนหลับ แต่ดูเหมือนจียงจะไม่ได้ใส่ใจ

“พี่ฮงจุน... จริงสิ พ่อเป็นยังไงบ้างครับ เมื่อคืน...” เสียงเล็กหยุดอยู่แค่นั้น เขานึกไม่ทันว่าจะถามออกไปยังไง

“โซ จุงควอนอาจจะแค่ขู่ เมื่อวานไม่มีใครมาที่โรงพยาบาลครับ คุณท่านปลอดภัยดี” ฮงจุนยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำของโรงพยาบาล ปลายนิ้วนวดเบาๆที่หัวคิ้ว เขาไม่ได้นอนเลยทั้งคืน

หากแต่ยังไม่ทันขาดคำ ไฟฟ้าในห้องน้ำดับลงกระทันหัน “...ชิท” ฮงจุนคำราม

“พี่ฮงจุน เกิดอะไรขึ้นครับ” จียงรีบลุกขึ้นจากที่นอน

“ไฟ ดับ... ผมว่ามันไม่บังเอิญแน่ คุณจียงอย่าออกจากบ้านนะครับ แค่นี้นะครับ ผมจะรีบไปดูที่ห้องคุณจินอู” ผู้คุ้มกันร่างสูงรีบตัดสาย เมื่อเขาออกมาที่ทางเดินก็พบว่าไฟฟ้าทั้งหมดถูกตัด ที่ชั้นบนสุดของอาคารพิเศษในโรงพยาบาลนี้ มีเพียงคิมจินอูคนเดียวที่เข้ารับการรักษาตัวอยู่ ...เลือกลงมือตอนเช้าตรู่แบบนี้ จะมั่นใจเกินไปแล้ว เขาผลักประตูเข้าไปยังส่วนพักฟื้น แต่แล้วเขาก็เข้าใจว่าทำไมคนร้ายไม่จำเป็นต้องลงมือตอนกลางคืน ประตูไฟฟ้าบางจุดจำต้องใช้บัตรของพยาบาลและรปภ. ...ซึ่งทั้งหมดถูกขังอยู่ด้านใน

“บ้าเอ๊ย!” เขารีบติดต่อลูกน้องที่เฝ้าประตูหน้าห้อง ทว่าสายไปเสียแล้ว... ไม่มีสัญญานตอบรับ

หนำซ้ำตอนนี้คนของเขากำลังเปลี่ยนเวร นี่มันรออยู่แล้วหรือไงกัน

ฮงจุน ทุบเข้ากับผนังอย่างแรง ...เขาพยายามคิดหาวิธี ...ทางเข้าออกของชั้นบนสุด ชายผิวขาวมุ่งไปที่บันไดหนีไฟ แต่ประตูถูกปิดตาย ทั้งผลักทั้งกระแทกใส่อย่างไรก็ไม่สะเทือน เขาติดต่อไปยังฝ่ายอาคารพร้อมทั้งบ่ายหน้าไปที่แผงจ่ายไฟแทน




...




ร่างของบอดี้การ์ดสองคนสลบไสลอยู่หน้าประตู

กลิ่นยาของโรงพยาบาลฉุนติดปลายจมูก...

ร่าง สูงในชุดดำราวกับมัจจุราชยืนนิ่งมองอุปกรณ์ระโยงระยางที่คอยช่วยยื้อชีวิต ชายที่ยังไม่ได้สติตรงหน้า ...คิมจินอูในวันนี้ช่างดูอ่อนแอและไร้กำลัง เมื่อไม่มีบริวารรายล้อมก็ไม่ต่างกับคนธรรมดาคนหนึ่ง หากแต่คนๆนี้
เคยทำเรื่องสกปรกจนยิ่งใหญ่มาได้ถึงป่านนี้ ...ถึงเวลาสมควรจะชดใช้แล้ว

มือใหญ่กำแน่นที่ด้ามปืน... จากที่เึคยคิดว่าจะรอให้ฟื้นแต่คงเป็นไปไม่ได้

เขา เพิ่งเห็นรายงานของแพทย์ระบุว่าอาการของคิมจินอูค่อนข้างก้ำกึ่ง ถ้าไม่ฟื้นช่วงนี้ก็เป็นไปได้ว่าอาจไม่ฟื้นอีกเลย และตัวเขาเหนื่อยล้ากับเรื่องนี้มาพอแล้ว

ปากกระบอกถูกจ่อลงที่หว่างคิ้ว...

คำสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเองที่หลุมศพพี่สาวในวันนั้น ...แหวนสองวงที่ควรประดับอยู่บนนิ้วของเจ้าของมาตลอด

...

เหนี่ยวไกสิ...

เป็นอะไรไป เขาไม่เคยลังเลแบบนี้มาก่อน

...

เสียงสัญญานชีพจรที่เปลี่ยนแปลงเพียงชั่วครู่ ดึงสายตาให้เขาเหลือบไปมอง ...แต่ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างกันนั่น

รูปของคิมจินอูกับลูกชาย...

...

แม่ของจียงเสียไปนานแล้วเขารู้ดี ถ้าวันนี้ต้องมาเสียพ่อไปอีกจะเป็นอย่างไร

...จะกลายเป็นแบบเขา?

ความ ผูกพันที่จียงมีต่อพ่อคงไม่ต่างไปจากที่เขามีให้พี่สาว ถ้าสิ่งที่กำลังจะทำ ผลักไสให้จียงมากลายเป็นเขาอีกคนหนึ่ง ถ้าต้องกลายเป็นคนที่ตามล้างแค้นไม่รู้จักจบสิ้น

จะพอใจใช่ไหม...

...ปฏิเสธได้หรือว่าไม่เคยคิดอยากให้เวลาย้อนกลับ

...ความเจ็บปวด ความโดดเดี่ยว ความเศร้า ...และความเหงาทั้งมวลนั้น ต้องให้คนอื่นรู้สึกไปด้วยใช่ไหม

ที่ผ่านมาทำลงไปแค่ไหนแล้ว แต่ทำไมวันนี้เมื่อนึกว่าคนที่้ต้องรับเคราะห์คนนั้นคือจียง ...เขาถึงได้...

...

ดวงตาข่มลงอย่างเจ็บปวด

แต่ว่าตัวเขาล่ะ... ในวันที่คิมจินอูสังหารพี่สาวเขา เคยได้หยุดคิดเช่นนี้หรือเปล่า หรือว่าเพื่อตัวเองแล้วทำได้ทุกอย่าง

เขารอคอยช่วงเวลานี้มานานแค่ไหน ...ด้วยเลือดและน้ำตาที่เขาแลกไป

…จะให้มันพังลงเพราะคนๆเดียว?

ความโกรธแค้นที่แล่นริ้วขึ้นมายากนักที่จะมีสิ่งใดข่มลงไว้ได้

เบเร็ตต้าในมือถูกยกเล็งขึ้นอีกครั้ง

...

ปลายนิ้วกดลงบนไกปืน







...





คำ ว่า ‘ไฟฟ้าถูกตัด’ กับ ‘อย่าออกจากบ้าน’ แค่สองคำนั้นยิ่งทำให้จียงคว้ากุญแจรถออกไปโดยเร็ว แต่โชคร้ายถนนหน้าโรงพยาบาลรถติดแทบไม่ขยับ เขาตัดสินใจทิ้งรถทันทีเมื่อจราจรบอกเขาว่าถนนถูกกันให้รถกู้ภัยกับรถตำรวจ เข้าไปในโรงพยาบาลก่อน

ร่างบางรีบวิ่งไม่หยุด ในมือต่อสายหาปาร์คฮงจุนอย่างร้อนใจ ...ไม่มีสัญญานตอบรับ ยิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายปิดโทรศัพท์เขายิ่งใจเสีย ต้องเกิดอะไรร้ายแรงขึ้นแน่ๆ

จี ยงฝ่ารปภ.หลายชั้นเข้าไปด้านใน ได้รับแจ้งว่าระบบลิฟท์ยังแก้ไขไม่ได้ ไฟฟ้าตกเฉพาะชั้นพิเศษที่พ่อเขาพักอยู่เพียงคนเดียว เขาไม่รอช้า วิ่งขึ้นบันไดไปจนถึงห้อง ที่หน้าประตูนั่นเอง ฮงจุนยืนหน้าเครียดอยู่กับลูกน้องสองสามคน แม้จะอยู่ไกลแต่เขาได้ยินเสียงตำหนิอย่างรุนแรง

“พี่ฮงจุน!” เสียงเล็กตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด

เจ้าของชื่อตกใจเมื่อเห็นเขา “คุณจียง มาได้ยังไงครับ ผมขอแล้วว่า...”

