2010/May/02

Title: Family Portrait
Status: 6/6
Fandom: Bigbang
Pairing: Tempo x Jiyong
Author: kiba kai
Rating: PG-15
Genre: AU
Disclaimer: don't own the boys, no money made
Warning: YAOI [BOY x BOY]

Author’s Note: ก็บอกแล้วงายยยย ว่าฟิคครอบครัว อิอิ ….สุดท้ายแล้วค่า~ *โค้ง* แต่จริงๆเอ่อ ไปอ่านมาก่อนอีกรอบก็ดีนะ ...
Image Song: Big Bang – Haru Haru (acoustic version) < …ฟะ... ฟังสักครั้งก็ดีนะ ถึงจะเคยฟังแล้ว แต่ก็ฟังอีกรอบก็จะดีนะ... ต้องเวอร์ชั่นนี้ด้วยนะ >///< มันเพราะมากนะ
http://www.youtube.com/watch?v=X48HQ4s_dnM
For earlier chapter: [my fic index]

 

 







...

รู้สึกอะไรไหม...

...พอใจหรือยัง




คลาน

.

คนเย่อหยิ่งอย่างควอนจียง

ทำถึงขนาดนี้เพียงเพื่อจะหนีเขาไป

...





user posted image


Family Portrait
By kiba kai





Chapter 6: Day by Day









อากาศหนาว...

เด็กหนุ่มผมบลอนด์ใต้ผ้านวมผืนหนาค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นมองไปนอกหน้าต่าง มือบางเลื่อนกระจกออกเพื่อทักทายดอกทิวลิปสีแดงในกระถางที่เพิ่งได้มาพร้อมกับห้องนี้

ทิวทัศน์ด้านนอกของอพาร์ทเมนต์กลางเมือง จะเป็นอะไรไปได้นอกจากถนนหนทางและตึกที่พักอาศัยอื่นที่เรียงรายติดกัน

เรียวปากยิ้มต้อนรับวันใหม่เพียงลำพัง ...ในห้องพักที่เขาเป็นคนเลือกเอง ผนังห้องและเฟอร์นิเจอร์ภายในเป็นแบบที่เขาชอบ น่าเสียดายที่จียงไม่คิดจะตกแต่งอะไรนักแม้จะสะดวกสบายและอยู่ใกล้กับที่เรียนขนาดไหน

...หรือเพราะเขาเองไม่คิดจะอยู่นาน

โทรศัพท์สีขาวเครื่องเก่าที่ไม่ใช่หมายเลขเดิม เขาคอยเช็คอยู่เสมอว่าแม่โทรมาหรือเปล่า หลายวันแล้วที่เสียงเล็กๆนั่นแทบจะมีแต่แม่เขาเท่านั้นที่ได้ยิน ‘สบายดีฮะ แต่รายงานยังไม่เสร็จเลย’... เขาตอบเธออย่างนั้น

…ไปมหาวิทยาลัยแต่เช้า กินข้าวกับเพื่อน ค่ำๆก็กลับ ...จียงก็ดูมีความสุขดี เหมือนวงกลมที่เกือบจะสมบูรณ์ เพียงแค่เกือบเท่านั้น ถ้าเพียงมองผ่านมันคงดูเป็นรูปร่าง แต่หากมองให้ชัด ...เส้นปลายทั้งสองข้างนั้นหาได้มาบรรจบกันไม่

ราวกับมีบางอย่างขาดหาย

...มีบางสิ่งที่พยายามลบทิ้งไป

...

ร่างบางแต่งตัวเตรียมออกจากบ้านโดยไม่ลืมแซนด์วิชที่ทำไปเผื่อเพื่อนอีกสองคน ผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้วจากวันแรกที่เขามาอยู่ที่อพาร์ทเมนต์ตึกเดียวกับแดซองและซึงริ ถึงแม้ว่าในทุกวันวิชาเรียนจะเริ่มพร้อมกัน แต่เขาจะออกไปขึ้นรถไฟคนเดียวก่อนคนอื่นเสมอ

กล่องสีและพู่กันนอนนิ่งอยู่ก้นกระเป๋า

...มีบางเรื่องที่เขายังต้องทำ







...







ก็คงเหมือนทุกวันที่พ้นผ่าน...

ก่อนจะลืมตาขึ้น มือของทงยองเบเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างหมอนขึ้นก่อนเสมอ กดไล่ดูหมายเลขที่ไม่ทันได้รับสายแล้วหวังจะให้มีใครสักคนอยู่ในนั้น ...แม้จะกี่วันมาแล้วที่เขาต้องผิดหวัง

แต่ว่า...

‘เบอร์โทรศัพท์ที่คุณต้องการติดต่อถูกยกเลิกไปแล้วค่ะ’ กระทั่งหมายเลขที่จียงไม่เคยเปลี่ยน

...นั่นยิ่งทำให้เจ็บปวดเสียยิ่งกว่า

มันเกิดอะไรขึ้น จียงเป็นอะไร... ทำไมไม่บอกเขาสักคำ

...ทำไมถึงจากไป

...ตั้งแต่วันที่จียงขอแยกไปอ่านหนังสือกับเพื่อน ทั้งที่เขาบอกแล้วว่าจะไปรับ แต่กลับมีเพียงโทรศัพท์จากแดซองที่จียงฝากบอกสั้นๆว่า ‘ไม่ต้องเป็นห่วง’ เท่านั้น...

...

หากความรู้สึกเช่นนั้นห้ามกันง่ายดาย ...เขาคงไม่ปล่อยมันไว้ขนาดนี้

ยองเบเคยไปรอจียงที่ตึกเรียนมาแล้ว และวันนั้นไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้เห็น ...เด็กหนุ่มผมบลอนด์กับรอยยิ้มที่ส่องประกายท่ามกลางคนแปลกหน้า ...ชื่อของเด็กหนุ่มคนนั้นที่เขาร้องเรียก

ใบหน้ากลมเหลียวมอง ...แต่ไม่เดินเข้ามาหา

ครั้นแล้วที่เขาจะเป็นฝ่ายเดินตาม ...มือบางกลับยกขึ้นช้าๆ

เพื่อ... ห้าม?

...

เขาไม่เข้าใจ... ไม่รู้เลยว่าีจียงพยายามบอกอะไร แต่สองขาเขาก้าวไม่ออก...

เพราะถ้าจียงบอกว่า ‘ไม่’ ...เขานั้นหรือจะกล้าฝืน

...


ผีเสื้อกำลังบินจากไป




...






หลายวันมาแล้วที่ชเวซึงฮยอนกลับบ้านเสียดึกดื่น แม้ฮงจุนจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลกตรงไหนหรือมีอะไรต้องกังวล เพราะลูกชายคนใหม่ของเธอออกไปปาร์ตี้ตามคลับเสมอๆ แต่จียอนก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะที่เห็นนั่น ถ้าดูดีๆแล้ว

...ให้เมามายหรือพาผู้หญิงสักคนกลับมายังจะดีเสียกว่า

มันเริ่มตั้งแต่ห้าวันก่อน ในเวลากลางดึกที่เธอกังวลเรื่องของจียงจนนอนไม่หลับนั้นบังเอิญว่าเธอเดินลงมาข้างล่าง ประตูใหญ่ถูกเปิดออกช้าๆ และที่ก้าวเข้ามาคือซึงฮยอนในสภาพที่เธอไม่เคยเห็น

...ไม่มีกลิ่นบุหรี่ กลิ่นแอลกอฮอล์หรือน้ำหอมของคนอื่น

สายตาไม่เคร่งขรึมดุดัน หากแต่เลื่อนลอยคล้ายมีอะไรในใจ

...เพียงพ้นประตูไม่นาน ร่างสูงในเสื้อโค้ทนิ่งมองอะไรบางอย่าง...

เปียโน?

...พื้นห้อง?

...

...ก่อนทั้งร่างจะทรุดลงช้าๆ

...

จียอนไม่กล้าแม้แต่จะเรียก ไม่กล้าแม้จะให้เขารู้ว่าเธอยืนอยู่่ตรงนี้

เพราะราวกับมีบางอย่างหักโค่นลงในใจของเด็กหนุ่ม

...

ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงหายใจที่ยินนั้นราวกับมีใครบางคนกำลัง... ร้องไห้

แม้อยู่ลำพัง เขายังพยายามสะกดมันไว้

มือข้างที่ไม่ได้ใช้กั้นเสียงและน้ำตา... กำแน่นอยู่ข้างกาย

...

บาดลึกถึงเพียงนั้น

สิ่งใดกันที่ทำให้เด็กคนนี้เจ็บปวด

เธอทำได้เพียงปล่อยเขาไว้คนเดียวเท่านั้น

...

ทว่านับแต่นั้น บนโต๊ะอาหารในทุกๆเช้าที่เร็วกว่าปรกติ ชเวซึงฮยอนคนเดิมกับสีหน้าเรียบเฉยยังคงนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ...ราวกับว่าตัวเขาในเวลากลางคืนเป็นใครอีกคนที่แม้แต่ตัวเองยังไม่รู้จัก

ท่าทางเงียบขรึมแม้ไม่แตกต่างจากทุกครั้งที่เห็น แต่น่าประหลาดนักเมื่อจียอนถามบางอย่างออกมา...

“คุณซึงฮยอนคะ กำลังไปมหาลัยใช่ไหมคะ คุณเจอจียงบ้างหรือเปล่า”

ตาคมหลับลงเพียงชั่วครู่ หากแต่ฝืนลืมขึ้น “...มีอะไร”

เธอไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่มันคล้ายกันมาก ...คล้ายกับสีหน้าของจียงเวลาที่เธอถามถึงซึงฮยอน “ฉันเป็นแม่คน ฉันพอดูออกค่ะเวลา ‘ลูก’ มีเรื่องไม่สบายใจ จียงเองคุยกับฉันมาตลอด แต่ระยะนี้เขาไม่เหมือนเดิม” ...ขนาดถึงขั้นไม่ยอมกลับบ้าน “...แม้ฉันจะเชื่อว่าจียงเป็นผู้ใหญ่แล้ว ...แต่คนเป็นแม่ ยังไงก็อดห่วงไม่ได้”

“...”

“…ฉันแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง”

“ทำไมไม่ไปดูเอง”

“...” เป็นฝ่ายจียอนที่เงียบไป ฟังจากน้ำเสียงก็รู้ ลูกฝืนคุยกับเธอทุกวัน ...ถ้าเธอไปหา จียงก็คงต้องฝืนกระทั่งยิ้มให้เธอด้วย

ซึงฮยอนวางช้อนอาหารลง

.

ท่ามกลางความหนาวเหน็บของสายลมในทุกๆวัน...

...รอยยิ้มที่เห็นนั่นมีให้เพียงดอกทิวลิปแดง

.

“...ก็ดูสบายดี ไม่ต้องห่วง”

เขารวบช้อนแล้วลุกขึ้นจากโต๊ะหลังจากเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ แต่ก่อนจากไปเขาได้เอ่ยขึ้น “งานแต่งอาทิตย์หน้า พ่อบอกว่าคุณอยากใช้สนามด้านหลัง...”

“ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไปนะคะ ...จียงเองก็เห็นว่าสวยดี”

“ตามสบาย...”

“เดี๋ยวค่ะ คุณซึงฮยอน” เธอลุกขึ้นเรียก

เขาเพียงชะงักเท้าเพื่อฟังเท่านั้นแต่ไม่ได้หันมา

ซึ่งเธอไม่ได้หวังอยู่แล้ว “ฉันแค่อยากให้คุณรู้ ว่าแม้ฉันไม่ใช่คนที่มีอะไรติดตัว แต่ฉันไม่เคยคิดเอาอะไรไปจากพ่อคุณ”

... “...อืม”

มีแต่ตัวอย่างนั้นหรือ มีแต่ตัวแต่พ่อเขาก็ยังต้องการ

เอาเถอะ...

ในเวลานี้เขาไม่สนอะไรทั้งนั้น

บ้าน ที่ดิน เครื่องเพชร แม้วันไหนอยากได้ขึ้นมาเขาก็จะไม่ห้าม

...หากมันจะรั้งใครอีกคนไว้ได้

เพราะตราบใดที่ผู้หญิงคนนี้อยู่ที่นี่...

...

ผีเสื้อของเขาคงบินกลับมา




...






ไปเรียน... หรือไม่ไป

ทงยองเบยืนมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ ปกเสื้อกำลังถูกจัดให้เข้าที่ หลายวันมานี้เขาไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรทั้งนั้น ถ้าไปแล้วจะเห็นจียงมองเขาด้วยสายตาแปลกๆอีกหรือเปล่า... จะเห็นเขาจากไปต่อหน้าอีกไหม

... ‘ตามใจมากไปก็ไม่ดีนะ ...บังคับมันบ้างก็ได้’

วูบหนึ่งของความคิดที่คำพูดของพี่เบคคยองแวบเข้ามา ทั้งๆที่มันไม่น่าจะเกี่ยวข้องอะไรกันเลย

แต่จะให้ทำยังไง... บังคับใจคนอื่น? หรือบังคับใจตัวเราเองให้ทำแบบนั้น? ...เขาทำได้เสียที่ไหน

...เพราะสายตานั่น

...

ไม่สิ

เจ็บก็ไม่เป็นไร... ขอแค่ได้เห็นก็พอ


สายลมเย็นพัดผ่านเหนือลานกว้างของชมรม ทงยองเบกำลังเดินเหยาะม้าอยู่ริมรั้ว แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่งสักเพียงไหน ช่างต่างกับในใจเขาที่ปั่นป่วนจนแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง แม้จะขึ้นนั่งบนม้าสีน้ำตาลของเขา ใจก็ยังไม่สงบ...

สายตามองไปยังรั้วกระโดดที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า ริมฝีปากถูกเม้มเบาๆก่อนสายบังเหียนจะถูกกระตุ้นให้ม้าออกวิ่ง ...เสียงควบของกีบเท้าดังกึกก้องกว่าครั้งไหน แต่แล้วเมื่อถึงเบื้องหน้าราวกระโดด ม้าของเขากลับหยุดชะงักจนเขาเองยังเกือบเสียหลักไปด้วย

...ทำไม่ได้

คงเพราะเขาไม่เคยบังคับให้ม้าตัวนี้กระโดด

เทียบกับท่วงท่าอันสง่างามของซึงฮยอนและม้าสีดำแล้ว ตัวเขาไม่มีอะไรเลย...

ยองเบลูบหลังคอม้าของเขาอย่างอ่อนโยนราวกับจะปลอบว่าไม่ใช่ความผิดของมัน

“ว่าไงคุณประธาน ไม่เห็นซะหลายวันเลยนะ” ซองเบคคยองวางถังน้ำพลางยกผ้าขึ้นเช็ดเหงื่อ

ซึ่งยองเบได้แต่ส่งยิ้มบางกลับไป

มือเล็กยัดผ้ากลับลงกระเป๋าหลัง แต่ก่อนเดินสวนออกไปเขายังหันมาบอก “...มีคนมารออยู่ที่คอกแน่ะ”

มีคนรอ? หรือว่า...

...ไม่หรอก พี่เขาคงหมายถึงเชรินมากกว่า เพราะเขามักบังเอิญเจอรุ่นน้องปีหนึ่งคนนี้ที่โรงเลี้ยงเสมอ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รีบร้อนอะไร

ทว่าที่ยือรอเขาอยู่นั้นไม่ใช่เชริน...

ร่างบางกับผมบลอนด์สีสว่างที่กำลังยืนพิงรั้ว เงยหน้าขึ้นมองเขา

...

เกือบอาทิตย์หนึ่งที่ผ่านมา ยองเบไม่รู้เลยว่าัตัวเองคิดถึงรอยยิ้มนี้มากขนาดไหน

“ทำไมทำหน้าแบบนั้น ลืมแล้วเหรอว่าวันนี้วันอะไร” ...เสียงที่เขาไม่ได้ยินมาเสียนาน

...วันอะไร? นั่นสินะ ลืมไปได้ถึงขนาดนี้

ร่างบางยันตัวขึ้นจากรั้วไม้ แต่ละก้าวค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ ...สายตาของยองเบมองตรงไปเพียงปลายเท้าของจียงเท่านั้น เพราะมีสักก้าวที่คงจะหยุดลงในไม่่ช้า

...แต่ไม่เลย เพื่อนเขายังคงเข้ามาใกล้ ...ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจกระทบอยู่ข้างหู ปลายมือเอื้อมมาโอบรอบคอเขาไว้ ...และความอบอุ่นเริ่มแผ่ขยายไปทั้งร่าง

“สุขสันต์วันเกิดนะ ยองเบ”

...

วินาทีนั้นเองที่หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะ ...ความหวังและความเป็นไปได้เอ่อท้นขึ้นในจิตใจ

...

...เพียงเพื่อจะพังทลายลงอีกครั้ง

ข้ามไหล่เล็กๆนี่ไป ภาพวาดสีน้ำมันบนขาตั้งข้างหลังนั่นคือของขวัญวันเกิดที่ขอให้เพื่อนวาดม้าคู่กันให้

ตอนนี้มันคงเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทว่าในภาพมีม้าเพียงตัวเดียวเท่านั้น

...ม้าสีน้ำตาลของเขาเอง

...

รู้แล้ว... สินะ

ว่าสิ่งที่เขาขอมีความหมายว่ายังไง และนี่คือคำตอบของจียง

ความรู้สึกที่เขาเก็บไว้กับตัวมาเนิ่นนาน เพื่อนเขาคงรู้แล้ว

“ยองเบ...”

สองแขนเปราะบางกระชับแน่นเข้า เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เขาจะได้รับสัมผัสแบบนี้จากจียง ทุกครั้งที่ผ่านมามันมีความหมายเสมอ และครั้งนี้ก็คงเช่นกัน ...ราวกับเครื่องย้ำเตือน

...ว่าอ้อมกอดนี้ จียงมอบให้ ‘เพื่อน’ อย่างเขาเท่านั้น

...

เวลา... มันหมดแล้วใช่ไหม

...

กี่วัน... กี่เดือน...

...กี่ปี

ความรู้สึกนั้นราวกับผลึกแก้วเปราะบางที่เขาเฝ้าดูแลมาตลอด

จนถึงวันที่มันถูกปล่อยให้ร่วงหล่นลงกระแทกพื้น

แหลก... ละเอียด

...

“ยองเบ... ฉัน...”

