2013/Feb/24

Title: Brotherhood
Fandom: B.A.P
Pairing: Yongguk / ???
Genre: normal, RPS
Rating: PG-13
Warning: Boy / Boy, if it's not your thing please don't read.
Disclaimer: The boys not mine, no money made.
Note: …kinda *coughtwincough* but it’s nothing / NONE of the details are accurate since I know so little about ‘him’




Brotherhood
by kiba kai




ภายในห้องนอนที่เรียกได้ว่าแทบมืดสนิท มีเพียงแสงไฟกระพริบและแรงสั่นอ่อนๆจากโทรศัพท์บนโต๊ะเล็กที่กั้นระหว่าง เตียงเดี่ยวสองหลังเท่านั้น

ชายหนุ่มใต้ผ้านวมที่นอนคว่ำอยู่เอื้อม มือออกไปหยิบเครื่องมือสื่อสารสีดำขึ้นมามองหน้าจอ หัวคิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนที่โทรมาเป็นใคร แล้วนี่มันเวลาไหน นิ้วเรียวยาวยกขึ้นเสยเส้นผมดำสนิทแล้วยันตัวขึ้นกับหัวเตียง ปลายผ้าห่มเลื่อนลงไปกองช่วงเอว เผยให้เห็นร่างกายช่วงบนที่สวมเพียงเสื้อกล้ามสีเข้ม ลมหายใจเบาบางถูกระบายออกเพียงเพื่อจะคลายความง่วง ปลายนิ้วเลื่อนลงเพื่อรับโทรศัพท์

“เป็นอะไรหรือเปล่า?” เสียงทุ้มเอ่ยถามไปยังปลายสาย

“เปล่านี่? ... เอ่อ โทษที ไม่ทันดูเวลา นายนอนต่อเถอะ” น้ำเสียงที่ทุ้มพอๆกันตอบกลับมา

เจ้าตัวตลบผ้าห่มขึ้นแล้วลุกขึ้นจากเตียง แสงจากโคมไฟสีเหลืองนวลที่เพิ่งถูกเปิดสะท้อนด้านข้างต้นแขนที่เห็นมัดกล้ามตามแบบชายหนุ่มที่เพิ่งผ่านการฝึกทหาร “ไม่เป็นไร ก็ตื่นแล้วนี่ มีอะไรล่ะ?” ปลายเท้าเปลือยที่พ้นจากกางเกงนอนขายาวสีเทาพาเจ้าของเตียงหนึ่งในสองหลัง ออกจากห้องนอนไปยังโซนห้องครัว เสียงขวดน้ำที่ทำจากแก้วกระทบกันคล้ายเสียงเปิดตู้เย็นดังลอดเข้าไปให้อีกฝ่ายได้ยิน มือใหญ่แตะไล่กระป๋องน้ำที่วางเรียงกันอยู่แล้วหยิบขึ้นมาหนึ่งกระป๋อง

“ไม่กินเบียร์นะ นัม มันดึกแล้ว” เสียงจากปลายสายปรามจนคนรับส่งเสียงในลำคอราวกับถูกขัดใจ

“...ก็ไม่ได้จะกิน” จำใจวางกระป๋องลงแล้วหันไปหยิบกระบอกน้ำเย็นขึ้นมาเทใส่แก้วแทน “แล้วทำไมยังไม่นอน”

เสียงหัวเราะติดปลายจมูกดังแว่วเข้ามาอย่างรู้ทัน “พอดีว่าจะมีแข่งกีฬาน่ะ เลยจะถามอะไรหน่อย” ส่งเสียงตอบรับเพราะกำลังดื่มน้ำ “...นายยิงธนูเป็นใช่ไหม”

มือใหญ่วางแก้วลงแล้วเดินกลับไปห้องนอน “อืม”

“...แล้วว่างจะสอนหน่อยได้หรือเปล่า”

หืม? “ฉัน? สอนนาย? ...”

...