ร่างบางไม่ฟังคำทัดทาน “มันเกิดอะไรขึ้น ผมจะเข้าไปหาพ่อ!”

“เดี๋ยวครับ อย่าเพิ่งเข้าไป” ฮงจุนพยายามให้จียงใจเย็นลง แขนถูกดึงไว้แต่เจ้าตัวสะบัดหลุดอย่างง่ายดาย

ในห้องผู้ป่วยพิเศษที่เขาพักอยู่จนถึงเมื่อวาน ห้องที่เคยมีแต่เขากับพ่อ แต่บัดนี้ไม่มีแล้ว...

เตียงที่ว่างเปล่า...

...และรอยกระสุนที่ฝังเข้ากับกำแพงเหนือหัวเตียง

เจ้าหน้าที่ตำรวจและชายในชุดสูทมากมายที่กำลังสำรวจห้องต่างหันมามองเขาเป็นตาเดียว

...เกิดอะไรขึ้น? พ่อ... พ่อเขาไปไหน...? หมอล่ะ “...นี่มันอะไรกัน”

...ไม่จริงใช่ไหม พ่อเขา...

...

นี่... ฝีมือซึงฮยอน?

...

เขา แทบทรุดลงไปกับพื้นหากไม่เป็นเพราะฮงจุนที่เข้ามาประคองไว้เสียก่อน “ออกไปกันก่อนเถอะครับ” เขาพยายามดึงจียงที่ยืนช็อคอยู่กับที่ “พ่อคุณไม่เป็นไรครับ ผมย้ายท่านไปที่ตึกอื่นแล้ว”

ตาเรียวหันมามองเขาราวกับไม่เชื่อหู “ไม่เป็นไร? แต่รอยกระสุนนั่น...”

ฮงจุน ก้มหน้าด้วยความละอาย “กระสุนถูกยิงเข้าผนังเฉยๆครับ ...เราไม่เห็นตัวคนร้ายด้วยซ้ำ” ไม่อยากเชื่อว่าเขาทำพลาดเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่จียงถูกลักพาตัวไปก็แย่พอแล้ว คราวนี้คุณจินอูถึงตายได้ด้วยซ้ำ... แต่เดี๋ยวก่อน ฝีมือแบบนี้... คงไม่ใช่ว่า “...คนๆเดียวกัน?” ฮงจุนทบทวนกับตัวเอง ...ใช่แน่ รอบคอบขนาดนี้ ราวกับว่าแม้รายละเอียดเล็กน้อยของคนเฝ้าแต่ละคน หมอ พยาบาล ตลอดจนพนักงานที่เข้าออกชั้นนี้ทั้งชั้นก็อยู่ในสายตาคนลงมือ

“เท มโป... ต้องเป็นฝีมือเทมโปอีกแน่ แต่ไม่เข้าใจ... ทำถึงขนาดนี้แต่ทำไมถึงปล่อยเป้าหมายไป” ฮงจุนวิเคราะห์ขณะยืนรอจียงที่เข้าไปเยี่ยมจินอูอยู่หน้าห้อง

ร่าง บางออกมาจากห้องผู้ป่วยด้วยสีหน้าที่ดีกว่าเดิมมาก คงโล่งใจไปเยอะแล้ว “พี่ฮงจุน เมื่อครู่พ่อรู้สึกตัวนิดหน่อยด้วยครับ หมอบอกว่าเป็นสัญญานที่ดี”

“ดีแล้วครับ...” เรื่องต้องกังวลมีน้อยลงสักเรื่องก็ยังดี ชายผิวขาวส่งยิ้มบางไปให้ “แล้วคืนนี้คุณจะค้างที่นี่ไหม”

ร่างบางส่ายหน้า “...ผมมีเรื่องอยากให้พี่ช่วย พี่บอกว่าจับเบคคยองได้ใช่ไหม”




...