...เสียงเล็กยังเรียกหาเขา

จริงสินะ ไม่ใช่ว่าเขาสูญเสียไปแล้วทุกอย่าง หากไม่หลงเหลือสิ่งใดเลย คนๆนี้ไม่จำเป็นแม้จะต้องมาอวยพรให้

...เช่นนั้นจะเป็นไรไป เมื่อเทียบกับหลายวันที่ผ่านมาที่จียงไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา ณ เวลานี้มันดีกว่ากันเท่าไหร่แล้ว ถ้านี่เป็นสิ่งเดียวที่จียงยังพอหยิบยื่นให้ได้ เขาก็จะไม่ร้องขออะไรอีก

...ไม่อีกเลย

“ไม่เป็นไร จียง ฉันไม่เป็นไร”



...





เด็กหนุ่มผมสีบลอนด์เอนหลังพิงเข้ากับพนักเก้าอี้ยาวบนรถไฟ สิ่งที่ทำลงไปเมื่อครู่ไม่ใช่ว่าเขาไม่เจ็บปวด แต่ที่ต้องทำเพราะ ...ยองเบ หากเป็นคนอื่นที่ไม่สนใจ เขาคงนิ่งเงียบและไม่แม้แต่จะมองหน้า แต่นี่เป็นเพื่อนที่ดีกับเขาเสมอ หากลืมมันเสียพวกเขายังคงเป็นเหมือนเดิมได้ ...แต่เขาคงไม่กล้าขอให้ยองเบช่วยอะไรอีกแล้ว

ศีรษะพิงลงกับกระจกใส ร่างบางถอนหายใจเมื่อคิดถึงความรู้สึกที่ได้รับ

...

ยองเบหรือ...

ยองเบดีกับเขาทุกอย่าง

ถ้าเขาต้องการใครสักคน ทำไมถึงไม่เป็นยองเบ?

...ไม่

ไม่เกี่ยวกับยองเบ...

เพราะสำหรับเขา คงไม่มีใครอื่นอีกแล้ว

...

...ดอกไม้กับผีเสื้ออย่างนั้นหรือ

ในโลกของเขามีดอกไม้เพียงดอกเดียวเท่านั้น

เมื่อมันตายไปแล้ว ...ทุกอย่างก็จบกัน




...



ระหว่างทางเดินกลับอพาร์ทเมนต์ ลมหนาวพัดแรงขึ้นอีกครั้ง และมือบางขยับผ้าพันคอให้แน่นเข้า เสียงโทรศัพท์ดังขณะที่จียงกำลังหาคีย์การ์ด ...เบอร์ที่ไม่รู้จัก? เขาตั้งใจจะไม่รับ แต่ว่า... คนที่รู้เบอร์นี้มีแต่แม่เขากับแดซองและซึงริเท่านั้น

“สวัสดีครับ” เขาตอบขณะไขประตูเข้าห้อง

“...จียง? นั่นเธอใช่ไหม” เพียงแค่เสียงที่เรียกชื่อ ทำเอาเขาแทบหายใจไม่ออก เพราะคล้ายมาก ...เสียงทุ้มนั่นคล้ายกันเกินไป

แต่จงอย่าลืม ว่าคนๆนั้นเคยเรียกชื่อเขาเสียที่ไหน ...ฟังให้ดีแล้วนั่นคือคนรักของแม่ต่างหาก “คุณฮงจุน...”

“...เธอไม่กลับบ้านเลย ฉันเป็นห่วงมากนะ ไม่ใช่แค่ฉัน แม่ของเธอก็ด้วย” น้ำเสียงที่ใช้ไม่ได้ตำหนิติเตียนอะไร ยิ่งฟังคล้ายตัดพ้อยิ่งทำให้จียงรู้สึกผิด

“ผมต้องทำรายงาน...”

“จียง ...อย่าทำแบบนี้ ... หรือว่าเธอไม่อยากอยู่ที่นี่จริงๆใช่ไหม ...เกลียดฉันเหรอ ...เป็นลูกฉันไม่ได้เหรอ” ...เขาไม่อยากให้ฮงจุนคิดแบบนั้น เพราะแท้ที่จริงแล้วเป็นเขาเองที่อยู่ไม่ได้

“...ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ”

“หรือไอ้ซึงฮยอน? ไอ้ซึงฮยอนทำไม่ดีกับเธอใช่ไหม มันพูดอะไรแย่ๆหรือเปล่า”

“...”

“จียง ...เจ้านั่นเป็นคนปากเสีย เอาแต่ใจ แต่มันไม่ใช่คนไม่ดี เธอรู้ใช่ไหม”

...เขาไม่รู้หรอก ...ไม่รู้อะไรทั้งนั้น “นั่นไม่เกี่ยวหรอกครับ แต่ยังไงรบกวนคุณฮงจุนด้วย ต่อไปอย่าใช้ให้เขามาทำอะไรให้ผมอีก”

“...ทำอะไร?”

“เหมือนที่เคยสั่งให้เขาขับรถไปรับไปส่ง...” ยิ่งบังคับกันแบบนั้น …เขาถึงโดนดูถูกทุกครั้ง

ฮงจุนชะงักไปราวกับไม่เข้าใจ “ใครบอกเธอน่ะจียง ถึงจะเป็นลูก แต่ฉันสั่งเจ้านั่นไม่ได้หรอกนะ ...มันพูดออกมาเองต่างหากว่าที่เรียนอยู่ใกล้กัน จะไปส่งเธอเอง”

...

...? ไม่ใช่หรอก

ไม่จริง

.

‘คิดว่าอยากไปนักรึไง!’

.

‘พ่อฉันสั่ง เข้าใจไหม...’

.

ไม่มีอะไร... คุณฮงจุนคงเข้าใจผิด

“จียง เธออยู่ที่ไหน ให้ฉันไปหานะ...”

“...ไม่ต้องมา” ...แล้วทำไมเสียงเขาสั่นแบบนั้น

“... นี่เธอ ...ไม่สบายใช่ไหม...”

“ไม่ครับ ...ผม...”

“ฟังนะจียง เธออาจมีเรื่องลำบากใจเพราะฉันหรืออะไรก็ตาม แต่ตอนนี้เราไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหน... ถ้าไม่อยากกลับบ้าน ถ้าอยากอยู่คนเดียว ไม่ว่าเธอจะต้องการอะไร หรือจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ขอแค่บอกมา ...ขอร้องนะจียง”

อยากได้อะไรงั้นหรือ...

อยากให้ทำอะไรให้

...

แค่อยากไปให้พ้น...




...




ริมทางเท้าของสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง สีสันของต้นไม้มากมายไม่เขียวสดดังเช่นฤดูฝนที่ชุ่มฉ่ำ แฟร์์เลดี้สีขาวจอดนิ่งสงบ...เจ้าของมันเฝ้ามองหนุ่มสาวหลายคู่เดินเคียงกันท่ามกลางอากาศหนาว

...ไม่หรอก เขาไม่ได้เสียใจ... เพราะคำว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ เขารู้ซึ้งมานานปี

‘ฉันไม่ได้ชอบผู้ชาย’

คำนั้นเขาได้ยินจียงพูดมานานแค่ไหนแล้ว เพียงแต่วันนี้มีคำว่า ‘ฉันไม่ได้ชอบนาย’ เพิ่มขึ้นมาก็เท่านั้น

...ดีหรือไม่ที่เขาไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีกต่อไป

กลับไปเป็นเพื่อน...

เหมือนที่เคยเป็นมาตลอด

...

สำหรับจียง การจะเลือกทำเป็นว่าใครสักคนไม่มีตัวตนอยู่บนโลก ...ไม่ใช่ว่าไม่เคยทำ

เช่นนี้แล้วเรียกว่าเขายังโชคดีขนาดไหน

...

แต่มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้เขาเสียใจยิ่งกว่า

เช้าวันนี้ขณะที่กำลังเดินพ้นประตูหน้าบ้าน แม่ของเขาที่กำลังจิบชาทักขึ้น เธอยื่นซองสีฟ้าอ่อนที่มีกลิ่นหอมมาให้ “ยองเบลูก เมื่อวานคุณจียอนแวะมาแน่ะ ฝากการ์ดมาให้ลูกด้วยนะ จียงคงบอกแล้วใช่ไหม”

...การ์ด? หรือจะเป็นเรื่องงานแต่งของคุณแม่ บ้านที่จียงย้ายไปอยู่สินะ ...เขาลูบลายปริ๊นต์สีทองที่เป็นชื่อของเขาเอง

มือเริ่มดึงการ์ดออกจากซอง และภายในนั้นเขาจึงได้เห็น ...ชื่อคู่แต่งงานของคุณจียอน

...

‘ปาร์คฮงจุน’

...

ชื่อนี้ที่เขาพอรู้จักก็มีอยู่คนเดียว... พ่อของซึงฮยอน

หมายความว่า ...ที่ผ่านมาจียงอยู่บ้านเดียวกับซึงฮยอน?

...

ทำไมกัน?

เพื่อนของเขา

รุ่นน้องของเขา

...หากแม้เป็นเรื่องบังเอิญที่พ่อแม่ของสองคนนี้จะแต่งงานกันเขายังพอเข้าใจได้ แต่ทำไมไม่มีใครคิดจะบอกเขา ...มีอะไรต้องปิดบัง

ไม่สิ... ท่าทีของสองคนนั้นที่แทบไม่ยอมมองหน้ากัน มันเหมือนกับว่าไม่มีใครอยากพูดถึงเสียมากกว่า

...ภายใต้สีหน้าเรียบเฉยของจียงและคำพูดก้าวร้าวของซึงฮยอน

ทั้งสองคนซ่อนอะไรไว้งั้นหรือ

ที่ทะเลาะกันครั้งนั้นก็ที่โรงแรม ...หลังจากนั้นจียงไม่ได้ไปเล่นเปียโนอีกเลย

... ทำไมกัน

พี่แทบิน ...รู้อะไรมากกว่าเขาหรือเปล่า

...

สปอร์ตสีขาวออกตัวไปข้างหน้าอีกครั้ง




...

...






ภายในเลาจ์นของโรงแรมหรูกลางย่านธุรกิจ โต๊ะตัวแรกสุดเบื้องหน้าแกรนด์เปียโนใสกลายเป็นโต๊ะที่ลูกค้าคนอื่นไม่กล้าเข้าไปจับจอง เพราะชายร่างสูงใบหน้าคมคายที่นั่งอยู่ตรงนี้เสมอ ...มาที่นี่เวลาเดิม ...เปิดเหล้าขวดใหม่ทุกวันแม้แทบไม่ได้ดื่ม

กับคอกเทลอีกแก้วที่ตั้งอยู่ตรงข้าม

คาลัวร์...

...ไม่แตะต้อง

รอเพียงแค่มันละลายลงต่อหน้า

...

ยามนี้ที่ไม่มีใครอยู่เคียงข้าง ผิวสัมผัสของโซฟาหนังเย็นเยียบจนไม่น่าพิศมัย

ฉับพลันดนตรีที่คุ้นเคยดังแว่วมาเข้าหู เพลงนี้ ...แรคมานินอฟ

ตาคมเบิกกว้างพลางหันไปมองเปียโนกลางเลาจ์น

...ไม่มีใครอยู่ที่นั่น เป็นเพียงเสียงเพลงจากเครื่องบันทึกเท่านั้น

...

แต่ละโน้ตที่บรรเลงทำให้นึกถึงเรื่องเก่า

.

จำขึ้นใจ...

...วันนั้น

ที่เปียโนโซโลคอนเสิร์ต

...ครั้งแรกที่ได้เห็นเจ้านั่น เป็นแรคมานินอฟบทเดียวกันที่ถูกบรรเลงอยู่

ที่นั่งที่บังเอิญติดกัน

...

...ผมสีน้ำตาลอ่อน กับดวงตาราวแก้วเจียระไน

ผิวแก้มเนียนละเอียด... และริมฝีปากบางคู่นั้นเผยยิ้มเพียงเล็กน้อย

...เขาแทบไม่ได้ยินเสียงดนตรี

ไม่รู้จักชื่อ...

...

...และนั่นไม่ใช่ครั้งเดียวที่ได้พบ

ทุกครั้งที่มีเปียโนเล่น ไม่ว่าที่ไหน เขาจะไปดูเสมอ

แต่สิ่งเดียวที่เขาเฝ้ามองหา ...ก็มีเพียงรอยยิ้มเล็กๆนั่นเท่านั้น

...



...

ผ่านไปนานแค่ไหน

ทุกหนแห่งที่เขาเฝ้าตามหา...

จนเริ่มเห็นว่าไม่ใช่เขาคนเดียวที่เป็นฝ่ายมอง

วันนั้น... ไม่ใช่ว่าเขาอยากเดินเข้าไป

...แต่ว่า

คาลัวร์ หนึ่งในหลายอย่างที่เขาได้มีโอกาสรู้ว่าคนๆนี้ชอบ

เขายื่นให้...

...และมันถูกรับไป

เขาไม่เคยดื่ม จึงไม่รู้ว่ารสชาติของมัน ...อ่อนหวานถึงเพียงนั้น

...หรือเป็นเพราะเรียวปากนุ่มนวลที่ส่งผ่านมาให้

ความเย็นบนปลายลิ้นติดอยู่เพียงไม่นาน ก่อนความร้อนระหว่างกันจะกลืนกินจนหมดสิ้น

ครั้งแรก... และครั้งเดียวเท่านั้น

สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมี

...

...ใครเป็นคนเริ่มงั้นหรือ เขาเองก็จำไม่ได้

...ไหล่เล็กที่สั่นเทา

แสงนวลส่องกระทบผิวแก้ม

กลิ่นอ่อนของกาแฟแนบริมฝีปาก

...

ยาวนานกว่าการจูบครั้งใดในชีวิตเขา...

...แม้มีเพียงปาร์คกาฮีเท่านั้นที่ให้สัมผัสคล้ายกันที่สุด

แต่นั่นเป็นสัมผัสของผู้ชายอีกคน... ในเมื่อเขาไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน เช่นนั้นแล้วมันต้องไม่ได้เกิดจากตัวเขา

ความหลงใหลนั่น... ‘ควอนจียง’ ต่างหากที่เป็นคนสร้างขึ้นมา

...

ใช่ เพราะเป็นคนแบบนั้นอยู่แล้ว เพราะทำแบบนั้นมาตลอดไม่ใช่หรือ... ใช้ใครต่อใครเป็นฐานเพียงเพื่อจะพาตัวเองขึ้นไปอยู่ในที่สูง



ในครั้งต่อมาที่ความอ่อนหัดของเขาพาตัวเองไปรอเหมือนเช่นเคย สิ่งที่บังเอิญได้ยินคือบทสนทนาระหว่างเด็กหนุ่มสองสามคนที่มองตามร่างบางในเทลเลอร์สูทสีขาว

“จะบ้าเหรอ นั่นควอนจียงนะโว้ย”

“...แล้วไง”

“แกไม่รู้จักจริงๆเหรอวะ ... ถ้าไม่รวยจริงไม่ต้องเข้าไปยุ่งเลย ดูแต่ละคนที่เข้าหาสิ อย่างลูกชายตระกูลทง... เออ เร็วๆนี้ได้ยินว่ามีอีกคน”

“ใครวะ”

“รู้แล้วอย่าตกใจ ลูกชายตระกูลปาร์ค รายนั้นมีคนเห็นจะๆเลย”

“โห ชเวซึงฮยอนน่ะนะ แบบนี้ไม่รอดว่ะ”

“ถึงบอกว่าถ้าไม่แน่จริงอย่าไปยุ่ง”

“โธ่เว้ย เสียดายชะมัด...”

ฝ่ามือใหญ่กำแน่นเข้า ...เสียดายงั้นหรือ ...เป็นแบบนี้เองสินะ การจะสืบหาว่าเขาเป็นใครนั้นไม่ยากเลย

...นึกว่าจะต่างกับคนอื่น …กับผู้หญิงหิวเงินอีกมากมาย แต่สุดท้ายก็พวกเดียวกัน

รูปร่างหน้าตาแบบนั้น... ก็คิดอยู่แล้วว่าทำไมถึง... ง่ายดายนัก “เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า”

“แกเป็นใครวะ...”

“เวรแล้ว นี่... ชเวซึงฮยอน”

“อย่าเอาชื่อฉันไปรวมกับคนวิปริตอย่างนั้น คนไม่รู้จักเจียมตัวที่คิดแต่จะปอกลอกคนอื่น”

และเขาจะไม่มีวันยอมไปเกลือกกลั้วด้วยอีกเป็นครั้งที่สอง

...

แล้วจงลืมเสีย ...ลืมให้ได้

พยายามไปแค่ไหน ...แต่ทุกครั้งที่ได้ยินเพลงนั้น ...ทุกครั้งที่ได้กลิ่นหอมของคอกเทล

...ถ้าหากเขาไม่ใช่คนตระกูลปาร์ค ถ้าหากเขาไม่ได้ร่ำรวย ...ตาคู่นั้น คงไม่หันมามองงั้นใช่ไหม

...

...จนกระทั่ง

“ซึงฮยอน นี่เพื่อนพี่เอง ควอนจียง”

‘เพื่อน’ หรือ? รุ่นพี่คนเดียวที่เขาเคารพ คนที่มีบังเอิญมีฐานะไม่ด้อยไปกว่าเขา ถ้าเป็นเพื่อนแล้วทำไม... พี่ยองเบถึงมองเพื่อนตัวเองด้วยสายตาแบบนั้น

...

เหมือนกันไม่ใช่หรือ คนๆนี้ใช้วิธีเดียวกันกับที่ใช้กับเขา ...แค่นานกว่า

...ลึกซึ้งกว่า

พี่ยองเบเป็นเพื่อน ...แล้วเขาเป็นอะไร? ใครสักคนที่เคยถูกหลอก?



ทุเรศชะมัด

...

.
.



ขวดเหล้าบนโต๊ะถูกเทลงแก้วอีกใบ ชายหนุ่มผิวสีแทนนั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้างๆ “จะมาทำไมทุกวันวะ แค่เปียโนเปล่าๆที่ไ่ม่มีคนเล่น นั่งมองมันอยู่ได้”

ตาคมหลับลงด้วยไม่อยากตอบคำถาม “...ทำไมถึงเปิดเพลงนี้”

อิมแทบินหัวเราะในลำคอ “แค่อยากฟัง แต่น่าเสียดาย คนเดียวที่เล่นเพลงยากขนาดนี้ได้ก็ไม่อยู่เสียแล้ว ...นายทำให้นักเปียโนของฉันหนีไป”

มือใหญ่กระแทกแก้วลงกับโต๊ะ “...จะเอาเท่าไหร่”

“...?”