เขาไม่ได้ตอบในทันทีเพราะกำลังใช้ความคิด บริษัทที่คนที่อยู่ปลายสายทำงานนั้นแทบไม่เคยให้เวลาลูกจ้างตัวเองได้กลับบ้านเลย ถามว่าได้เจอกันต่อหน้าครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ยังไม่แน่ใจ แล้วอยู่ๆ...

“ใช่ ...แต่ถ้าไม่สะดวก...”

ไม่ใช่อย่างนั้น ... “สอนได้ เมื่อไหร่ล่ะ”

“ภายในอาทิตย์นี้แหละ แค่พื้นฐานก็พอ สอนในเวลาครึ่งวันได้ไหม”

...

ครึ่งวัน? … เฮอะ

“...ถ้าไม่ได้ทั้งวันก็สอนไม่ได้หรอก หัวช้าอย่างนาย” รูปร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มนอนราบลงบนที่นอนอย่างเก่าแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาถึง แผ่นอก

“...อืม ทั้งวันเหรอ” เสียงพลิกกระดาษกับปากกาดังแว่วกลับเข้ามา “...ก็ได้นะ วันอังคารพอได้”

“งั้นเจอกันวันอังคาร สนามกีฬาเปิดกี่โมง?”

“เก้าโมง”

“มาตอนนั้นเลย”

“เอ้อ... อืม ขอบใจนะ”

“...เดี๋ยวๆ นี่สอนนายคนเดียวหรือว่า...?”

“คนเดียว คนอื่นพอเป็นกันอยู่แล้ว”

“โอเค”

“โอเค เจอกัน”






เป็นเวลาแปดโมงกว่าแล้วที่บังยงนัม ยืนจัดปกแจ็คเก็ตและผ้าพันคอสีแดงอยู่หน้ากระจก ...สายตาหยุดมองใบหน้าตัวเองกับผมสีดำสนิท คงมีแต่ผมสีนี้เท่านั้นที่น้องชายของเขาคงไม่ทำ อย่างดีก็แค่ชั่วคราว

มุมปากกระตุกยิ้มเบาๆพลางก้าวออกจากอพาร์ทเมนต์ ทันทีที่สัมผัสกับอากาศหนาว มือใหญ่ยกกระชับผ้าพันคอให้แน่นขึ้น สองขาก้าวเดินออกไปตามถนน จุดมุ่งหมายไม่ไกลเกินกว่าจะเดินแม้จะเรียกว่าหนาวเกินไปหน่อย

ตาเรียวมองถนนหนทางทั่วไปจนเงยขึ้นไปบนผนังตึกแห่งหนึ่ง ...บนนั้นมีป้ายโฆษณาคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ที่มีเด็กหนุ่มหกคน

...หนึ่งในนั้นหน้าตาเหมือนเขา

อ้อ ที่ซ้อมหนักกว่าปรกติเพราะแบบนี้สินะ

ยงนัมไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับงานของน้องชาย ไม่ได้ติดตามมากนอกจากเอ็มวีโปรโมทที่ออกแต่ละครั้ง เพราะน้องเขาจะส่งซีดีมาให้

เขาไม่ใช่แฟนคลับ

เขาไม่อยากเป็น

...เด็กสาวกลุ่มเล็กๆเดินมาใกล้เขา ชี้มือไปทางป้ายที่เขากำลังมองพลางส่งเสียงดีใจ ...อุทานชื่อ 'พี่ยงกุก' แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป

มือใหญ่เลื่อนผ้าพันคอให้สูงขึ้นแล้วเดินเลี่ยงออกไป

นาฬิกาบอกว่าใกล้เวลานัดเต็มที ยงนัมแวะซื้อกาแฟร้อนกับโกโก้อย่างละแก้วแล้วเดินไปยังปากทางเข้าสนามกีฬา เขานั่งลงบนม้านั่งยาวที่ยังว่างอยู่

จิบกาแฟรอไปเรื่อยๆ...