ทางเดินของตึกใหญ่ในเรือนจำกลาง หากไม่มีเจ้าหน้าที่คอยนำทางจียงและฮงจุนแล้ว เขาทั้งสองคงนึกว่ากำลังเดินอยู่ในล็อบบี้ของโรงแรมห้าดาวที่ไหนสักแห่ง

ฮงจุนขมวดคิ้ว “เรายื่นคำร้องขอพบซองเบคคยอง ผู้ต้องหาที่ฝากขังไว้นะครับ” ...ไม่ใช่นักโทษลี้ภัยการเมือง ทำไมถึงมาอยู่ตึกใหญ่ได้

เจ้า หน้าที่ผู้น้อยกุลีกุจอพยักหน้าแต่ก็ไม่ยอมสบตาราวกับกำลังกลัวความผิด ที่ห้องด้านในสุดถูกกั้นไว้ด้วยลูกกรงสองชั้น ทั้งสองถูกตรวจอาวุธและนำทางไปห้องรอพบนักโทษที่ดูไม่ต่างจากห้องรับรองแขก ชั้นสูง

เพียงไม่นาน ซองเบคคยองในชุดเสื้อยืดตัวใหญ่และกางเกงสามส่วนเดินอาดๆมานั่งลงที่โซฟาตรง ข้ามกับผู้มาเยี่ยม ทุกอย่างยังดูไม่ต่างไปจากครั้งสุดท้ายก่อนเบคคยองจะกลายเป็นผู้ต้องหา ทั้งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และหมวกลายสกอตใบเก่งบนหัว “เชิญๆ ทำตัวตามสบายนะ” เขาโบกมือทัก บนข้อมือไม่มีโซ่ตรวน มีแค่กำไลโลหะประจำตัวผู้ถูกจองจำเท่านั้น

“เอ้า ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ นายส่งฉันเข้ามาที่นี่เองแท้ๆ” ขาข้างหนึ่งยกขึ้นพาดเข่า แขนสองข้างกางบนพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์

“...ฉันจะให้เขาย้ายนายกลับไปห้องขังรูหนูภายในวันนี้” ฮงจุนขู่ลอดไรฟัน

“เฮ อะ พัสดีจะฟังคนของนายมากกว่าฉันก็ลองดู อีกอย่างฉันยังไม่ได้เป็นนักโทษสักหน่อย” เบคคยองยักไหล่ไม่ใส่ใจ “...ว่าแต่คุณหนู ยังปลอดภัยดีนี่ ฮะๆ”

จียงส่ายหัวเบาๆกับอัธยาศัย ของชายแปลกหน้า แต่การที่เขามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อคุยเล่น “คุณเบคคยอง... ผมอยากถามเรื่อง ...เทมโป” เขาเลือกชื่อที่จะเรียกเพราะตอนนี้ฮงจุนยังนั่งอยู่ด้วย

เบคคยองเลิก คิ้วขึ้น “แล้วคุณหนูจะอยากรู้ไปทำไมล่ะ... อ่ะ ไม่สิ ไม่ใช่เรื่องของฉันนี่นา มาว่าเรื่องที่เป็นเรื่องของฉันดีกว่า” เขายิ้มหวาน

เช็คถูกเขียนตัวเลขและฉีกวางตรงหน้าโดยไม่ถามราคา “พอหรือเปล่า... แล้วเราจะช่วยให้ออกไปจากที่นี่โดยเร็วด้วย”

ชาย ร่างเล็กผิวปากเมื่อเห็นตัวเลขแต่เขายังเมินหน้าอยู่ “ในนี้มีข้อมูลดีๆกับเรื่องสนุกเยอะ เรื่องออกไปน่ะยังไม่ต้องหรอก อีกสักเดือนค่อยว่ากันใหม่ได้ไหมล่ะ”