“ค่าเสียหาย” บัตรเครดิตถูกเลื่อนไปข้างหน้า

“นายนี่... เคยคิดบ้างไหมว่าไม่ใช่ทุกคนหรอกนะ ที่ต้องการเงินของนาย” เขารับการ์ดไปแต่กลับทิ้งมันลงในถังน้ำแข็ง

“...” ...แค่คนๆเดียวก็มากเกินพอ ...เพราะไม่เคยคิดเตรียมใจไว้ ถึงได้กลายเป็นแบบนี้

...ร่างสูงตรงหน้าราวกับคนหมดอาลัยตายอยาก

แทบินกำลังคิดถึงสิ่งที่เขาควรพูด หลังจากที่ยองเบมาหาเขาก่อนหน้านี้ทำให้ได้ข้อสรุปอะไรบางอย่าง และสภาพของชเวซึงฮยอนในตอนนี้ยิ่งทำให้เขามั่นใจ “นายรู้ไหม แรคมานินอฟนั่น... เป็นเพลงเดียวที่ฉันไม่ได้เลือกให้จียงเล่น เขาไม่ต้องใช้สกอร์โน้ตด้วยซ้ำ”

...ยังจำได้งั้นหรือ

จะจำไปทำไม...

“จำสิ่งที่ตัวนายเองพูดไว้ได้ไหม วันที่นายจ่ายค่าคูเปอร์ของจียงใ้ห้...”

.

‘นั่นเป็นพี่ชายของฉัน ...อย่าให้รู้เป็นอันขาดว่านายคิดจะแตะต้อง’

.

“สายตาของนายตอนนั้น... ฉันเพิ่งเข้าใจวันนี้เอง ว่านอกจากยองเบแล้ว...”

“หยุดพูดซะ” ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืน “แล้วฉันยังยืนยันคำเดิม อย่าให้พี่ยองเบรู้เป็นอันขาด”

แทบินถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนหลังจากรุ่นน้องเจ้าอารมณ์เดินลับตาไป

“...คงไม่ทันแล้วละ ซึงฮยอน”









ร่างกายซีกหนึ่งแนบสนิทกับพื้นห้อง

นิ้วมือปัดป่ายปลายขนของพื้นพรมสีกาแฟ

ความว่างเปล่าเกาะกุมในจิตใจ...

...

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่เคยได้มีเวลาเป็นของตัวเองเช่นนี้? เวลาที่ไม่ต้องใช้เพื่อใครหรือคิดเรื่องอะไรทั้งนั้น

เรื่องบางเรื่องมีคนอื่นรับไปดูแลแล้ว...

เรื่องบางเรื่องเขาให้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว

และเรื่องบางเรื่อง... มาถึงจุดที่ไม่มีทางย้อนกลับไปได้อีกแล้ว

เมื่อก้าวข้ามทุกอย่างมา ก็คงไม่มีสิ่งใดที่จะทำร้ายเขาได้มากกว่านี้ ...คนเราหากหล่นลงในหุบเหว เมื่อร่างกายกระแทกก้นบึ้งจนเจ็บปวดเกินจะทานทน สิ่งสุดท้ายที่เหลือคือรวบรวมแรงกำลังทั้งหมดที่มี เพื่อปีนกลับขึ้นมาเท่านั้น ...

เสียงเคาะประตูห้องเขาดังขึ้น “จียงๆ อยู่ในห้องหรือเปล่า ออกไปหาอะไรกินกัน” แดซองคอยแวะเวียนมาเรียกเขาบ่อยๆ บอกว่ากลัวจะเหงา กลัวจะไม่กินข้าว

รอยยิ้มบางผุดขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงความห่วงใยของเพื่อน “อืม ไปสิ รอแปปนึง”

ห่างกับหอพักแค่หัวมุมถนน ที่ร้านอาหารแบบเคาน์เตอร์ข้างทางที่แดซองและซึงริชอบพามาบ่อยๆ จนตอนนี้เจ้าของร้านจำจียงได้แล้ว “เธอนี่ตัวเล็กชะมัด เพื่อนแย่งกินหมดหรือไง” ลุงเจ้าของร้านท่าทางใจดีชอบแถมให้เขาทุกครั้ง

“พวกนายกินเสร็จแล้วไปก่อนก็ได้ จะไปซื้อขนมต่อไม่ใช่เหรอ” จียงพยักเพยิดเพราะเขากินช้ากว่าสองคนนั่นมาก

ตอนแรกแดซองว่าจะไม่ยอม แต่พอดูเวลาแล้วเห็นว่ายังไม่มืดจึงจะให้จียงตามไปที่มินิมาร์ทใกล้ๆ เมื่อเรียบร้อยแล้วร่างบางจะจ่ายเงินแต่เห็นว่าเจ้าของร้านชะเง้อมองออกไปฝั่งตรงข้าม “มีอะไรหรือครับ”

“อ๋อเปล่า เดี๋ยวนี้รถคันนั้นมาจอดทุกวันเลย จนดึกดื่นถึงได้กลับ ฮะๆ ตอนแรกก็สงสัยหรอกนะว่ามาจอดทำไม...” น้ำเสียงขบขันของคุณลุงทำให้เขามองตามออกไปบ้าง

...น่าเสียดายนัก เพราะเขาไม่ควรเลย

...

โรเมโอสีแดง...

หนึ่งเสี้ยวหน้าของคนขับที่จียงจำได้ไม่ลืม...

...ตาคมคงพริ้มหลับด้วยอารมณ์

ริมฝีปากเลาะเล็มไม่เว้นว่าง...

แทบทั้งกายของหญิงสาวอีกคนโน้มเข้าหาจนดูราวกับว่าทั้งสองร่างนั้นมีเพียงหนึ่ง

...

ดวงตาเรียวไม่อาจละจากภาพตรงหน้า แม้ว่าแต่ละวินาทีนั้นเขาต้องแลกมาด้วยอะไร

...

โพรงลึกค่อยๆก่อตัวขึ้นในอก... ทีละน้อย

ทีละน้อย... จนทั้งร่างแทบถูกกลืนหายไป

...ไม่ใช่ความเจ็บปวด ...เพราะบัดนี้มันไม่เหลือที่ว่างใดที่ใจเขายังไม่ถูกกรีดซ้ำ

...

สัมผัสที่ครั้งหนึ่งเคยหลงเชื่อว่าเป็นของเขา

...

น่าสมเพชแค่ไหนที่ปล่อยให้ตัวเองคิดไปได้ถึงขนาดนั้น

...

ทั้งชีวิตของเขา

ครั้งแรก... และครั้งเดียว

...

ดวงตาคมที่เคยมองเขาราวกับสิ่งล้ำค่า

...มันไม่ใช่แค่คาลัวร์แก้วนั้นที่ทำให้เขาใจอ่อน

ไม่เคยยอมให้ใครแตะต้อง ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย

แต่แล้วทำไม... เพียงสบตากันไม่กี่ครั้ง เขาเป็นไปได้ถึงขนาดนั้น ทั้งที่เห็นแล้วว่ามีสายตากี่คู่คอยจ้องมอง แต่ในวินาทีที่ความอ่อนโยนจากคนๆนั้นแนบประทับริมฝีปาก... ทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายพลันจางหายไปเสียสิ้น


ในครั้งต่อมาที่ความหลงใหลพาเขาไปยืนอยู่ที่เดิม ...หมายเลขสิบตัวที่เขาฝากบริกรนำไปให้คงไม่มีวันได้ถูกใช้ เพราะคำพูดจากปากคนๆเดียวกันนั้น...

.

‘วิปริต’

...ได้แต่หวังว่าจะบังคับใจตัวเองได้

.

‘ไม่รู้จักเจียมตัว’

...ใช่ ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใคร แต่ตัวเขาที่ไม่เหลืออะไรแล้ว อย่างไรเสียคงถูกมองว่าต่ำต้อย

.

สุดท้ายเป็นยังไง เพราะเจ็บแล้วไม่จำ... สิ่งเดียวที่มีค่าระหว่างเขากับกับคนๆนั้นถึงได้ถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี

...ไร้ร่องรอยของความอ่อนโยนใด

รอจนมันกลายเป็นผุยผงแล้วถึงได้สำนึก

...ช่างน่าหัวเราะที่โง่ถึงขนาดไม่เคยยอมเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์

ยังมัวหวังว่าจะมีสักวันที่เขาคงเปลี่ยนใจ

...ยังหวังมาตลอด

...

.

คนขับของโรเมโอสีแดงยังมีหญิงสาวเฝ้าคลอเคลียไม่ห่าง

...สิ่งที่เห็นข้างหน้านี้ตอบแทนเขายังไง คงพอจะฝังมันลงในหัวคนโง่อย่างเขา

...

ฝ่ามือบางแนบลงตรงจุดเดียวกับหัวใจ

...

อาทิตย์เดียว

อีกแค่อาทิตย์เดียว

หลังจากงานแต่งของแม่ เขาคงไม่ต้องทนมองสิ่งเหล่านี้อีกต่อไป




...





น่าแปลก...

สาวงามอย่างปาร์คกาฮี โดยนิสัยแล้วไม่เคยคบชายหนุ่มคนไหนได้นาน ไม่ใช่เพราะมีข้อเสียมากมาย หากแต่เป็นเพราะเธอเองที่ไม่คิดจริงจัง หากคู่ควงคนไหนเริ่มรุกล้ำความเป็นส่วนตัว หรือเอ่ยปากเรื่องการใช้ชีวิตคู่ นั่นเป็นสัญญานว่าเธอคบคนๆนั้นนานเกินไปแล้ว

...แต่กับคนปัจจุบันนี้ เธอได้แต่หวังว่าวันนั้นจะยังมาไม่ถึง

ที่ด้านข้างตึกคอนโดตระกูลปาร์คที่เธอใช้พักแรมเสมอ ชเวซึงฮยอนหลังพวงมาลัยรถคันงามนั่งนิ่งไม่เคลื่อนไหว เปลือกตาหลับลงราวกับต้องการจะตัดขาดจากโลกภายนอกทั้งหมดเสีย

ทุกวันนี้ ซึงฮยอนมาทิ้งรถไว้ทั้งตอนเช้าและเย็น ก่อนกลับมาเอารถออกไป

...โดยไม่แวะขึ้นมาหาเธอแม้สักครั้ง

ตึกอพาร์ทเมนต์ของนักศึกษาฝั่งตรงข้ามอย่างนั้นหรือ มีอะไรให้คนอย่างชเวซึงฮยอนไปเฝ้ารอ

...

หลังจากคืนวันนั้นที่ห้องเพนต์เฮาส์โรงแรมตระกูลอิม ซึงฮยอนไม่ติดต่อเธออีกเลย เพราะอยากรู้เหตุผล... และเมื่อวันนี้ที่สปอร์ตสีแดงเข้ามาจอดเช่นดังคาด ...หญิงสาวเคาะกระจกเบาๆ

ดวงตาคมเหลือบมองเธออย่างเงียบงัน

“ฉันอยากคุยกับคุณ” เธอเอ่ยขึ้นเมื่อกระจกเลื่อนลง

“ไม่ใช่ตอนนี้...”

...

...คำพูดคำเดียวกับที่เธอเคยใช้ยามบอกเลิกผู้ชายคนอื่น ...

“...ไม่ใช่ตอนนี้... หรือไม่อีกเลย?” กลั้นใจถามออกไปอย่างนั้น ทั้งที่เธอรู้คำตอบอยู่แล้ว “คุณไม่ได้มาหาฉัน...”

หรือทั้งหมดนี้ ...ไม่ใช่เธอตั้งแต่แรก

เพราะทุกครั้งที่จูบ... ทุกครั้งที่สัมผัส ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกหัก ทั้งที่เขาก็รู้ว่าเธอไม่ได้เปราะบางหรือบริสุทธิ์ขนาดนั้น

...ทำกับว่าเธอเป็นใครคนอื่น

...

แล้วหากจะถามว่าเป็นใคร? ในตอนนี้เธอคงคิดออกเพีียงคนเดียว

...

วันนั้น เด็กหนุ่มผมทองในห้องนอนฝั่งตรงข้าม ...ปลายผมชื้นหยดน้ำลู่ลงข้างผิวแก้ม สาปเสื้อที่เจ้าตัวคงไม่ทันระวังเผยผิวขาวกระจ่างตา เธอไม่ตั้งใจเปิดประตูผิด แต่ทันทีที่ซึงฮยอนได้ยินเสียง ตัวเธอจึงถูกดึงให้ออกห่างเด็กคนนั้น ...

...สายตาหวงแหนไม่ได้มีไว้เพื่อเธอ ...หากแต่ถูกใช้กับเธอต่างหาก

...

ที่ว่าความฝันช่างแสนสั้นคงเป็นความจริง บัดนี้คงถึงเวลาที่เธอต้องตื่นแล้ว...

“สุดท้าย ...ให้ฉันจูบคุณสักครั้งได้ไหม”

สักครั้งเดียว...

ที่ไม่ต้องเป็นเงาของใคร




...







คำพูดเพียงคำหนึ่งช่างน่าประหลาดนัก...

...คนบางคนพูดมันออกมาไม่ได้ แม้การเก็บมันไว้จะทรมานกว่าไม่รู้กี่เท่า

.

‘ไม่เป็นไร จียง ฉันไม่เป็นไร’

.

...คนบางคนยอมแลกทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้ได้พูดมันออกมา

.

‘พี่ยองเบคะ ฉันแค่อยากบอกอะไรบางอย่างกับพี่ ...ฉันรู้ว่ากำลังทำให้พี่ลำบากใจ แต่ว่าฉัน...’

.

และคนบางคนอาจไม่มีวันยอมให้คำนั้นหลุดจากปาก กลับกลบฝังมันไว้ภายใต้สิ่งอื่น...

.

‘ฝีมือค่อนข้างพื้น… ทางที่ดีผมว่าอย่าให้มาเล่นบ่อยเลย เสียเครดิตบาร์ที่นี่เปล่าๆ’

.

ยองเบนึกย้อนไปถึงถ้อยคำเหล่านั้นที่รุ่นน้องของเขาพูดถึงจียง ... ฝีมือพื้น? เสียเครดิต? ...มันไม่ใช่เลย สิ่งที่ซึงฮยอนอยากจะพูดคือ ...

‘ไม่อยากให้จียงมาเล่นเปียโน’

...ใช่ไหม

...

ไม่อยากให้มา ...เพราะอะไร?

ซึงฮยองคอยรับฟังความเพ้อฝันของเขามาตลอด โดยที่เขาไม่สังเกตเลยว่ารุ่นน้องคนนี้รู้สึกยังไง แต่ท่าทีแข็งกระด้างที่มีต่อจียงกลับเหมือนคนที่เกลียดชัง ...คงเพราะมีหลายอย่างเกี่ยวกับจียงที่ซึงฮยอนยังไม่เคยรู้ เช่นนั้นแล้วเขาถึงได้มาที่นี่

คฤหาสน์ตระกูลปาร์คต้อนรับยองเบเป็นอย่างดีแม้เขาจะมาเสียดึกดื่น เขาไม่ได้หวังเจอจียง เพราะได้ยินจากแดซองและซึงริแล้วว่าเพื่อนเขาไปอยู่อพาร์ทเมนต์แทน ทั้งๆที่แม่ตัวเองกำลังจัดงานแต่งที่บ้าน

จียง... กำลังหนี?

“สวัสดียองเบ นี่คุณจียอน รู้จักกันอยู่แล้วใช่ไหม” ฮงจุนแนะนำว่าที่ภรรยา “ขอโทษที่บ้านรกไปหน่อย กำลังยุ่งๆเรื่อจัดงานน่ะ เธอได้การ์ดแล้วนะ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมขอแสดงความยินดีด้วยนะครับคุณน้าทั้งสอง” ยองเบโค้งอย่างสุภาพ “ผมมาหาซึงฮยอน เขาไม่อยู่หรือครับ”

เป็นจียอนที่ตอบ “เดี๋ยวก็คงกลับจ๊ะ รอในห้องได้เลย ...ว่าแต่ ยองเบ เรื่องจียง...”

ปัญหาบางเรื่องสลับซับซ้อนเกินกว่าจะให้คนนอกอย่างเขามาอธิบาย “จียงไม่เป็นไรหรอกครับ คุณน้าสบายใจเถอะนะครับ” ...เพราะเขาเองกำลังจะจัดการเรื่องนี้

...

จนดึกดื่นค่อนคืนแล้วยองเบก็ยังไม่ยอมกลับ เขาเลือกที่จะรอพบซึงฮยอนเพราะแน่ใจแล้วว่าระหว่างจียงกับซึงฮยอนมีอะไรเกิดขึ้น เรื่องที่รู้จากพี่แทบินคงพอบอกอะไรได้บ้าง

...คูเปอร์ของจียงที่ซึงฮยอนเป็นคนจ่ายเงิน พี่แทบินยอมขายให้เพราะเงื่อนไขของคนซื้อ ...ให้ส่งคืนเจ้าของทันที โดยที่จียงไม่ต้องไปเล่นเปียโนอีก

แต่พี่แทบินไม่รู้จะอ้างเหตุผลข้อไหนเพื่อไม่ให้จียงมา สุดท้ายแล้วคนอารมณ์ร้อนอย่างซึงฮยอนถึงได้จัดการเอง ...วิจารณ์ฝีมือการเล่นเปียโนผิดๆให้จียงตอบโต้ต่อหน้าคนอื่น แต่เมื่อยังไม่ได้ผล เจ้าตัวกลับโมโหจนหลุดปากเรื่องรถ

...ก็คงสมใจ จียงพาลโกรธพี่แทบินจนไม่ไปที่โรงแรมอีกเลย

...