9.15

ระหว่างนั้นมีหนุ่มสาวหน้าคุ้นๆเหมือนว่าเขาจะเคยเห็นในทีวีหลายคนหยุดมองเขาแล้วยกมือทัก ไม่ก็ค้อมตัว ...คงจะนึกว่าเขาเป็นยงกุก จะหันหน้าหนี หรือทำเฉยเสียก็ได้ ผิดแต่ว่าถ้าทำไปแล้วคนอื่นเข้าใจผิดไปว่าน้องชายเขาหยิ่ง ก็คง... ไม่ดี

เขาจึงยกมือตอบไปบ้าง ไม่ก็พยายามส่งยิ้มที่บางที่สุดไปให้ ทว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาทัก เธอหย่อนตัวลงนั่งข้างเขาโดยไม่ได้เอ่ยปากขอ

"ไง ยงกุก มาซ้อมเหรอ?" คงเป็นไอดอลสักคนหนึ่ง เป็นสาวสวยที่แม้ว่าไม่แต่งหน้ายังดูคมคายขนาดนี้ ...ก็เป็นธรรมดาล่ะมั้ง ที่รอบๆตัวจะมีแต่คนมีสเน่ห์

เพราะยงกุกก็เป็นไอดอล...

เขาไม่รู้จะตอบอะไรจึงพยักหน้าไป

"...นายนี่นะ อุตส่าห์ให้เบอร์ไป เมสเสจมาบ้างสิ" เธอยิ้มล้อ แม้จะไม่จริงจังนักแต่ยังพออ่านออกว่าเธอหมายความตามที่พูดจริงๆ

"ครับ" เขารับคำเบาๆและไม่พูดอะไรต่อจนเธอบอกลาไปเอง

...

9.30

"เมื่อกี๊คุยอะไรกัน" เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นจากหลังเก้าอี้

ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ...นี่เป็นประโยคแรกที่ทัก

ยงนัมไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เพียงยกกาแฟขึ้นดื่มก่อนจะตอบ "เขาคิดว่าฉันเป็นนาย บอกให้ติดต่อไปบ้าง"

"แล้วนายตอบว่าไง" เสียงนั้นอ้อมมาอยู่ด้านหน้า

ใบหน้าของอีกฝ่ายที่ไม่ได้เห็นตรงๆนานมากแล้วกำลังส่งยิ้มบางมาให้ ...ผมไถข้างสีน้ำตาลเข้ม แจ็คเก็ตสีดำ ยงนัมเหลือบมองว่าทางเดินด้านหลังเป็นที่จอดรถ คงจะมีคนมาส่ง?

"..."

"...ช่างเหอะ ว่าแต่ นายผอมลง?" ยงกุกนั่งลงข้างๆแล้วส่งถุงแซนด์วิชให้ แลกกับโกโก้ที่หยิบไปดื่ม

"ก็เพิ่งไปค่ายมา" ยงนัมกัดแซนด์วิชแฮมไปหนึ่งคำก่อนจะหันมามอง "...นายเองเถอะ ผอมเกินไป"

"นี่กินเยอะแล้วนะ"

แม้จะไม่ได้เจอกัน แต่โทรคุยกันบ่อยๆ ...ได้รู้ว่าซ้อมเต้น ทำงานหนัก แต่งเพลงจนดึกทุกวัน ผอมจนแก้มตอบลงไปเยอะ

...เตือนจนไม่รู้จะเตือนยังไง



...