ฮงจุนนังฟังบทสนทนาเงียบๆ ...มีหลายอย่างที่เขาโยงมาเชื่อมกันไม่ได้ เทมโปคือคนที่ JK จ้างมาให้ลักพาตัวจียง และตอนนี้จ้างมาให้ฆ่าคุณจินอูแม้สุดท้ายจะไม่ได้ลงมือ ...แล้วจียงสืบหาเรื่องคนๆนี้ทำไมกัน

“มีเรื่องที่ผมต้องรู้ ...เมื่อเช้าเขาเข้าถึงตัวพ่อผมแล้วแต่กลับไม่ฆ่า ...ผมไม่เข้าใจว่าเขาทำเพื่ออะไร แล้วตอนนี้ ...อยู่ที่ไหน” เสียงเล็กเบาลงในทุกคำที่พูด มือบางยกขึ้นลูบใบหน้าที่ฉาบไปด้วยความกังวล แต่ไม่พ้นสายตาช่างสังเกตุของเบคคยอง

“รอยที่ข้อมือ... เจ้านั่นเป็นคนทำ?”

ชายผิวขาวหรี่ตามอง ...รอยช้ำรอบข้อมือ? เมื่อวานยังไม่มี

“เปล่า... ซึงฮยอนไม่ได้...”

คิ้วของเบคคยองเลิกขึ้นเมื่อได้ยิน ...ไม่น่าเชื่อ เจ้านั่นบอกชื่อจริงไปงั้นเหรอ

จียงชะงักไปเมื่อเพิ่งรู้สึกตัวว่าไม่ควรพูดออกมา ยิ่งเมื่อเห็นสีหน้าที่อยู่ๆก็จริงจังขึ้นมาของคนตรงข้าม

ชาย ร่างเล็กยังจำอาการของทั้งสองคนตอนที่รู้ว่าจะต้องแยกกันนั่นได้ดี... “...จะว่าไปก็อยู่ว่างๆ” มือเล็กเอื้อมหยิบเช็คสีฟ้าอ่อนที่วางนิ่งอยู่ “เอาตั้งแต่ไหนล่ะ เอาเรื่องที่เกี่ยวกับท่านรมต. ...เรื่องที่ัลักพาตัวคุณหนู หรือตั้งแต่ ...แรก”

ฮงจุนลอบมองจียงที่ถอนหายใจเบาๆ เขาเอื้อมไปหยิบสมุดเช็คมาเขียนอีกใบแล้วยื่นไปข้างหน้า “...ทั้งหมดนั่นแหละ”




...





บนสปีดโบ้ทสีขาวที่แล่นฝ่าท้องทะเลสีน้ำเงินเข้ม มือปืนอันดับหนึ่งของโซลกำลังมุ่งไปข้างหน้าด้วยจิตใจที่สับสน

หลัง จากหลบออกมาจากตึกโรงพยาบาลแล้ว ซึงฮยอนก็ไม่ต่างอะไรกับคนหลงทาง กี่ปีมาแล้วที่เป้าหมายในการใช้ชีวิตของเขามีเพียงการล้างแค้นให้พี่สาว จนมาถึงเวลาที่ำกำลังจะบรรลุเป้าหมาย เขากลับทำอะไร...? หันหลังจากมาง่ายๆ ...ตัวเขากลายเป็นอะไรไปแล้ว

เพราะจียง...

ไม่ อีกอย่างที่ทำให้เขาลังเลที่จะเหนี่ยวไกคงเป็นเพราะว่า ที่ผ่านมาเขาลงมือกับพวกนอกกฏหมายเสมอ หรือถ้าเป็นพวกอื่นก็มักเป็นคนที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสมควรถูกกำจัดหรือไม่

แต่ภาพลักษณ์ของคนที่ฆ่าพี่สาวเขาแตกต่างจากที่เคยคิดไว้ในหัวจนเกินไป...

ซึง ฮยอนนึกย้อนไปที่โรงพยาบาล รัฐมนตรีจินอูที่ยังไม่ฟื้นจากอาการโคม่า แต่กระนั้นแล้ว บรรดาคนที่มาเยื่ยมก็ยังมีไม่ขาดสาย ผู้มีอำนาจจากแทบทุกวงการมาด้วย