ยองเบถอนหายใจเบาๆเมื่อมีเสียงรถเลี้ยวเข้ามาทางประตูหน้า... กลับมาได้สักทีนะ

“ได้ยินจาก ‘คุณจียอน’ ว่าหมู่นี้นายกลับบ้านดึก” เขาพูดเข้าเรื่องโดยไม่อ้อมค้อม จงใจเน้นเสียงที่ชื่อราวกับจะบอกว่าเขารู้แล้วว่าพี่ชายของซึงฮยอนเป็นใคร

จังหวะก้าวเดินของเจ้าของบ้านหยุดสนิท ร่างสูงก้มหน้าลงแทบจะในทันทีที่สบตากัน “...ขอโทษครับ ผมไม่รู้ว่าพี่จะมา”

“พี่แค่อยากคุยอะไรด้วยหน่อย... ไปที่คอกม้าได้ไหม”

แสงไฟสีอ่อนนำทางให้ทั้งคู่ไปยังลานกว้างหลังคฤหาสน์ ร่างสูงที่ตอนนี้แทบไม่มีใจจะพูดคุย เหม่อมองไปยังรั้วไม้... ผิดกับวันที่เดินมองหาพี่ชายคนใหม่เป็นครั้งแรก

ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น

...ในวันนี้ไม่มีกระทั่งแสงจันทร์

“โรงเลี้ยงม้าที่นี่ดีกว่าที่ชมรมเสียอีกนะ...” ยองเบลอบมองสีหน้าของรุ่นน้อง “...จะว่าอะไรไหม ถ้าพี่จะฝากม้าให้นายดูแลสักตัว”

ร่างสูงพยักหน้าตอบรับแต่ไม่ได้พูดอะไร

...ยองเบหลับตาลงช้าๆ ก่อนจะเริ่มพูดออกมาทีละคำ “ม้าสีขาวที่ชมรม... มันไม่ยอมให้ใครพาออกมาวิ่ง หลังๆมานี้ไม่ยอมให้แปรงขน ...และมันเริ่มไม่กินอาหารแล้ว”

ม้าสีขาว...? ตาคมเงยขึ้นมองรุ่นพี่ราวกับไม่มั่นใจในสิ่งที่ได้ยิน

“มีคนแนะนำว่าให้ลองพาไปอยู่ที่คอกอื่น ...และคนที่พี่คิดว่าไว้ใจได้ ก็มีแต่นาย”

น้ำลายถูกกลืนลงอย่างยากลำบาก... สิ่งล้ำค่าที่ยองเบยึดไว้มาตลอด ...เขากำลังปล่อยไป

“...ช่วยพี่หน่อยซึงฮยอน”

ยองเบหันหลังก้าวกลับไปทั้งๆที่เขายังพูดไม่จบประโยค

...น้ำเสียงสั่นไหวราวกับคนหมดสิ้นเรี่ยวแรง

“ดูแลมัน... แทนพี่ที”






...





ม้าสีหมอกขาวงดงามกำลังวิ่งอย่างอิสระในลานหญ้าที่ทอดยาวไปถึงแนวเชิงเขา...

ที่สุดปลายรั้วกั้นคือซุ้มดอกไม้ขาวนานาพันธุ์บนผืนหญ้าสีเขียวสดที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนกระจายไปทั่ว โต๊ะอาหารและเก้าอี้ถูกคลุมผ้าสีสะอาด เครื่องเงินและจานชามกระเบื้องเคลือบถูกจัดเรียงอย่างสวยงาม กลีบดอกไม้โรยไว้แทนทางเดินราวกับผืนพรม

งานมงคลครั้งใหญ่ของตระกูลปาร์คกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมง

...ชเวซึงฮยอนในทักซิโดขาวยืนนิ่งอยู่ลำพังตรงหน้าแท่นพิธีสำหรับบาทหลวง...

...

...ตาคมเหม่อมองกลีบหนึ่งของกุหลาบที่หล่นลงบนเปียโนสีงาช้าง ราวกับกำลังรอคอยใครอีกคน

...

เพียงไม่นาน สายลมวูบหนึ่งพัดพากลีบดอกนั้นปลิวร่วงลงกับพื้น

... ร่วงลงแทบเท้าของร่างบางในชุดขาว

...

... วินาทีนั้นหัวใจสองดวงเต้นผิดจังหวะ

ทว่าใบหน้ากลมเบือนหนีในทันทีที่สบตา

...

“ซึงฮยอน อยู่นี่เอง จียงจะออกไปช่วยรับแขกให้ แกไปกับพี่เขาก็แล้วกัน” ผู้เป็นพ่อในชุดเจ้าบ่าวสีครีมอ่อนแลดูสง่างามแต่ยังมีรอยยิ้มประหม่าอยู่ในที ดูเขาจะมีความสุขมากที่ลูกชายคนโตมาร่วมงาน

ไม่มีใครตอบรับหรือปฏิเสธใด ...ต่างฝ่ายต่างก้าวเดินไปเงียบๆเท่านั้น จนไปถึงทางเข้าคฤหาสน์ที่ถุกประัดับประดาด้วยดอกไม้และผ้าขาว ทั้งสองยืนเคียงกันข้างประตูใหญ่ เมื่อแขกคู่แรกมาถึง จียงทักทายแทนเจ้าของงานด้วยคำพูดต้อนรับอย่างสุภาพและรอยยิ้มบาง

กลุ่มผมสีบลอนด์ทองสะท้อนแสงแดดอ่อน ...โดยที่ซึงฮยอนได้แต่ยืนมองอยู่อย่างนั้น

...

...ในใจมีเพียงเรื่องราวที่พี่ยองเบทิ้งไว้ให้

‘จียงคงมีใครสักคนอยู่แล้ว แต่พี่ไม่เคยรู้ เพราะเขาไม่เคยมองใคร ไม่ว่าจะมีกี่คนเข้ามา’

...แต่ตอนที่พบกัน คนๆนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่ว่า ซ้ำยังคล้ายกับ... ให้โอกาสเขา

‘ตอนปีหนึ่ง มีคู่แข่งของชมรมจากที่อื่นพยายามเข้าหา แต่พอจียงไม่เล่นด้วย ...พวกนั้นคงรู้สึกเสียหน้า เลยสร้างข่าวลือแย่ๆ จียงเองคงไม่เคยได้ยินเพราะออกจากชมรมไปก่อน’

...คนพวกที่ได้แต่กระซิบในเงามืด?

หรือนั่นคำกล่าวหาที่เขาหลงเชื่อ...

‘…เพราะพวกนั้นเป็นผู้ชาย จียงเคยบอกชัดแล้วว่าเขาไม่คิดจะชอบผู้ชาย ...พี่ถึงไม่กล้าพูดอะไร’

พี่ยองเบพยายามบอกอะไร?

...ถ้าไม่ได้ชอบผู้ชาย แล้วทำไมถึงได้... กับเขา

‘เวลาเปลี่ยน ใจคนก็เปลี่ยนได้ แต่พี่รู้...ว่าสิ่งที่เปลี่ยนจียงไม่ใช่เวลา’

...เพราะรุ่นพี่เขารอมานานแค่ไหน

...

‘...ไม่คิดบ้างหรือว่าเป็นตัวนายเอง?’

...

.


เสียงของแฟ้มรายชื่อที่ถูกปิดลงเรียกให้ซึงฮยอนหลุดจากห้วงความคิด แขกเหรื่อในงานทยอยมาจนเกือบหมดแล้ว ฮงจุนจึงให้คนมาตามทั้งสองเข้าไปในงาน ร่างบางที่ยังไม่ยอมพูดอะไรเดินนำไปก่อน

“...ขอคุยอะไรด้วยหน่อย” ซึงฮยอนเ่อ่ยขึ้น น้ำเสียงไม่แข็งกระด้างเหมือนที่เคย “...ได้ไหม”

จังหวะเดินของจียงชะงักลง ราวกับไม่มั่นใจในสิ่งที่ได้ยิน แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น ขาเรียวเริ่มเดินห่างออกไป หลังซุ้มดอกไม้กลางบันไดเวียนที่เปียโนเคยตั้งอยู่

ไวกว่าความคิด ร่างสูงเอื้อมไปรั้งแขนให้เข้าหา แววตาตระหนกฉายให้เห็นเพียงครู่เดียวก่อนจะก้มลง ข้อมือบางรีบพยายามกระชากออก

...

...อะไร ยังไม่ได้เตรียมใจว่าจะถูกรังเกียจขนาดนี้อีกงั้นหรือ

ไม่ว่าจะฐานะไหน...

ไม่เคยเป็นเพื่อน

ไม่มีโอกาสเป็นคนรัก

“หรือจะเป็นได้แค่พี่น้องกัน...” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นราวกับจะปลอบตัวเอง ...ข้อมือบางที่ถูกยึดไว้คลายออกช้าๆ

...ไม่อยากบังคับใจอีก ไม่อยากแล้ว ...ครั้งสุดท้ายทำไว้ยังไง คงทนไม่ได้ถ้ามันจะเกิดขึ้นอีกครั้ง

หากแต่สิ้นคำนั้น พี่ชายของเขาก็หยุดดิ้นรนเช่นกัน

...ปลายนิ้วแตะลงข้างพวงแก้มและปลายคาง เป็นใบหน้าของคนๆเดิมที่เขาไม่ได้พบมาแสนนาน ไม่ใช่คนเฉยชาที่ถูกเรียกว่าเป็นพี่ชายเขา หากแต่เป็นคนเก่าที่เคยพบท่ามกลางเสียงเปียโน ...ดวงตาที่ริ้นไปด้วยหยดน้ำไม่หลบซ่อนความรู้สึกใด

...และเชื่อว่าตัวเขาเองก็เช่นกัน

ช่างน่าประหลาดนัก ตัวเขาในอดีตนั้นหรือที่เคยเปลี่ยน ‘ควอนจียง’ คนนี้ได้

...

หากว่า... เป็นความจริงแม้สักนิด

...

‘วิปริต’ งั้นหรือ...

‘ไม่รู้จักเจียมตัว’ งั้นหรือ...

แท้จริงแล้วเป็นตัวเขาเองต่างหาก...

...ต้องการคนๆนี้ตั้งแต่แรกเห็น ไม่อยากให้ใครเข้าใกล้ ...ไม่อยากให้ใครรู้จัก

...อยากให้มองแต่เขาเท่านั้น...

แต่เพราะสิ่งที่เห็นดูงดงามจนเกินไป เด็กหนุ่มผู้ไม่ประสาจึงไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเอง กลับหลงเชื่อคำคนอื่นเสียง่ายดาย

กี่เดือนกี่ปีที่เสียไป แผลลึกในใจที่เขาสร้างขึ้นมาเองคนเดียว

...เป็นความจริงใช่ไหม ที่ตัวเขาเองเท่านั้นที่เคยได้มีโอกาสแตะต้อง

...

ย้อนเวลากลับไปได้ไหม...

“...เริ่มกันใหม่ได้หรือเปล่า”

...

.



เสียงเปียโนคีย์แรกดังก้องไปทั่วลานเมื่อบาทหลวงประกาศให้บ่าวสาวเป็นสามีภรรยากัน เพลงแต่งงานจากปลายนิ้วของลูกชายคนโตถูกใช้แทนคำอวยพรได้อย่างน่าชื่นชม

...หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นแล้วในวันนี้

...ทั้งจุดเริ่มต้นของการอยู่ร่วมกัน

และบทสุดท้ายของการแยกจาก...

“พิธีเสร็จสิ้นแล้ว ขอเชิญครอบครัวมาถ่ายภาพร่วมกันด้วยครับ”

ท่ามกลางดอกไม้สดและริบบิ้นขาว

...บ่าวสาวนั่งเคียงคู่กันอยู่ด้านหน้า

ลูกชายทั้งสองยืนห่างกันด้านหลัง

ภาพครอบครัวใบแรกที่แฝงไว้ด้วยความสุข

...และความทุกข์

รอยยิ้ม...

และน้ำตา

...



‘ผมต้องไปตอนนี้แล้ว ขอโทษด้วยที่อยู่ฉลองด้วยไม่ได้’

‘...ไปไม่นานหรอกฮะ เรียนจบแล้วผมจะกลับมา’

‘ขอให้มีความสุขมากๆนะฮะ คุณแม่ ...คุณพ่อ’




ได้ยินชัดแล้วใชไหม ... สุดท้ายแล้วนั่นคือคำตอบ

...ลาออกจากมหาวิทยาลัย ทั้งๆที่อีกแค่ปีเดียวก็จะเรียนจบ

ไปต่างประเทศ ไปอยู่ที่ไกลๆเพื่อจะได้ไม่ต้องเจอกัน

.

ควอนจียงเดินจากไปโดยที่ไม่หันมาร่ำลาเขาสักครั้ง

สิ่งเลวร้ายที่เคยทำไว้...

ไม่ได้รับการอภัยงั้นสินะ

...

แต่ว่า...



.



คฤหาสน์ตระกูลปาร์คไร้สีสันเมื่อไม่มีดอกไม้สดหรือริบบิ้นขาวประดับอีกต่อไป

ชเวซึงฮยอนในวันนี้อยู่เพียงลำพัง ทั้งที่เป็นแบบนั้นมาตลอด แต่ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างดูกว้างกว่าที่เคย

..

เปียโนสีงาช้างกลางห้องโถง ...ร่างสูงมองมันแล้วนั่งลงเบื้องหน้า

สกอร์โน้ตหน้าแรกของแรคมานินอฟถูกพลิกขึ้น...

...

...หากคนๆนั้นยังจำไว้เสมอ

ตัวเขาเอง...

...ก็จะไม่ลืมเช่นกัน


















Fin.














A/N ... จบแล้วนะ ....จริงๆจ๊ะ

คือ คือ.... ถ้าว่างๆ ... คือว่างจริงๆนะ แล้วไม่มีอะไรทำแล้ว สำหรับคนที่รอบแรกไม่ได้คิดอะไรเผื่อไว้เลย ถ้าไปอ่านตั้งแต่ต้นอีกรอบมันจะเหมือนได้อ่านฟิคเรื่องใหม่ป่ะ 5555+ แต่ถ้าคนคอยระแวงนิดๆอยู่แล้วคงเดาได้แหละ กร๊ากก ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากนิ แค่เราไม่ได้บอกแต่แรกเท่านั้นอ่ะ *หลบรองเท้า*

ขอขอบคุณมากกกก ซาบซึ้งอีกแล้วสำหรับคอมเมนต์ของทุกๆๆๆๆๆคนเลยค่า~ บางอันดูเจ็บแค้นเคืองโกรธ (เทมโป) มาก บางอันสงสาร (จียง) มาก บางอันอินมาก บางอันวิเคราะห์หนักมาก ซึ่งเค้่าชอบมากกกกกจริงๆนะ ดูตั้งใจอ่านและคิดตามกันขนาดนั้น บางคนช่างสังเกตุแล้วเห็นแทบทุกอันที่เราใบ้ๆไว้ สนุกกับการอ่านคอมเมนต์มากๆๆๆค่ะ ขอบคุณอีกครั้ง


Horrorpig, Realatian, meuk, rina, luo_yi_fei, deva_04, purewink, pGma(K)i, [ - P e a K - ], kuromizu, satanza, tempg lover, mimmim, jungjiyoo, foolish, Phobia, llTGll, namotazy, GD.No.1, suemo, Professor_pt, choijiin, aommi, wonderful_tj, TeMYonG~, patkoong, mushroom, MyBB, hiyuuchi, GDVIP, MYTH, neo_knotto, sindy, mo-on-ng, Kaonaruk, pee, dozzie, se7enbeam, roshee, kurousa, **JeFFieTeukIe@**, kindiie, wini84, c_jeab, FAR, MiMGB, E-MAD, wasabi_guy, ryuuzaki, killau, TemG_vip.cr9, peachy_zario, tonsom, kaoz_g, temingi, pigaju, spyzakawon, lanse, patkoong, Bbow.tmp, nuiwa, momo, takaralovehero, kalo, Haneun, little_girl, zenith*, kurogo, mommam, ArtemIz, hedploi, sggd, heechullovely, Love_TemG, momotar, nookie, bb_rainny

KubKang, Charlie, Believes-fiction,, KATCHA, ...alflfa..., tanoi, DMP, tonn[aor], mayyong, Little_P2, cynical, Snow_G, crazykme, MiyuAm, natsu, frem1991, Saffron, frongzy, A.J., Mayoiitingweii, iKWAN,, vvMARvv, dearizm, g, iGD, deja-vu, Ma VIP, Khon-Nun, p, lovetemg, feel, zatampza, คิลา, monkieiei, pnzisvip, luck, Plum-G, J-chan, parn, Guide, BBlism, GdVip, MOO!!!!, kaosanson, tempg_kiss, cattiez, aoy, youngidolomfc, lalala_mj, PIYA, FEEL, numtan, : I called u Butterfly :, poii, prim-prim, KAONARUK, SEi~*, PEACE, Live and Let Live, mirupupu, topxp, kimdajin, AOMPU, biiz, TG, ArmPark ir real~, Aminlove, Tippui~ii, 123, GDbless, TemG}, momo, {Fang} ไม้ขีดไฟ


ปล. มันเป็นฟิคครอบครัว เรท PG-15 นะจ๊ะ เขียนไว้แต่แรกแล้วหนา *ผิวปาก*









.





.
.


Epilogue








...เด็กหนุ่มผมบลอนด์สูดอากาศของคฤหาสน์เชิงเขาเข้าเต็มปอด

สองปีกว่าที่ผ่านมา ที่นี่แทบไม่เปลี่ยนไปเลย...

คูเปอร์สีเหลืองถูกจอดถัดจากโรเมโอสีแดง...

ร่างบางเดินอ้อมตัวบ้านไปยังสวนด้านหลัง ผ่านประตูรั้วไม้ที่กั้นลานเลี้ยงม้า

ห่างไปไม่ไกลนั้น รอยยิ้มประดับบนใบหน้าเมื่อเห็นม้าสีขาวที่แสนคิดถึง... กำลังวิ่งเคียงข้างม้าสีดำ

...

จียงไม่ได้บอกใครว่าเขาเรียนจบและกลับมาแล้ว มีหลายอย่างที่เขาได้ฟัง

ไม่อยากให้ใครวุ่นวายต้อนรับ และเขาแค่อยากรู้ว่าสิ่งที่เขาหวังไว้เป็นจริงแค่ไหน เพราะมีหลายอย่างที่เขาได้ยินจากยองเบและพ่อกับแม่ของเขา

...

เสียงเปียโนบทเพลงที่คุ้นเคยแต่ยังไม่สมบูรณ์นักถูกเล่นซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนกำลังฝึกหัด... แต่นั่นก็เป็นบรรทัดท้ายๆแล้ว

“...เล่นไม่ได้เรื่องเลย” เสียงเล็กทักขึ้น

“...” ...ก่อนทุกอย่างจะเงียบลง

“ถอยไปสิ... จะสอนให้”

...

...จนถึงบรรทัดสุดท้าย

ชเวซึงฮยอนไม่ยอมปล่อยมืออีกเลย












Fin for real.