"คันธนูขนาดเดียวกันสอง อาร์มการ์ด กับเชสต์ดการ์ดนะคะ เอาปลอกนิ้วด้วยมั้ย" พนักงานสาวทวนรายการของที่สองพี่น้องไปยืนเบิกหน้าเคาน์เตอร์

"ไม่ต้องครับ" ยงนัมหันมาตอบขณะยืนเลือกลูกดอกลงกระบอกใส่ "เอ้า ถือ" เขาส่งคันธนูให้น้องแล้วถือของที่เหลือเอง

พาเดินไปถึงสนามซ้อมยิงแล้ววางของทุกอย่างลง ยงกุกลองเหนี่ยวคันธนูเล่น

"นี่ อย่าเพิ่ง วางลงก่อน" พี่ชายที่อายุมากกว่ากันไม่ถึงสิบนาทีปรามเสียงดุแล้วถอนหายใจ "มานี่"

แม้ความสูงจะแทบไม่ต่างกัน แต่ความหนาของร่างกายกลับต่างกันจนเห็นได้ชัด ยิ่งเมื่อยงนัมยกเชสการ์ดไว้กับอกซ้ายของยงกุกแล้วอ้อมมือข้ามไหล่อีกฝั่งไป ทาบสายรัดให้ "ตัวบางชะมัด" ...นายเป็นแฝดฉันได้ยังไง

"ฉันไม่มีไขมันส่วนเกินไง" ยงกุกยิ้มอวด

"ฉันก็ไม่มี" ยงนัมเหล่มองแล้วหันหลังไปจะหยิบอาร์มการ์ดมาใส่ให้

หลังจากที่เข้ามาในสนามแล้ว แจ็คเก็ตจึงถูกถอดกองไว้เหลือแต่เสื้อคอกลมตัวใน แผ่นหลังที่แนบไปกับเนื้อผ้าทำให้ยงกุกเพิ่งสังเกตุว่ากล้ามเนื้อของพี่ชาย ต่างกับเขามากขนาดไหน

...นั่น ...คือ...

โห

ยงกุกเอื้อมมือไปแตะหลังจนยงนัมสะดุ้ง "อะไร?"

"นี่... นายทำยังไงถึงได้แบบนี้?" เพราะทุกจุดที่แตะลงไปเจอแต่กล้ามเนื้อเป็นมัดแน่น

มือซ้ายถูกดึงให้ยืดไว้ อาร์มการ์ดถูกประกอบเข้ากับหลังแขน

ยงนัมตอบนิ่งๆ "ฉันก็ออกกำลังเหมือนนาย..."

เชือกคู่แรกถูกมัดจนแน่น "...แต่นอนไม่ดึก"

คู่ที่สอง "ไม่หักโหม"

คู่ที่สาม "..."

...และไม่มีน้องให้ดูแล

...

ยงกุกได้แต่ยิ้มเจื่อนก่อนจะหันไปหยิบคันธนู แต่โดนห้ามอีกครั้ง

"เดี๋ยว ยังไม่เสร็จ" ยงนัมล้วงของออกจากกระเป๋าแจ็คเก็ตที่ถูกถอดวางอยู่ คราวนี้มือของยงกุกถูกดึงเข้าไปชิดอกอีกฝ่าย ...ปลอกหนังหุ้มนิ้วถูกบรรจงทาบและมัดเบาๆ

ยงกุกทอดมองดูกิริยานั้นเงียบๆ ยิ่งสงสัยว่าทำไมต้องระวังขนาดนั้นด้วย ซึ่งพี่ชายคงอ่านสายตาออก "ได้ยินว่าเพื่อนร่วมวงของนายหน้าตาดีกันทั้งนั้น แต่จุดขายของนายอยู่ที่นิ้วมือไม่ใช่เหรอ"

ยงนัมยิ้มมุมปากแต่กลับเป็นยงกุกที่หัวเราะกว้าง "นายด่าตัวเองด้วยทำไมน่ะ นัม"

"ฉันหล่อกว่านาย ถ้าจะสังเกต"

ยงกุกยังไม่หุบยิ้มตอนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ "ไม่อ่ะ ฉันหล่อกว่า นายไม่เห็นเวลาสาวๆกรี๊ดให้ฉัน"

ข้อนิ้วมือของยงนัมเคาะลงบนหน้าผาก "ทำเป็นเหลิง เขากรี๊ดคนอื่นในวงนายสิไม่ว่า ...ที่ชื่อฮิมชาน?"