 

Comment

Comment:

Tweet


อร๊างงง พี่ไค ด้วยความเครียดช่วงสอบ กลับมาอ่านฟิคพี่ต่อแย้ว
สารภาพว่าหยุดอ่านไป เจอฟิคบู๊พี่ทีนึงนี่อ่านกันเหนื่อยเลย พักยาว 55555
นี้เครียดกะสอบมากจริงๆนะ อ่านวันเดียวจบเลยเนี่ย ฮืออ จริงๆนะ
เม้นตอนเดียวเลยละกันเน้อ อ่านมาราธอนมาก
ชอบตอนจบง่ะ ฟิคคิบะไคคือจะมีโมเม้นจีท๊อปก็ตอนจบเนี่ยแหละ กร๊ากกกๆๆ
ย้อนความหลังไปจียงปล่อยตัวจังเนอะ งือออ
กินคาลัวร์แล้วไปจูบเค้า ให้เบอร์เค้าดั้ว แอร๊ๆๆๆ
ชอบม้าสีหมอกของจยงอ่ะ ชอบๆๆๆ มันต้องสง่างามมากแน่นแน่โลย
ชอบพี่เบคเรื่องนี้ด้วย ดูมีสาระสุดแระ 55555
บอกตรงๆพอจีดีวายบีสปาร์คกันแล้วมัน....
ฮอล ปฏิเสธยากง่าาา พอสปาร์คแล้วมันก็เป็นเยี่ยงนี้
จะเพื่อนหรือคนรักยองเบของจียงก็อยู่ให้คอยช่วยเหลือทุกๆๆๆเรื่อง
ย้อนไปตอนไหนซักตอนไม่รู้
ชอบฉากที่จียงออมม่ามองลงมาแล้วเห็นซึงฮยอนสภาพย่ำแย่
กลับบ้านมาไม่ได้เมามาย ไม่ได้ติดสาว แต่เป็นเพราะจียง
คิดถึงภาพลูซเซอร์ตอนพี่ท๊อปเดินร้องไห้เลยอะ
ใช่ฝุดๆๆๆๆ เหมือนเป็นผู้แพ้แบบนั้นเลย
แล้วก็ๆๆ ชอบที่เวลาจูบเลขาสาวด้วย จูบคนอืานแต่นึกถึงแต่สัมผัสจียงมันแบบ....
นี่มันทำแบบรั้นได้จริงๆหราาาา 5555
แต่ก็ชอบที่บอกว่ส จูบราวกับอีกคนจะเจ็บ ฮรืออ
จียงตัวเล้กๆ ก็ต้องทะนุถนอมสิ..เนอะ
จียงเล่นเปียโน......อยากฟัง แอร๊ง
มันต้อง รฃา้เหฟกรยสทเดัววืดก ขอหลงแบบซึงฮยอนด้วยคน ตายแน่ๆๆๆๆ

แฮ่ๆ จริงๆอ่านจบมาได้ 2-3 แล้วล่ะ พึ่งกลับมาเม้น คึคึ
คือมันออกจะแรนด้อมไปหน่อย นึกถึงตอนไหนออกก็พิม
ไล่อ่านฟิคพี่จวนใกล้จะจบแล้ว ฮรึก TvT ต่อไปสตอคฟิคที่ดองไว้ก็จบแล้ว
ไม่ดีใจเลย อยากรู้สึกว่ามีอะไรให้อ่านอีก วอแวๆ
ฟิคสนุกทุกเรื่องเลยค่ะ! ให้ตาย


#47 by (1.46.111.26|1.46.111.26) At 2015-05-19 21:43,
อ๊ากก ก คิดอยู่ว่าสองคนนี้ต้องมีซัมติงรอง ไม่งั้นชเวจะเกลียดอะไรขนาดนี้
จียงเด็ดขาดมาก เขาทำเราเจ็บช้ำขนาดนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นความเข้าใจผิดก็เถอะ ซึงฮยอนมันง่าว หนีไปพักใจให้สบายนะ
ทิ้งให้ชเวมันเจ็บปวดกับความผิดที่ได้ทำมั่ง
เห็นใจยองเบสุดละ ทั้งอกหัักแถมยังต้องมาชี้ทางสว่างให้ซึงฮยอนอีก พ่อเทพบุตรสุดตะวัน
#46 by ... (103.7.57.18|171.97.149.242) At 2013-06-05 22:43,
ตามอ่านเทมป์จีของคุณ Kai มาหลายเรื่องแล้วนะ 
และก็ขำๆ ฮาๆ ไปตามเรื่อง
แต่มาเรื่องนี้แหละ ที่ทำเราอินขนาดหนักถึงกับน้ำตาคลอ
... สงสารเบสุดๆ อ่ะ
แถมตอนจบ (แรก) ทำเอาหัวฟัดหัวเหวี่ยง จนมาเห็นตอนจบ (จริงๆ) นั่นล่ะ  5555
ขอบคุณน้าที่เขียนฟิคหนุกๆ ให้อ่าน ^o^
#45 by anotherday (103.7.57.18|171.99.103.211) At 2012-06-08 20:50,
นึกว่าจีจะไม่ยอมแล้วจริงเชียว
สุดท้ายก็แฮปปี้จนได้สินะ
#44 by ถั่วหวาน (173.225.197.91) At 2012-01-16 07:07,
จบแล้ววววววว


ไม่อยากให้จบเลย

สุดท้ายเป็นเพระใครกัน อิเทมป์เลยล่ะ

เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นที่ตัวมันเลย จียงอุตสาห์ให้โอกาสล่ะ แต่ยังไปดูถูกเขาอีก

ทั้งที่จริงแล้วรัก หลง จีงจะตาย

จียงก็รักเทมป์นะ มันรักมากเลยอ่ะ รักจนไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว

รอมาโดยตลอด ไม่เปลี่ยนเบอร์เผื่อ

คนคนนั้นจะโทรมา

และคนที่เจ็บสุดยกให้ยองเบ เลย เจ็บมากค่ะงานนี้ เฝ้ารัก เฝ้ารอคอยมานาน สุดท้ายเป็นได้แค่เพื่อน แล้วยังเป็นเพื่อนที่แสนดีช่วยให้

เขาได้สมหวังกันอีกด้วย ดีจริงๆเลยนะค่ะ

กว่าเรื่องราวทั้งหมดจะผ่านไปได้กว่าจะเข้าใจกันได้ มันเป็นอะไรที่สุดเลยอ่ะ

บรรยายไม่ออก รู้แต่ว่าเพราะคำว่า ทิฐิ

ตัวเดียวเลย เพราะมั่วแต่พยายามปิดกั้นความรู้สึกตัวเอง

ไม่ย่อมทำตามใจตัวเอง

เทมป์อ่ะทำร้ายจียงมาก

จียงน่าสงสารมากกกกที่สุดเลย

กว่าเทมป์มันจะยอมพูด ยอมปรับความเข้าใจ ก็เกือบเสีย

จียงซะแล้ว ถ้าช้ากว่านี้อีกแค่เสีวยนาที

จียงคงไปนอกล่ะ

น่าจะปล่อยให้จียงไปนอก

แล้วปล่อยให้เทมป์มันรออีกสัก สองปี

แล้วให้มันไปตามง้อ เอามันให้หนักๆ ไปเลย

ทำกับจียงได้ขนานนี้

สนุกมากๆๆ จริงๆไม่อยากให้จบเลย อ่านแล้วได้คิดตามดีค่ะชอบมากๆ แต่ละคำพูด ที่ใช้ช่างเป็นคำที่มีความหมายในตัว ขอบคุณมากนะค่ะ สำหรับฟิคดีๆ เรื่องนี้

แต่งเรื่องหน้า เร็วๆ น้า จะรออ่านๆ
#43 by feel (183.88.43.139) At 2010-06-06 19:17,
หุหุ ตอนแรกแอบโกรธคนเขียน
ทำงี้ได้ไง ไม่แฮปปี้เอนดิ้ง อ่านจนน้ำตาร่วง รับไมได้ายยยยยยยยยยยย
แต่พอเลื่อนลงมา เออ ค่อยยังชั่ว ยิ้มออก
ไม่งั้นคงค้างกับฟิคเรื่องนี้ไปอีกนาน
เขียนได้บีบคั้นอารมณ์มากกกกก
พี่อ่านจนไม่ได้ทำงานเลยค่ะคุณน้อง อิอิ

...พี่เพิ่งอ่านฝึกเทมจีได้ไม่นาน ตอนนี้ตามล่าอ่านมากมาย ขอบคุณที่เขียนฟิคเทมจีมาให้พี่ชุ่มชื่นหัวใจ จนบางครั้งก็แอบคิดไป เอิ่ม ชั้นแปลกหรือเปล่า ที่อยากให้สองคนนี้รักกันจริงๆ อิิอิ
จะติดตามผลงานนะคะ
#42 by baozi (203.107.154.6) At 2010-05-24 15:18,
หุหุ ตอนแรกแอบโกรธคนเขียน
ทำงี้ได้ไง ไม่แฮปปี้เอนดิ้ง อ่านจนน้ำตาร่วง รับไมได้ายยยยยยยยยยยย
แต่พอเลื่อนลงมา เออ ค่อยยังชั่ว ยิ้มออก
ไม่งั้นคงค้างกับฟิคเรื่องนี้ไปอีกนาน
เขียนได้บีบคั้นอารมณ์มากกกกก
พี่อ่านจนไม่ได้ทำงานเลยค่ะคุณน้อง อิอิ

...พี่เพิ่งอ่านฝึกเทมจีได้ไม่นาน ตอนนี้ตามล่าอ่านมากมาย ขอบคุณที่เขียนฟิคเทมจีมาให้พี่ชุ่มชื่นหัวใจ จนบางครั้งก็แอบคิดไป เอิ่ม ชั้นแปลกหรือเปล่า ที่อยากให้สองคนนี้รักกันจริงๆ อิิอิ
จะติดตามผลงานนะคะ
#41 by baozi (203.107.154.6) At 2010-05-24 15:16,
เฮ้อออออ
จบแบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อย
#40 by katsuki_pri (202.28.25.165) At 2010-05-23 13:30,
ทำไมเค้าลืมเม้นตอนจบไปได้ว้า~~

มาเม้นๆๆๆๆ

สรุปแล้วมันก็เหมือนกับที่เคยเดาเอาไว้จริงๆว่าสองคนนี้มันต้องมีอะไรกันมาก่อนแน่ๆ ไม่งั้นจีมันคงไม่เป็นถึงขนาดนั้นอะเนอะ

แล้วแบบ...เรื่องนี้ถ้าผิดก็ผิดที่โป้อะแหละ ไปฟังคนอื่นเค้าอย่างเดียว ถามนะรู้จักมั้ย...ต้องให้สอนป่ะว่าการถามคนอื่นต้องทำยังไง??

ถ้าแกถามสักคำมันจะเป็นไรไปหว่ะค่ะโป้ นี่แกฟังคนอื่นแล้วเอามาตัดสินคนๆนึงเองเนี่ยนะ โอ๊ย...ปวดหัว

แล้วดูเด่ะ แกได้อะไรกลับมาบ้าง? แทนที่จะได้แฟน เลยได้พี่ชายแทนเห็นมั้ย....

ถ้าแกถามให้สิ้นเรื่อง แกก็มีเหตุผลพอที่จะไม่ให้สองคนนั้นแต่งงานกัน แล้วแกก็จะได้อยู่กับจีนานๆงัย แต่แบบนี้ก็ดีไปอย่าง พ่อแม่มีความสุขแถมแกก็ได้อยู่กับจีไปนานเท่านานเหมือนกัน

เพียงแต่สถานะคือพี่ชาย น้องชายเท่านั้นเอ๊งงง

แต่แบบว่า...น้องชายตัวใหญ่กว่าพี่ชายอีกอะ ถ้าทะเลาะกันมีหวังพี่ชายจบเห่

แต่เอ๊ะ...เดี๋ยวนะ...ไอ้พี่น้องคู่นี้มัน...กันแล้วนี่ เฮ้ยยยยยยยยย

อ๊ะ..แต่เดี๋ยวก่อน(...อะไรนักหนา)...นั่นมันก่อนหน้าที่พ่อแม่เค้าจะแต่งกันนี่หว่า....ฟิคครอบครัวจริงๆ

เค้าก็บ่นไปเรื่อยแหละค่ะ ขอโทษด้วยนะค่ะ เม้นก็ช้าทีนึงแล้ว ยังมาพล่ามไร้สาระอีกเนอะ เค้าขอเม้นในนี้ทีเดียวแล้วกันนะค่ะ

ปล..แอบเห็นว่ามีชื่อตัวเองอีกแล้ว เอิ้กๆๆๆ ก็แหม...ชอบอ่านฟิคของพี่อะ แหะๆๆ
#39 by Little_P2 At 2010-05-07 16:56,
อรั๊งงงงงงงงง~
จบแล้วจริงดิ จริงดิ ! ????
ฮือออ T^T
จบเร็วไปไหมเนี้ยะ
ลุ้นมากเลยนะเนี้ยะ
กว่าจะจบได้ 55
ว่าแล้วเชียววามันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลัง
อะไรกันแน่นอนสองคนนี้
แล้วก็มีจริงๆ..
ต้องบอกว่าเหตุเพราะ 'เปียโน' เลยนะเนี้ยะ
ท็อปก็ไม่ได้ใจร้ายนะ
แต่แค่หึงกับเข้าใจผิดไปนิดเดียวเอง >_<
จียงอาา~ น่ารักจริงๆเหอะ
แอบชอบเค้าแต่แรกเห็นเลยหรอเนี้ยะ *จิ้มแก้ม*
ยงเบเป็นคนที่น่าสงสารที่สุดอ่ะ
แล้วไม่มีสเปเชี่ยวยองเบแชรินมั่งหรอ ><
ยองเบเป็นเพื่อนที่สุดยอดมากอ่ะ
แมนมากค่ะะะ ~ ชอบจริงๆ
แม้แดซึงจะไม่ค่อยมีบท แต่เป็นเพื่อนที่ดีจริงๆนะ

อ่านแลัวไม่อยากจะเชื่อ
นี้มันจบแล้วจริงหรอเนี้ยะ T-T

จะติดตามผลงานของพี่ไคต่อไปค่าาา~

#38 by frongzy At 2010-05-05 22:33,
แอร๊ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
(จะร้องทำไม๊)

ตอนแรกนึกว่าจบแบบนั้น
จะ รีบวิ่งไปฟ้องแม่เลยจิงๆด้วย 5555

เอาล่ะ..~
ตอนแรกนึกเป็นห่วงมาก นึกว่าจียงจะทำงั้นกับพี่เบ้ไปตลอดชีวิตซะแล้ว
ถ้าเป็นงั้นพี่เบ้ ได้เหี่ยวเฉาตายแน่ๆ
*พยายามรดน้ำ*
พี่เบ้..มามะ มาซบอกหนูมา
อย่านอนร้องไห้คนเดียวเลย(ไปรู้ได้ไง?)
นับว่าดีแล้วจริงๆที่ ยังกลับมาสามารถเป็นเพื่อนกันได้ แต่ก็คงไม่สนิทใจเหมือนเดิมได้หรอก
แต่ก็ดีแล้วนะ พี่เบ้!! ที่จียงแคร์พี่เบ้ขนาดนี้ พี่เบ้เองก็คงจะรู้สินะ
คือพี่เบ้นี่ขอให้จียงวาดรูปม้าเขาคู่กับม้าจียงหรอ..
อ่อ จียงเลยตอบออกมาแบบนั้น

ฮือออออออออออ
อยาก ถูก จี ยง กอด แบบ นั้น บ้าง จัง !! (ไร้สาระ)

โอ๊ย หักมุมจิงๆ
นึกไม่ถึงว่าอิอ้วนนั่น (555) จะนอนตายอยู่ที่พื้นด้วยอารมณ์แบบนั้นได้
เชอะ สมน้ำหน้า ทำเขาไว้เยอะ 555
ถ้าเป็นตัวเองไปเห็น คงจะต้องถามว่า

"ท้องเสียหรอลูก"

55555555555555555555
บ้าอ่ะ (ด่าตัวเอง)

อร๊ายยยยยยยย
พ่อ ไม่ ได้ สั่ง !!!
แต่ใจมันสั่งสินะ อิอ้วน *เหล่*
แล้วปากเป็นอะไร ทำไมพูดดีๆไม่ได้ เด๋วปั๊ด !!

ที่จียงเคยพูดว่าไม่ชอบผู้ชายนี่ เพราะเทมป์ใช่มั๊ย
เพราะไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าตัวเอง 'วิปริต' เฮ้ออออออออ

แต่ก็ไม่แปลกหรอกที่จะเชื่อคำพูดของพวกนั้น
ก็จริงอย่างที่เทมป์มันว่า ว่าง่ายกับมัน ก็นึก่าจะง่ายกะคนอื่นสินะ สินะ สินะ (เอคโค่)

เฮ้อออออออออออ
นึกถึงตอนจียงที่มองเทมป์ จูบกับกาฮี แล้วแซดดดด
จียงนี่ถ้าเป็นไปได้ คงอยากลงไปนอนดิ้นเลยมั้งน่ะ (555)
เข้าใจความรู้เลย เหมือนมาหยามกันเลย จียงต้องคิดว่า มันตั้งใจแน่ๆ กรี๊ดดดดด *ทึ้งหัว*

สมควรแล้ว !!!~
ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกก
ไม่ใช่สิ สมใจคนอ่านคนนี้แล้วต่างหาก 5555

มันจะง่ายไปหน่อยถ้าจียงตอบตกลงตั้งแต่ตอนนั้น งั้นที่เจ็บปวดมาทั้งหมด ใครกันจะเป็นคนรับผิดชอบ
ทั้งๆที่ตัวเองผิดเองแท้ๆ ที่ไปเชื่อคำพูดของคนอื่น
การที่จะรักกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ไว้ใจ แล้วทำไมทำเยี่ยงเน้ ...

2 ปีที่รอคอยอยู่ รู้สึกเป็นไงมั่งล่ะ *หัวเราะ*

เชอะ แต่ก็ดีใจด้วยนะ ที่ แฮปปี้เอนดิ้ง *ฮิ้ววววว*

เรื่องนี้มันรักแรกพบหรอ
จียงเจอท็อปปุ๊ป ก็หลงรักปั๊ป ออกตัวเเรงซะด้วย 555
ท็อปนี่เจอจียงก็หลงปุ๊ป เหมือนกันแต่มั่นคงไม่พอสินะ angry smile

โฮ่ววววววววววววววววววว
จบแล้ว จบแล้ว จบแล้ว !!!!

อุ๊ย ตัวหนา
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
แอมนี่ เป็นพวก อินมาก สงสารพี่เบ้ และ เคียดแค้นอิเทมป์สินะ
ที่จริงมันก็แค่ฟิคอ่ะนะ..
แต่คือ เม้นแบบนี้ แล้วคนเขียนจะรู้สึกดีกว่าใช่มั๊ยล่า (เอาใจ 55)
มันก็ดีกว่านั่งด่ามันคนเดียวหน้าคอม เด๋วพ่อแม่ตกใจ 55555
แล้วอิเทมป์มันก็น่า... จิงๆอ่ะ (ท่องไว้มันเป็นแค่ฟิค555)
ออกผลงานดีๆ มาอีกเยอะๆนะค๊า
*ดึงมาจุ๊บ* *ดึงมากอด*
#37 by MiyuAm (58.9.110.106) At 2010-05-05 20:29,
อ๊าาาา


จบแบบแฮปปี้ ((หรือเปล่า))




ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆ ค่ะ
#36 by J-chan At 2010-05-05 15:24,
นั่งอ่านอยู่โรงอาหาร..
คนโต๊ะข้างๆหันมามอง..

"อิห่านี่มันร้องไห้ทำไม"

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
------

เม้นช้า.. ช้าไปสามปีแสง
แต่ยังมาเม้นนะเออ..

ตอนแรกอ่านแล้วแบ่บ.. ห่ะ? อะไรนะ? ห่ะ? งง..

อ่านไปเรื่อยๆแล้วถึงเข้าใจ อ๊ออออ อ*
อิชเวมันโง่นี่เอง
กร๊ากกกกกกกกก

อ่านแล้วอยากง้างปากควอน.. ให้ตายเหอะ หนีจังนะ
หนีไปแล้วได้อะไรขึ้นมามั้ยเนี่ย หนีไปก็มีแต่เรื่องแย่กว่าเดิม ชิส์ ..
ตอนแรกคิดเหมือนกันว่ามันมีไรกันมาก่อนป่ะวะ ช่วงแรกๆอ่ะ
แต่ค.คิดนี้มันเริ่มจางหายไปช่วงกลางๆเรื่อง คือแทบลืมไปเลยด้วยซ้ำ เพราะมัวแต่ลุ้นอย่างอื่นอยู่ 55 5

ตอนแรกตกใจไส้แทบปลิ้นตอนบอกว่าจบแล้ว
แอร๊ยยยย ย*
เลื่อนลงมาถึงได้เห้นEpilogue
อีกตอนที่อ่านแล้วจะร้องคือตอนพี่เบ้มาหาที่บ้าน เอ่อ.. ช็อคคค
มึนตึงเลยทีเดียว เป้นใครก็คงตั้งตัวไม่ทันทั้งนั้น มาไม่มาเปล่า.. ประเดนคือมาฝากม้าสีขาว
เพื่อให้ม้าสีขาววิ่งคุ่กับม้าสีดำในตอนจบ

แอร๊.. รักพี่เบ้จังเรื่องนี้
55 5



ไม่ใช่กดดันนะคะพี่..
แต่จะรอเรื่องต่อไปค่ะ
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก
#35 by Mayoiitingweii At 2010-05-05 14:58,
แวะมาป้าดดก่อนนะsad smile confused smile
#34 by Khon-NuN At 2010-05-05 11:28,
ทำไมมันพลิกล็อกได้ถึงขนาดนี้

ว๊ากกกกกกกกกกกก...
ติดตามนาน ตั้งแต่ปีก่อน
(รึป่าว?)

อยากให้ไรเตอร์แต่งอีก
เอาหลายๆแนว
เรื่องหน้าเอาเป็นแบบคอมเมดี้ได้มั้ยคะ
555555555
ชอบไรเตอร์มากๆเลย
เทมจี อิส เรียล
#33 by (119.31.121.75) At 2010-05-05 02:29,
ฮึ็ย นึกว่าจียงจะไม่กลับมาแล้วอ่ะ
เรานึกว่าจะจบตั้งแต่งานแต่งงานพ่อกับแม่แล้ว แต่ไหงอีจีมันยังจะไปเมืองนอกอีก แอบเคืองที่เรื่งไม่ได้จบแแบสมหวัง
แต่พอมาเจอข้างล่าง ก้อยิ้มเลย
มันต้องกลับมาแน่ๆ แถมยังมาสอนเปียนโนให้กันอีก ชอบอ่ะ
ภาษาสวยมากเลย อ่านตอนแรกก้อไม่เข้าใจหรอก แต่อ่านไปเรื่อยเริ่มเก็ต
หวังว่าจะได้อ่านเรื่องต่อๆ ไปนะ
#32 by kimdajin (218.75.16.102) At 2010-05-05 01:20,
อ๊า

จบแล้วววว....

เกือบจะไม่"อิ่ม" ถ้าไม่มีพาร์ต หลัง อิอิ
อารมณ์ของเทมป์ยังค้างอยู่แบบอึ้งๆว่าจียงจะไปเรียนต่อ (อารมณ์ของเทมป์หรือของข้าพเจ้าเองหว่า ก๊ากก)

แต่สนุกมากเลยค่ะ ภาษาดี แล้วก็อารมณ์ตัวละครดี

แต่อยากด่าเทมป์ว่ามันจะเชื่อคนง่ายไปไหน

ทีหลังหัดถามหัดเอ่ยกันบ้างอะไรบ้าง
ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้า ก็จากไป

อย่างนี้มันเหมือน ฟ.ล.ท (ไปแปลความดู ฮ่าๆๆ) ไม่ควรนะคะโป้

แล้วเป็นไงล่ะ ดีนะจียงให้อภัย เป็นเราเรากระโดดถีบพุงแล้วจริงๆด้วย อ้วนเอ้ยย

พี่เบ้ก็เป็นคนดีมาก ดีมากกกกกกกกกกกกกก จริงๆ แต่ก็เข้าใจเค้านะ เราว่านิสัยตัวละคร มันลงตัวกับการกระทำอะ คือเฮียเบ้แกดีมาตลอดจะให้มาหวงตอนหลังก็ใช่ที่ สรุปได้ว่าเฮียแกคนดีที่หนึ่งอิอิ

ควอนจีจี้ยังคงบทบาทนิ่งและสุขุมเหมือนเดิม

ตอนแรกรู้สึกเจ็บปวดกับเนื้อเรื่องและการกระทำของจีนะคะ
แต่พอมาเจอก่อนจบตรงที่ว่า

"ถอยไปสิ จะสอนให้"

เชื่อได้ว่าพี่เทมป์แกไม่ปล่อยไปแน่
อิอิ

ขอบคุณนะคะไรท์เตอร์ ฟิกสนุกและก็ทำปมไว้แบบไม่รู้ตัวพอเฉลยๆตอนหลังแล้วถึงร้องอ้อ กับทุกๆสิ่งที่แม้เล็กๆก็ยังเป็นรายละเอียดที่น่าสนใจ

สุดท้ายนี้ ขอบคุณมากเลยค่าconfused smile
#31 by Lady_S (119.240.191.166) At 2010-05-05 01:13,

......


สงสารยองเบ


แต่คนที่น่าสงสารที่สุดก็คงเป็นจียง


แต่ก็นะ ... คนที่สูงค่า ย่อมสมควรที่จะได้รับสิ่งสูงค่าด้วยเช่นกัน


........



ps. ถึงจะเดาไว้ล่วงหน้าแล้ว .. แต่ก็คงต้องกลับไปอ่านซ้ำใหม่ทั้งหมดตั้งแต่แรกนั่นแหละ

เพราะจริง ๆ เราก็อ่านซ้ำใหม่หมด ทุกครั้งอยู่แล้ว ^^ ก็ชอบอ่ะ ... เหอ เหอ

#30 by natsu (58.10.9.156) At 2010-05-05 00:13,
กรี้ดดดดดดดดดดด
ตามมาจากในบอร์ดค่ะ เข้าบอร์ดไม่ได้เลยมาเม้นในนี้แทนน

แบบว่าตอนนี้ไขปริศนาทุกอย่างเลยยย
แสดงว่าทั้งสองนั้นรักกันมาก่อน แต่พี่เทมป์นั้นดันไปเชื่อข่าวลือมากกว่า น้องหย่งหย้งก็ดันไปเห็นจูบลาซะอีก embarrassed แต่สุดท้ายทั้งสองก็ได้มาเล่นเปียโนด้วยกันนนน กรี้ดดดด
เอาอีกกกกกกกกก

ฮ่าๆๆ

แต่งภาคสองเถอะค่ะๆ อยากเห็นเค้ารักกันอ่ะ ฮี่ๆๆ
#29 by killau (118.18.50.188) At 2010-05-04 12:19,
กรี้ดดดดดดดดดดด
ตามมาจากในบอร์ดค่ะ เข้าบอร์ดไม่ได้เลยมาเม้นในนี้แทนน

แบบว่าตอนนี้ไขปริศนาทุกอย่างเลยยย
แสดงว่าทั้งสองนั้นรักกันมาก่อน แต่พี่เทมป์นั้นดันไปเชื่อข่าวลือมากกว่า น้องหย่งหย้งก็ดันไปเห็นจูบลาซะอีก embarrassed แต่สุดท้ายทั้งสองก็ได้มาเล่นเปียโนด้วยกันนนน กรี้ดดดด
เอาอีกกกกกกกกก

ฮ่าๆๆ

แต่งภาคสองเถอะค่ะๆ อยากเห็นเค้ารักกันอ่ะ ฮี่ๆๆ
#28 by killau (118.18.50.188) At 2010-05-04 12:18,
ทิชชู่ๆๆๆๆ เอามาๆๆๆๆ (ซับน้ำตา)


ม๊ายยยยยยยยย ทั้งเรื่อง อิโป้ผิด เพราะมันโง่

ปวดร้าวกันทั้งหมด ทั้งหมดจริงๆอ่ะ

แต่นะ สุดท้านก็กลับมาอยู่ด้วยกัน แต่ว่า ต่อไปนี้ เทมป์นายควรจะรักษาผีเสื้อให้ดีล่ะ รู้ไหม TT^TT

ขอสเปเชียลแบบว่า หวานหน่อยนะ เอามาด้ามใจ

ได้ไหม ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะ TT^TT
#27 by Guide (118.174.68.92) At 2010-05-04 12:04,
จบ

จริงๆแล้วTOT โอ๊ยแต่งได้ดีมากเลยค่ะ

ตามอยู่ทุกตอน ตอนแรกงงกับภาษา พออ่านดีๆแล้วแบบว่า เข้าใจอย่างลึกซึ้งเลยอ่ะ

นึกว่าจะจบ ตรงจีจากไป ขอบคุณนะค่ะ

ขอบคุณจริงๆที่ต่อให้ แต่เหมือนยังไม่พอ ขอสเปเชียล ต่ออีกได้ป่ะ อิอิ*โลภจริงคนเรา

ใช้ภาษาแต่งได้ดีมากเลยค่ะ ชอบอ่ะ
จบแบบเคลียร์ทุกสิ่งอย่าง

จะเป็นไรไม๊ ถ้าจะบอกว่ารอเรื่องต่อไป
อิอิ

#26 by numtan (111.84.92.183) At 2010-05-04 01:05,
พี่ไค!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!~

รักพี่ไคมาก รักฟิคพี่ไคดว่อร์ๆๆๆๆๆ

สองคนนี้มัน อ่า ครอบครัว
ให้ตายสิ มันจบได้ซึ้งมากอะ
แบบว่าสำลักความสุขตาย 555

ตอนอ่านพาร์ทที่แล้วจบหัวใจแทบสลาย
จียงน่าสงสารขั้นสุด แบบทุกข์มาก

กว่าพาร์ทนี้จะมาต่อ คิดไปล้านแปด
55555555555555555555555

แอบไม่เข้าใจที่จีหนีไปนอกอะ
ทำไมต้องหนี?

แต่ทั้งหลายทั้งปวง อิเทมป์เริ่มโง่เอง
แล้วก็มาแก้เอง 555
จะว่าไงดี มันเหมือนว่าจริงๆแล้วสองคนนี้น่าจะลงเอยตั้งกะแรก
แต่เพราะเสียงนกเสียงกา?!
อิเทมป์เลยเขว อ่า น่าเศร้า

พ่อพระของเรื่อง พี่เบ้คะ
ทำไมไม่ไปลงเอยกับพี่เบ้ไปเลยนะตอนแรก
ออกจะแสนดีเพอร์เฟคขนาดน้านนนนน
แต่ตอนที่เบ้โผล่มาหาเชวท๊อป
แต่ละคำพูด แบบว่าอ่านแล้วเสียดแทงY_Y

ชอตที่จีเอาของขวัญมาให้
มันเศร้ามาก เศร้าแบบทำอะไรไม่ได้
เป็นจีคงไม่รู้จะทำไงเหมือนกันอะ
แบบ เค้าดีเกินไป ใช่เลย

ชอบแรคมานินอฟ
ชอบม้า
ชอบคูปเปอร์สีเหลือง
รายละเอียดทุกอย่างในเรื่องนี้มันน่าหลงมาก

กรี๊ดX3ล้านที ให้พี่ไค>w<

ไม่มีตอนต่อแล้วหรออTT^TT
เค้าอยากอ่านต่ออีกอะ

ไหนๆก็กลับมาแล้วไงๆๆๆ

ภาพครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ
โฮ้ยๆๆๆ เห็นภาพอีจียิ้มทั้งน้ำคา
แล้วก้มีโป้ยิ้มอย่างเป็นสุข
ดอกไม้โปรยปราย
เหมือนว่าเป็นงานแต่งของมันเอง
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

รักพี่ไค กรี๊ดๆๆๆๆๆๆ เอาอีกๆๆๆๆ
#25 by PEACE At 2010-05-03 20:59,
อ๊ากกกกกกกกกกก

แวะมาสครีมในนี้ แต่จะไปทิ้งเม้นท์ที่จียงทาบิ

จุ๊บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ รักพี่ไค รอมานาน~
#24 by walnut;GD. At 2010-05-03 12:34,
TT_TT

ทำไม ฟิคพี่ไค ทำให้เค้าเสียน้ำตาได้ทุกๆครั้ง จริงๆนะ

ทำไมมมมมมมมมมมมมมมมมมม ฮือออออออออออออออออออออออ

แต่ว่ามันเป็นน้ำตาที่แบบ เรารู้สึกว่าช่วยไหลออกมาเยอะๆเรยได้มะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

ชอบ

ชอบมากๆ

ตอนนี้มัน คอมพลีท!!
ทุกอย่างมันถูกแกะ และเปิดออกมา ทุกอย่างที่สงสัย มีหลายอย่างมากๆเลยค่ะ ที่ไม่ทันฉุกคิด และมีหลายอย่างที่มัน -เรียล- เรียลคือ มันเป็นเรื่องจริงในอะ เคยเป็นอะ แล้วยังงัย อินอะคะ อินเลย

ยองเบดีกับเขาทุกอย่าง

ถ้าเขาต้องการใครสักคน ทำไมถึงไม่เป็นยองเบ?


เราเคยมีคำถามนี้กะตัวเหมือนจียง และคำตอบของก็ออกมาเหมือนจียง แสดงว่าหลายๆคนก็คงเป็นเหมือนกันสินะ คนที่ดี แต่มันไม่ใช่ไงล่ะ ถ้าอีกคนเข้าใจเราแบบยองเบก็ดีสิ (เริ่มเข้าเรื่องตัวเองได้ไงนิ ผ่านๆๆๆ)

ตอนที่จียงบอกว่า ป๋าไม่ต้องสั่งลูกมายุ่งกะผม เฮ้ยคือ ตอนนั้นคิดนะคะ ว่ามันมาเองแน่ๆ อิทาบิเนี่ย แต่มาอ่านตอนป๋าเทดตอบเนี่ย ได้ยินจากปากป๋ามันอินจิงๆ อินมากๆ *น้ำตาไหล*

เบอร์โทรอีกๆๆๆๆๆ ไม่เคยเปลี่ยนเพราะหวังว่าจะโทรมา กรี๊ดดดดดดดดดดดดด อินอีกแล้วคะ เพราะมันเรียลลลล อีกแล้ว แสดงว่าจียงรอจนหยดสุดท้ายเรยนะคะเนี่ย โอ้ จียงผู้น่าสงสาร

หลายสิ่งที่เป็นการใช้สัญลักษณ์ก็สุดยอดค่ะ *คารวะพี่ไคจริงๆ* ชอบตรงภาพม้า ในใจไม่ได้คิดไว้เลยว่าจะมีตัวเดียว (จียงฉลาดตอบนะเนี่ย ถ้ายองเบไม่ฉลาดมันจาเข้าใจกันปะเนี่ย) มันเป็นการใช้สัญลักษณ์ที่เนียนและเจ๋งอะคะ ชอบ เรื่อง ผีเสื้อกะดอกไม้ก็ด้วย เพิ่งจะมาเข้าใจก็ตอนจบนี่แหละ ที่บอกว่าดอกไม้ตายไปแล้ว เห้อ ดอกไม้มันโง่ไปนิด ดีที่ตอนหลังฟื้นขึ้นมาได้อะนะ เพราะผีเสื้อกลายเป็นปุ๋ยรึเปล่า พอไม่มีแล้ว ถึงรู้สึกว่าอยู่ไม่ได้ .....

ชอบอะไรอีกนะ เยอะแยะไปหมดเลย บรรยายไม่ทั่วถึง

แต่ระหว่างที่อ่านมันแบบ จุกอะคะ(ไม่ใช่อิ่มมานะ555+) มันจุกที่คอ จุกที่ใจ แปลปๆ ตลอดเรยอะ ยิ่งตอนที่เค้าจะเจอหน้ากัน ก็ไปใจเต้นผิดจังหวะไปกะเค้า ประหนึ่งเป็นชะเวซึงฮยอน 5555+

เอาเป็นว่ามีความสุขมากๆเลยค่ะ จิงๆนะ *จับมือๆเขย่าๆ* ทีแรกแอบนิดนึงว่าจบไม่แฮป แต่ก็แอบสะใจในความเรียล เราต้องเด็ดขาด! อย่าไปใจอ่อน! 5555+ (แอบซาดิสม์) แต่มีต่อด้วย โห มีความสุขมากๆเลยอะคะ แล้วก็เลยรับรู้ได้ว่า จบแบบแฮปปี้มันทำให้คนมีความสุขจริงๆ 555+ เพราะถ้าจบแบบแรก มันต้องอารมณ์แบบว่า หนังจบอารมณ์ไม่จบอะคะ คงต้องหาคนระบาย555555+

ขอคุณมากๆนะค้าาาา เราจะติดตามกันต่อๆๆไป ขอบคุณพี่ไคค้าาา ^0^

อ้อๆๆๆ เกือบลืมๆคะ ชอบตรงนี้ด้วย
"ไม่ได้ชอบผู้ชาย" กะ "ไม่ได้ชอบนาย" มันแบบ คือคนฟังต้องคิดนะ แล้วเอามาวิเคราะห์นะ โชคดีที่เบ้ฉลาด ไม่งั้นไม่เก็ทนะคะ 5555+
#23 by topxp At 2010-05-03 03:20,
'ไมได้เรื่องเลย!!


เชวซึงฮยอน !! นายน่ะมันไก่อ่อนหูเบา... ไม่ได้เรื่องเลย!

เอ้า จียง จัดไปเสียให้หนักๆนะลูก!!'

อืม ความคิดเราตอนอ่านไปถึงกลางๆเรื่องก็ประมาณนี้ล่ะค่ะ

ในเมื่อเชวหูเบานัก ก็อย่าฟังมันเล๊ยแรคมานินอฟ..
ส่วนพี่เบ้ ชาบู ชาบูผู้ชายคนนี้เป็นยิ่งนัก นี่ล่ะฮีโร่ตัวจริงของเรื่อง ถ้าขาดผู้ชายคนนี้ไป เชวคงไม่มีทางได้สำเร็จเสร็จสมปราถนาอย่างนี้ร้อก

เฮ้อ..คนอะไร หูเบ๊าเบา แต่ปากหนักดั่งถ่วงไว้ด้วยหินพันชั่ง..
(เอ๊ะ แล้วเราจะใส่อารมณ์ทำไม?)

ไม่รู้ล่ะ ในเมื่อตอนจบแล้วขออีกหน่อยละกันนะคะ คนเขียน ฮ่าๆๆ ดีใจจริงๆอ่ะ ที่ได้อ่านตอนจบ ยาวสะใจดีมาก

แล้วไอตอนหลอกให้เราคิดว่าจบแล้วนั่นน่ะ...

เนียนเชียวนะคะ.. - -

ถึงกับทำให้เราสะใจ เอ๊ย! เสียวใจไปเลยทีเดียว นึกว่าจีจะหลุดลอยหายไปกับอากาศซะละ

ก็ยังดีนะที่กลับมา (สรุปเราเป็นเอฟซีท๊อปจีจริงหรือ?? ฮ่าๆ)

เอาเป็นว่าขอบคุณจริงๆสำหรับฟิกเรื่องนี้นะคะ ขอบคุณตัวประกอบหลายๆตัวที่ทำให้เราหลงรัก (กรี้ด พี่แทบิ๊น นน)

แม้จะสงสารกาฮีกับรุ่นน้องอีกคนที่มาชอบพี่เบ้ แต่ในเมื่อควอนจียงเราสวยเจิดเลิศเด้งขนาดนี้...มันก็ช่วยไม่ได้นะคะ กร๊ากกก

โอ๊ะ แล้วเหลือใครอีก?
อ้อ คุณแม่กับคุณพ่อของทั้งสอง รักกันครองคู่ดีๆเหมือนเช่นลูกชายนะเคอะ

ชอบเรื่องนี้ที่มีสัญลักษณ์เยอะดี ทั้งผีเสื้อ ดอกไม้ ม้า รถ เพลง โอ๊ย สารพัด ชอบที่ม้นทำให้เรื่องนี้ดูมีมิติ มีอะไรลึกซึ้งดี
ภาษาก็ชอบ..

อ๊า ไม่รู้จะเมนต์ไรอีกดีแล้ว
เอาเป็นว่า จะเป็นกำลังใจให้คนแต่งต่อเรื่อยๆนะค้า

ไปล่ะ ฟิ้ว ว ว

(โทษทีนะคะ ที่เราเม้นต์ได้ไร้สติมาก เฮ้อ)
#22 by zatampza (61.90.93.140) At 2010-05-03 02:51,
เย้ เย้ กลับมาแล้ว จะได้อ่านแล้ว แต่ยังไม่อยากให้จบเลยอ่ะ
..............

นี่ถ้าไม่มีต่ออีกหน่อยตอนจบ จะเคืองมากเลย
สนุกอ่ะ ยิ่งอ่านยิ่งสนุกค่ะ ตอนแรกคิดว่า
จะมากล่าวถึงความหลังได้กระจางและเข้าใจได้เหรอ
เพราะอีกตอนก็จบแล้ว จะเข้าใจเหรอ
55555+ ต้องขอโทษด้วยที่คิดผิดไป อ่านจบแล้ว
เข้าใจแจ่มแจ้งทุกอย่างอ่ะ เทมนี่มันโง่จริง ๆ
เป็นเพราะจีง่ายกะเทมด้วยหรือเปล่า เลยทำให้
เทมคิดไปแบบนั้น แต่ที่ง่าย ก็เพราะว่าชอบนี่นา
ไม่ผิดหรอกนะที่จีจะทำอย่างนั้น 5555555+
ส่วนแทก็ทำใจได้ดีมั่กมาก สมเป็นลูกผู้ชาย
แต่น่าจะหาคู่ให้เค้าสักหน่อย แบบว่า ไม่ใช่แค่มีคนแอบชอบ 555+
แต่ชอบนะ ที่แทไปพูดกะเทมเรื่องจี ที่ฝากดูแลม้านะ แทพูดได้ดีอ่ะ
(อีกนัยนึ่ง ไรเตอร์เขียนได้ดีเยี่ยม)
แล้วตอนที่จีให้คำตอบแทอ่ะ ที่วาดรูปม้าตัวเดียวอ่ะ
นี่ก็สุดยอดอ่ะ ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แต่งฟิคได้สนุกมากค่ะ
จะติดตามเรื่องต่อไปนะคะ
.....
ปล. ไรเตอร์พิมพ์ผิดไปนิด (แต่น่ากลัว)
ช่วงที่แทยังจะเอาม้าไปวิ่งกระโดด
ข้ามรั่ว ก่อนที่จีจะเอาภาพมาให้
........
ไหนบอกว่า PG 15 งัย แต่นี่มัน
NC แล้วนะ กร๊ากกกกก
แซว ขำ ๆ นะ
#21 by GdVip (118.173.218.5) At 2010-05-03 02:39,
ไม่รู้จะบอกว่ารู้สึกยังไงดีตอนที่เห็นว่าอัพแล้วว ฮ่าา
แต่ตอนแรกนี่กรี๊ดเลย จนเพื่อนที่นั่งข้างๆตกใจ นึกว่าบอลยิงเข้า กร๊ากกกกกกกก
แบบว่า เมื่อวานอ่ะ นึกว่าจะมาเมื่อวาน TT

ช่างมันเต๊อะ หึหึ ไหนก็ได้อ่านตอนต้นๆเดือน ฮ่าา
แต่ว่า

ตอนแรกที่อ่านเจอคำว่า fin
แบบ โหยย ไรแว๊ อะไรแบบนี้ แต่ก็คิดอยู่ว่ามันต้องมีแถมดิ ตามธรรมเนียมแล้ว หุหุ
แต่ก็นะ จบตามสไตล์เลยอ่ะ แบบว่า จบแล้วก็กรี๊ดได้อีกรอบ ฮ่าาาาา
อ่านตอนนี้เพื่อนถึงกับงงว่า เป็นไรมากป่ะเนี่ยยย
ก็แหม น้ำตามันจะไหลง้าา TT
กับทงยองเบด้วย เพราะกับทอปกับจีนี่มันเป็นอาการปวดหัว บ่ใช่จะร้องไห้
โดยเฉพาะตอนที่จียงมันเดินเข้ามากอดแล้วแบบว่ายองเบมันรู้ และเข้าใจ และทำใจได้
อ๊ากกกก พระเอกชัดๆเลยงานนี้
แถมยังเป็นคนไปอธิบายให้ทอปฟังอีก
ทั้งๆที่รู้แล้วว่าสองคนนี้แอบปิดบังเรื่องพ่อแม่แต่งงาน


แต่ที่เด็ดที่สุดเลยคือ เออ สองคนนี้ have s'th จิงๆด้วยอ่ะ ฮ่าาา
แต่แบบว่าเค้าชอบตอนที่พี่ไคบรรยายในอารมณ์ความรู้สึกของกาฮีมากกว่านะ
โดยเฉพาะตอนจูบอ่ะ แบบว่า โหยยย คือแบบ ทอปมันตั้งใจจูบมากๆเลยอ่ะ *อ๊ายยย*

สองคนนี้มันแอคแทคกันโหดมากๆเลยเนอะ แค่แบบเหมือนมองตาก็พอแล้วอะไรงี้ กิ๊กิ๊

พิมซะยืดยาวเหมือนไม่ได้ใจความอะไรเลยแฮะ ฮ่าาา

เอาเป็นว่า เรื่องใหม่น้าาาาาพี่ไค (ยังจะมีหน้ามาขออีก) แต่ก็อยากอ่าน sp black beat อ้าาาา

ขอบคุณสำหรับฟิคงามๆที่มีให้อ่านค่าาา
ปล เรื่องนี้ทำไตรภาคเหอะ หึหึ (สองภาคไม่พอ)

#20 by KubKang At 2010-05-03 02:03,
เย่ๆๆๆ
ฟิคที่รอคอย
ได้อ่านตอนจบแล้ว

ชอบมาก
ทั้งภาษา ทั้งเนื้อหา
สวยงามจริงๆ

ฮ่าๆ
ที่แท้ก้เข้าใจผิดกันนี้เอง
แต่ก้จบแฮปปี้
สนุกมากค่ะ

ปล. ชอบฟิคของพี่ทุกเรื่องเลยอ่า
:]

รอเทมจีเรื่องต่อไปอยู่นะคะ ^^
#19 by กะทิ (118.173.143.108) At 2010-05-03 01:34,
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก

อ่านแร้วววววว ครบ ทุกอารมณ์ จิงๆๆ

นึกว่า จะใจร้ายจบ เส้าา สะอีกกกก อ่ะ

แอบมีหลอกกกก นิดๆๆๆ ด้วยยยย


แต่ก็กิ้สสสสสสสสสสสสสสส

ควอน กลับมาเว้ววววววววววววววววว

ชเว จร้าาาา อย่าปล่อยย ไปอีก หละ

เข้าใจ ไหมมมมมมมชเวววววววว

ขอบคุนน่ะคร้าา ที่แต่งเรื่อง ดีๆๆ

ฟิค ครอบครัวว จิ๊งๆๆๆ ฮ่าาาๆๆๆๆ

ไว้รอเรื่องใหม่ หน่าาาาาาาาาาา
#18 by TemG~ At 2010-05-03 01:33,
เฮ่อออออ โล่งอก5555
โล่งอกอะไรของแกเนี่ย....

ในที่สุดก็จบแล้ว^^ ปรบมืออออออ
สุดท้ายแล้วคนที่เราแอบเคืองมันกลายเป็นว่าน่าสงสารไปด้วยแฮะ
เด็กหนุ่มที่ไม่ประสา....
ไม่น่าเชื่อว่าชเวซึงฮยอนจะได้ใช้คำนี้กับเค้าด้วย
ชอบตอนที่มันเจอกันรั้งแรก...
อ่านแล้วอิน55 แบบว่า แค่ยิ้มนั้นก็เอาหัวใจไปแล้ว
มันแบบว่าโซเมตมากกก ชอบ555

ตอนที่ฮงจุนโทหาจียง...บีบคั้นมากอะ
แบบว่ารุ้สึกได้เลยว่ามันกดดัน
คือก็ไมุ่้จะพูดยังไง แต่แค่อยากไปให้พ้น
เครียดแทน อินมากไปป่ะเนี่ยเรา5555

ชอบฮงจุน^^ ไม่นับเรื่องแ่งงานกับแม่จียงแล้วดูเป็นนไม่มีบทบาทแต่..ไม่รู้สิ
เป็นคนน่ารักอะ 5555 เหตุผลส่วนตัวมาก

สสารสองคนเลย ตอนที่แล้วสงสารจียงมากกกกก
แต่ตอนที่ทีโอพีมันกลับมาแล้วแม่จียงแอบเห็นแบบว่า โอย....เป็นเราคงว่ิงเข้าไปโอ๋แล้ว5555(แล้วโดนมันยันโครมเข้าให้ มึงเกี่ยวไร555)
แม้แต่อยู่คนเดียวยังพยายามกลั้นเสยงร้องให้
ฟังแล้วมันเจ็บปวดแทน....

งืมมม จบแล้วเหรอ
เราอุตส่าพักบ่อยมากเลยอ่านพาทจบ55
กลัวมันจะหมด 5555 ค่อยๆอ่านทีละนิด

รักไรเตอร์มากกก รอเรื่องใหม่นะจ๊ะููููู^^
สู้ๆนะ เศร้าอะ จบแล้ว แล้วจะอ่านไรเนี่ยยยย


#17 by DMP At 2010-05-03 00:46,
ว๊าวววววววววววววววว
คุณไคใจดี กลับมาอัพแล้ววววว
กี๊ดลั่นบ้าน *น่ารักที่สุด*

และแล้วตอนจบที่รอคอย
ก็เฉลยออกมาทุกสิ่งอย่าง
ตอนแรกแอบเสียใจ
จียงจะจากไปแบบไม่มีเยื่อใยใดๆเลยหรอ
ก็สมน้ำหน้ากับความไม่ฉลาดของซึงฮยอนอะนะ
แต่แบบนั้นมันจะใจร้าย(กับรีดเดอร์)ไปรึป่าว(ยังงัยก็อยากให้แฮปปี้หนิ)
แต่มาเห็น Epilogueแล้ว
เค้ายิ้มไม่หุบเลยเหอะ..ก่อนเมนท์เนี่ย
ต้องอ่านซ้ำอีกรอบอะ..แบบสนุกมากกก
ชอบที่สุด ชอบเหมือนทุกๆเรื่องที่ได้อ่าน
ในที่สุดจียงก็กลับมา...ฮิ้ววววว
ดอกไม้ที่แห้งเหี่ยว คงกลับมาบานอย่างสดใสได้อีกครั้ง
พร้อมผีเสื้อแสนสวย ตัวเดิม
อิ่มเอมมากคะ กับพาร์ทนี้รู้สึกจะยาวสะใจมากกกกกกก
แล้วก็ชอบกับความหมายที่แฝงไว้
กับรูปที่จียงวาดให้ยองเบ และอีกหลายๆอย่างด้วย มันอินจิงๆคะ
เลยอยากเชียร์ยองเบบ้างได้ปะคะ...
*อ้อน*
ปล่อยให้พ่อแสนดีเหงาใจกับรักที่รู้ว่าไม่สมหวังมานานแล้ว
อยากให้มีอะไรได้ชื่นใจบ้างอะไรบ้าง
ก็แอบจิ้นไปแล้วหละกับคำสารภาพของแชรินอะ...แต่ก็นะ อยากอ่านอีกนี่นา..55

ปล. จะขอเกาะบล็อคนี้ต่อไปคะ
ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ..
แล้วจะรอเรื่องใหม่จ๊ะ

#16 by vvMARvv (124.120.220.226) At 2010-05-02 23:59,
ในที่สุด......พี่ไคก็มาต่อ ต้นพ.ค.อย่างที่สัญญาไว้จริง ๆ ด้วย ไม่เสียแรงที่เข้ามาเชคทุกวัน กรั่ก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ กลัวพลาด

ก่อนอื่น....

ชะ! เว! ซึง! ฮยอน!! ทำไมทำแบบนี้!! ตัวเองเข้าใจผิดไปอยู่คนเดียวเพราะคำพูดของใครก็ไม่รู้! *อีปร้าจัดการฝังไอ่พวกนั้นทั้งเป็นก่อนมาเอาเรื่องไอ่หลานคนนี้*

ทำตัวได้น่าส่งฟางอัดกระป๋องจากเมืองไทยไปให้มาก...ฟางเมืองไทยอร่อยนะหลานรัก *ยิ้มโหด*

ด่ามาเยอะแระ ก็น่าสงสารอยู่เหมือนกันแหละแต่กรุเคือง -- " -- ขออำภัยใส่อารมณ์

อยากสารภาพ ก่อนอ่านตอนนี้....มีการเหล่สายตาขึ้นไปข้างบนตรงหัวฟิค

Rate : PG 15

ชริ........


55555555555555 ก็แหม้.... เค้านึกว่าต่อจากตอนที่แล้ว จีคลานหนี หลานซึงก็จัดการคว้าตัวมา *&(^%^&^%$%&$&^*^(&()( *เซนเซอร์ ไม่ผ่านกบว.* เช้ามาจียงก็หนีไปไหนไม่ได้ เอิ้ก ๆ

แก่แล้วก็อยากอ่านเอ็นซีจากฟิคพี่ไคบ้างอะไรบ้าง ^ ^ แอบอ้อน

แตร่ก็ลงเอยกันด้วยดีจนได้ จีช๊อคกับคำขอคืนดีขนต้องหนีไปต่างประเทศกันเลยทีเดียว แต่ก่อนไปอ่ะ... มีแวะห้องน้องชายรึเปล่า? 555555555 ไม่วายจะแอบหวัง

จบลงไปด้วยดีอีกเรื่อง *จุดพลุฉลองให้* จะรอฟิคคุณภาพคับแก้วคับกระป๋องฟาง (??) จากพี่ไคอีกนะจ๊าาาาา ด้วยรักและผูกพัน ^ ^
#15 by A.J. (183.89.70.140) At 2010-05-02 22:04,
กิ๊สสสสสสส ตอนที่ลอยคอ-รอคอยมาแล้น
มาเร็วกว่าที่คิดนะ มิเสียแรง มิเสียแรง
กร๊ากกกกก (ขออภัยที่เนียนกดดันทุกครั้งที่บังเอิญผ่านไปผ่านมาแถวนู้น)
เขินด้วยได้ปะ >___< ชื่อเราติดลิสต์ตัวหนา *กระโดดรัดคอจุ๊บแก้ม*

งะ ยังไงก็จะย้ำซ้ำคำเดิม
เค้ารักวายบีในแฟมมิลี่พอร์ตเทรทที่ซู๊ดดดดดด -////-
เฮิร์ทยิ่งนัก กับอ้อมกอดที่ให้ได้เพียงเพื่อน
"ชั้นไม่ได้ชอบนาย"
เอามีดในครัวบ้านพี่มาแทงหลังเค้าเลยดีกว่า T[]T
ถึงพี่ไคจะไม่ได้รักวายบี(เหรออออ?) แต่มาทำร้ายกันแบบนี้ทำไม๊????

ฮ่าๆๆๆ ทำน้ำตาคลออีกแล้วนะ
หนก่อนก็ทีนึงละนะที่พ่อใหม่อะเอายาไปให้จียงที่ห้อง งื้อออ
มาหนนี้ก็โทรมาบอกความลับที่ไม่เคยรู้ ให้ได้รู้
ทั้งสองเหตุการณ์ไม่ได้ซึ้งนะ แต่ในใจมันรู้สึกตื้นตันรื้นๆ บอกไม่ถูก ฮุฮุ

ถ้าไม่มีเอพิล๊อกตอนท้ายนี่ คิดเลยนะว่ามีสเปเชียวแถมในอนาคตข้างหน้า
สักตอน สองตอนแน่นอน
แต่พอสองปีผ่านไป ความหวังเราต้องพังทลาย Y__Y

ในบทแต่ละคนพูดไม่เยอะ แต่ทุกคำของตัวละคร มีความหมายซ้อนมากกว่าที่อ่าน

เป็นตอนจบที่ไขข้อสงสัยทุกอย่าง กระจ่างคะ

ขอบคุนสำหรับฟิคที่ทำให้ใจเต้นทุกครั้งที่อ่าน >//////<

มีแพลนเรื่องต่อไปยังคะ?
GDYB อย่าเป็นเพียงฝัน ทำให้จริงทีสิ
คิบะไคอย่าเขินน่า ให้เค้าเขินคนเดียวพอแล้น -///////-
ไม่ต้องลงบล็อคก็ได้ (แอบ)ส่งมานะ รอ ร๊อ รอ
ฮิ๊วววววววววววววววววววว
#13 by ': 2fast2live :' At 2010-05-02 21:34,
อ่านไป อึดอัดไป ทรมานไปจริง ๆ นะคะเนี่ย...ตอนจบใจหายแว๊บบบ...นึกว่าจะจบเศร้าซะแล้ว.. T.T

สงสารยองเบ~
ทำไมยองเบคนดีต้องอกหักด้วยนะ....T.T คือประเสริฐขนาดนี้....ดีแสนดีขนาดนี้...แต่ถ้ามันไม่ใช่ ก็ไม่ใช่....ฮึก...T.T

เรื่องนี้สรุปเป็นเพราะความฉลาดน้อยของเชวซึงฮยอนคนเดียวแต่แรกเลยเนี่ย...-*- ลิงอ้วนนี่ ทำคนอื่นเขาระทมทุกข์ไปด้วย...ชิชะ...เคืองจริง ๆ ..อย่างนี้ดีแล้วที่จีดีปล่อยให้รอเสียสองปี...ให้รอเสียให้เข็ด ...-*-

ไรท์เตอร์คะ...สงสารยองเบเถอะ...ขอภาคพิเศษติ๊ด ๆ ให้ยองเบคนดีได้ชื่นช่ำใจ มีความสุขกับเค้าบ้างเถอะนะ...

สุดท้าย..ขอบคุณมาก ๆ ที่แต่งฟิกสนุก ๆ ให้ได้อ่านนะคะ....^^
#12 by Live and Let Live At 2010-05-02 21:03,
และแล้วก้อมาถึง

จบจริงดิ

ขั้นเทพ อะ เคยลองเดาๆ นะ ก้อพอจะเข้าเคร้าบาง คิดมากเกินอะ ไม่คิดว่าจะเป็นปมง่ายๆ

อิเทมหูเบา จริงน่าให้มันรอสักสิบปีเนอะ แล้วค่อยมาสอนมันจียง

มันโกรธมานานเกินเลยเนอะแต่แบบคงฝั่งใจทั้งคู่ ไอ้คำที่ทำร้ายกันอะ มันอาจมีเรื่องงี้จริงๆก้อได้เนอะ
ออกแนว นิยาย จริงๆให้ตาย

ชอบเข้ามาอ่านเมนท์อะ ชอบพอๆกะฟิค เหมือนได้อ่านฟิคอีกรอบ

เมนท์อลังการ และถล่มทลายจริง
ไรเตอร์คนนี้ขั้นเทพ
#11 by luck (114.128.104.209) At 2010-05-02 20:48,
อร๊างงงงงงงงงง

มีแอบให้ใจเสียนะคะ

ฮ่าฮ่าฮ่า


แต่ก็จบลงได้ด้วยดี

อิอิ



นึกแล้วว่ามันต้องมีข้างหลังภาพ เอิ๊กกกกก


--------------------------------

สำหรับฟิคเรื่องนี้ (และอีกหลายๆเรื่อง)

ชอบมากมาย ชอบภาษาที่ใช้เขียนก็สวยมากกกกก (จริงๆนะ)



ทีโอพี เหมือนคนเห็นแก่ตัวนะ (ไม่เหมือนหรอกมั้ง ใช่เลยต่างหาก = =) เรื่องนี้อ่ะ


แต่ที่ทำไปเพราะรักหรอก (รู้นะๆ) ก็ความรักมันทำให้คนเห็นแก่ตัวนี่นา


ส่วนเฮียเบ้ รายนี้ ความรักทำให้คนเรารู้จักคำว่าเสียสละ และพร้อมที่จะมีความสุขเมื่อเห็นคนที่เรารักมีความสุข


สำหรับจีจี้ ความรักทำให้คนเราเป็นทุกข์ได้ แม้ว่าใครจะเห็นว่ามันหอมหวาน และเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีแต่ความสุข


บอกได้คำเดียวว่าชอบมากค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องนี้นะคะ แต่ชอบทุกเรื่องที่พี่แต่ง อิอิ


ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆมาให้อ่านนะคะ

ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ ^^


ปล.ฟ้าหลังฝน สวยงาม เสมอ
#10 by youngidolofmc At 2010-05-02 20:37,
โอยยยยยย มาถึงตอนจบแล้ว ดีใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อ่านไปแล้วก็เข้าใจทั้งสองคนไป
คนนึงก็รู้สึก และอีกคนก็รู้สึก
แต่ขาดการสื่อสารที่ดี
เพราะหูเบา และไม่คิดว่าจะเป็นคนที่ดี
ไม่มีใครคนหนึ่งตั้งคำถาม
และอีกคนก็ไม่รู้ว่าจะต้องตอบ
มันเลยออกมาแบบที่เห็น
ถ้าเพียงแต่จะถามความจริง
เรื่องคงออกมาอีกรูปแบบหนึ่ง

ชอบตอนที่ยองเบไปหาซึงฮยอน
แล้วฝากให้ดูแลม้าสีขาวมากๆๆๆ
เน้นว่ามากๆๆๆๆ

เพราะอ่านไปแล้วแทนที่จะรู้สึกว่าฝากม้า
แต่เรากลับรู้สึกว่าให้ฝากดูแลจียงแทน
ไม่รู้ว่าคุณไคตั้งใจรึเปล่า
แต่รู้สึกแบบนั้นจริงๆ

สิ่งที่สำคัญของตัวเองยกให้ซึงฮยอนดูแล
คงหมายถึงดูแลจียงให้ดีๆแทนตัวเองรึเปล่าคะ? แต่แบบ แมนมากกกกก
พี่เบ้แมนนนนนนน

ทุกๆตัวอักษรเต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราว
ถ้าอ่านดีๆแล้วจะรู้ว่ามีอะไรซ่อนไว้เยอะแยะเลย ชอบบบบบบ

ตอนแรกไม่คิดว่าผีเสื้อจะกลับมา
แต่ก็กลับมาจริงๆ
ถ้าเป็นแบบนั้น
ดอกไม้ดอกนั้นคงเบ่งบาน...ตั้งใจเบ่งบาน
รอวันที่จะได้พบกับผีเสื้อตัวนั้น

ผีเสื้อที่คุ้นเคย

ว่าแต่ว่า... ถ้าไม่มีตอนแถมแอบเสียใจนะเนี่ย ... ตอนแถมน่ารักมากเลยค่ะ
ที่บอกว่าไม่ปล่อยมืออีกเลย
ห้ามเชียวล่ะ ปล่อยมือเนี่ย!!!!
#9 by cynical At 2010-05-02 20:32,
ในที่สุดมันก็มาถึงตอนจบ บร๊ะเจ้า
it's epic
>///<
คือแบบ พี่โป้ คิดไปเอง ไม่ถามอะไรพี่เค้าก่อนเลย
มันแบบ มันเคืองอ่ะ ไร้เหตุผผลสุดๆ
ทำร้ายคนอื่นเค้าเพราะคิดไปปเอง แย่มาก มันแย่มากจอร์จ อยากจะให้น้องจีเอามีดไปกรีดพุงเหมือน MV she's gone
หนอย!! ยังแค้นไม่หาย
แต่เอาเหอะ ยังไงน้องจีก็รักคนนี้ ทำไรไม่ได้ ได้แต่เคือง
พี่เบ้ก็ประเสริฐแท้ อยากเห็นเรื่องของเบ้กับแชรินเหมือนกัน จะได้กันมั้ยเนี่ย ว่าแต่เบ้ไม่มางานแต่งเหรอ คิดถึงจัง
อยากให้มีสเปเชียลพาร์ทต่ออ่ะ หรือไม่ก็ต่อภาคสอง แบบว่า ถ้าเค้าอยุ่บ้านเดียวกัน มันจะเป็นไงต่อ ถ้าพ่อแม่รู้ว่าสองคนนี้เค้าคิดอะไรกัน มันจะเป็นไง แค่คิดว่าลูกชายสองคนรักกัน มันก็เหมือนภูเขาลูกโตแล้ว
เฮ้อ! ยังไงซะก็จะรออ่านเรื่องต่อๆไปนะคะ

เป้นอีกหนึ่งฟิคที่ประทับใจมากกกกกกก >///< รักน้องจีลุคนี้อ่ะ ดูพลิ้วดี ดูสวยงาม ดูมีค่าควรแก่การถนอม

ปล. แอบสะดุดที่พิมพ์ผิดอยู่คำนึง

'สายลมเย็ดพัดผ่าน'

ปร๊าด ปกติ ไม่ค่อยสังเกตที่พิมพ์ผิดนักหรอก เรื่องนี้พิมพ์ไม่ค่อยผิดด้วย แต่คำนี้มะ กึ็ก จริงๆ >///< เขิลล์ เค้าไม่้ลามกนะ >///////////<
#8 by Horr0rPig At 2010-05-02 19:57,
กรี๊ด!!! จบได้ทรมานใจยิ่งนัก!
ว่าแล้วเชียวว่ามันต้องมีภาค 'แต่ปางก่อน' ฮ่าๆ
ซึงฮยอนไม่น่าเลย...แอบสงสาร เข้าใจผิดใหญโตได้โล่จริงๆ

lคำสารภาพ : อ่านตอนจบแล้วตีอกชกหัว(จริงๆนะเอ้อ!)
#7 by Tippuri~ii* At 2010-05-02 19:54,
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก (ที่หัวเราะนี่คือสะใจที่ได้อ่านแร้ว กร๊ากๆๆ)

เห็นม้า ฃ เค้าบอกแล้วว่าต้องกิ๊กเก่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โด่ๆๆ เค้ามองออกหรอก คิบะไคน่ะ ~ จะมีอะไรไปกว่า....คิคิ *ผิวปาก*

ชอบโมเม้นที่พูดถึงตอนที่จียงเมาคาลัวร์แล้วเผลอใจนะ (กร๊าก) นึกภาพแล้วมันดูใสๆดี บรรยายไม่ลึกซึ้ง แต่ดูเยอะในตัวมันอ้ะ เค้าคิดไปนู่นนี่นั่นเต็มไปหมดเลยอ่ะ -///////- คิบะไคทะลึ่งที่สุดเลยอ้ะ (กร๊าก โบ้ยหมดกรู)


โอ๊บเม้นไม่ออกแย้ว เขินๆๆๆๆ
ถ้าพูดถึงทั้งเรื่อง เก๊าชอบธีมเรื่อง
แต่เนื้อเรื่องก็ยัง R!!!!! ตามแบบคิบะไค (ไม่รู้ล่ะ เก๊าอ่านยังไงนี่มันก็อาร์ร์ร์ร์ ) ไม่เสียมาตรฐานอ่า ก็ยังดูเป็นพี่ไค๊พี่ไค

แล้วก็...ก็ จะรอฟิคที่เป็นพี่ไค๊พี่ไค ต่อไปนะ *จับชายเสื้อ* ....เร็วๆด้วยนะ
#6 by Charlie At 2010-05-02 19:34,
ฉากจบทำเอาเมื่อยแก้ม
สองสามวันที่ผ่านมานี้ไม่เคยยิ้มกว้างเท่าตอนที่นั่งเม้นอยู่นี่เลยค่ะ...
ขอถอนหายใจยาวๆทีนึง
เฮ้อออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
(เติมอ.อ่างได้อีก248ตัว)

นึกว่าจะไม่แฮปปี้เอ็นดิ้งสะแล้ว
ในที่สุดทุกสิ่งที่อย่างก็แฮปปี้ใสๆตามเรท PG-15 ฮ่าๆๆๆๆๆ
มีความสุขจังค่ะ *ยิ้มไม่หุบ*
มีความสุขจริงๆนะ มีความสุขมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
(อนุญาตให้เติมก.ไก่อีก248ตัวเช่นกัน)

ไม่รู้ทำไมแต่ทั้งสองคนที่อมทุกข์มาตลอดสุดท้ายก็มีความสุข เราก็พลอยมีความสุขไปด้วยมาก มาก มาก มากๆ!

ในตอนนี้ฟางชอบฉากแฮปปี้เบิร์ดเดยองเบที่สุด มันมีความรู้สึกหลายๆอย่างปนกันเพราะเราเป็นคนอ่านที่สัมผัสได้ทั้งความคิดของยองเบ ความเจ็บปวดที่ยองเบได้รับ แต่เราก็เข้าข้างเทมโป้กับจียงอยู่ดี คือมันปนๆกัน นึกออกมั้ยคะ? แฮ่....
ชอบที่จียงวาดม้าตัวเดียว ชอบที่จียงกอดยองเบแล้วบอกแฮปปี้เบิร์ดเดย์คือยังไงก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่เพื่อนจริงๆ มันมีมิตรภาพอยู่แบบบอกไม่ถูก
(เอ๊ะทำไมเม้น งงๆ -*-)

ให้เทมโป้ 10 บาท!
สำหรับทุกสิ่งทุกอย่งาที่เทมป์ทำลงไป
โดยเฉพาะไอ้ที่เล่นเปียโนตอนจบเนี่ย อร๊ายยย~
*แต่ตัดออก 3 บาทค่าโง่ในตอนแรกๆนะจ๊ะ

ต่อจากนี้จะติดตามผลงานของคุณไคนะคะ : )
แต่งฟิคได้หลายรูปแบบจริงๆ ฮ๋าๆๆ น่าติดตามมากๆด้วยยย!


ปล. ยังยิ้มไม่หุบ sad smile


#5 by ★ hunnee3 At 2010-05-02 19:15,
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อยากโฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

มันมีซัมติ้ง
แล้วซัมติ้งที่ว่ามันก็ช่า..........

อร๊างงงงงงงงงงงงงงง


จียงกลับมาแล้ว
ตอนแรกกำลังแบบ พี่ไค จบแบบนี้ได้ยังไง
พอมีต่อ
อ้อ โอเค
ไม่ค้างเท่าไหร่ 55555


ขอบคุณมากๆค่า
#4 by KATCHA At 2010-05-02 19:00,
*น้ำตาเล็ด*

และแล้วเรื่องทุกอย่างก็คลี่คลาย

แต่จียงใจเด็ดมากเลย
หนีไปเมืองนอกตั้งสองปีแนะ

ลุ้นมาแทบตายแต่ก็จบด้วยดีจนได้

เดามาตลอดเลยเพราะตอนแรกเข้าใจว่า
ซึงฮยอนจะหวงยองเบ ...แต่พอกลางๆเริ่มไม่แน่ใจ
เหมือนซึงฮยอนจะหวงจียงมากกว่า
5555555555555555555
ที่แท้รู้จักกันมาก่อน นี่แหละน้า ความรัก


สุดท้ายสงสารยองเบจังเลย T^T

เพลงนั้น haruharu acoustic เพราะมาก
ฟังเหมือนกันค่ะ

แล้วก็ขอบคุณนะค่ะ มีชื่อเราอยู่บนนั้นด้วย
*ดีใจจัง*

ปล.ที่เม้นส่วนมากยังแอบกลัว ไร้ท์เตอร์จะ
ว่าซะด้วยเพราะ วิเคราะห์อะไรนักหนา
แต่ว่าคุณkiba kai แต่งฟิคได้น่าติดตาม
มากค่ะ มีมุมให้วิเคราะห์ได้ตลอดเลย


เรื่องนี้จบแล้ว จะรอเรื่องอื่นๆนะค่ะ
#3 by ♥Snow_G♥ At 2010-05-02 18:25,
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ยาวมากกกกกกกกกกกกกกกก
ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกก



สุดยอดดดดดดดดดดด *ปาดน้ำตา
ฟินาเล่ ~
งดงาม open-mounthed smile



ว่าและเรื่องอดีตเบื้องหลัง ฮาาา
ได้จิ้มเค้าแล้ว ดันหูเบาอีก โวะ
ใช้ไม่ได้จริงๆเลยซึงฮยอน
แย่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


สมแล้วที่ถูกทิ้งไว้ตั้ง 2 ปี ..ฮาาาาา



ปล. คาลัวว์มิ้ลนี่มันอร่อยจิงๆ
ถ้าเคยลอง ใครก็ต้องติดใจ(แบบรา) 55+
#2 by iKWAN ,,★ At 2010-05-02 17:59,
อร๊ายยยยยยยย

ในที่สุดมันก็มาถึงตอนจบ

เดาไว้แล้วต้องมัซัมติง

ไม่ได้เรื่องเลยสองคนนี้ งอนกันเพราะใครก็ไม่รุ้

เชอะ!!!!! แต่ในที่สุดจียงก้กลับมาาาาา
ว๊ากกกก เอ็นดิ้ง แบบเเฮปปี้
#1 by momotar At 2010-05-02 17:24,