เป็นคนน้องที่เลิกคิ้วมอง "นายจำชื่อได้?"

คนพี่กลอกตาแล้วปล่อยมือยงกุกที่รัดปลอกนิ้วให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนตัวเองหันหลังไปหยิบคันธนู

"แล้วนายไม่ใส่เครื่องป้องกันพวกนี้เหรอ?"

ยงนัมยักไหล่ เพียงแค่ดึงลูกธนูจากกระบอกใส่ มืออีกข้างจับกลางคันธนู ยืดแขนตรงไปข้างหน้า ประทับลูกดอกเป็นแนวฉากคมกริบ ปลายลูกธนูชี้ตรงไปยังจุดหมายวงกลมที่อยู่ไกลออกไป ปลายนิ้วกระชับขนลูกดอกไว้มั่น ก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดนิ่งเพียงชั่วอึดใจ

ปลายลูกดอกปักอยู่กลางเป้า

คนสอนจึงได้ลดมือลง "เวลาแข่ง ทำแบบเมื่อกี๊ให้ได้ทุกครั้ง ก็น่าจะใช้ได้นะ"

ยงกุกอ้าปากค้าง "...ทำได้ทุกครั้งฉันก็ไปแข่งทีมชาติแล้ว"

"ทีมชาติยิงไกลกว่านี้ นี่มันระดับสมัครเล่น" เขาหยุดคิดแล้วประกอบแป้นช่วยเล็งเพิ่มให้ "เอ้า ลองดู"

ยงกุกลองรับมาทำตามที่เห็นเมื่อครู่ เขารู้สึกว่าท่าทางตัวเองแปลกๆ แต่ไม่ได้ยินเสียงท้วงติงอะไร แม้กระทั่งตอนง้างคันธนูที่มือสั่นจนเล็งแทบไม่ได้ จนสุดท้ายลองปล่อยลูกธนูออกไป

ตามคาด แทบไปเข้าเป้าของคนข้างๆด้วยซ้ำ

...

เสียงหัวเราะทุ้มๆนั่นทำให้เขาประสาทเสีย

"นัม"

"ขอโทษๆ ฮ่าๆ" ปลายนิ้วที่เรียวสวยไม่แพ้กันถูกยกขึ้นปาดหางตา

"ต้องแก้ตรงไหนก็บอกสิ นัม!"

คนเป็นพี่ยังกลั้นขำอยู่เมื่อเห็นท่าทางที่ไม่ได้เห็นนานแล้วจากคนเป็นน้อง โตตั้งขนาดนี้ เรื่องแค่นี้จะอายทำไมวะ หน้าไม่เห็นจะต้องแดงแบบนั้น เขากระแอมหนึ่งครั้งก่อนจะพยายามหาข้อบกพร่อง "อืม ไหนลองยืนใหม่สิ"

ยงกุกกลอกตาแล้วจับธนูไว้ในท่าเตรียมยิง

"... อ้อ อย่างแรก หันข้างให้หัวไหล่เป็นเส้นตรงกับเป้าวงกลม นายยืนเอียง ดูเส้นที่พื้นสิ" รองเท้ากีฬาแตะกันเบาๆเพื่อให้แยกขาทรงตัวตามเส้น "แขนยืดไม่ตรงด้วย ห้ามงอเด็ดขาดนะ" โดนตีตรงข้อพับ "กล้ามแขนนี่อัพไว้อวดสาวอย่างเดียวรึไง ใช้แรงหน่อย"

ยงกุกกลอกตา แล้วหยิบลูกธนูเพื่อลองง้างอีกครั้ง "ใช่ๆ ใช้นิ้วที่ครอบปลอกไว้จับแบบนี้" ลูกดอกในมือถูกจัดเรียงใหม่ ด้วยนิ้วทั้งสิบของพี่ "...แล้วดึงเข้ามาชิดคาง" คราวนี้ยงนัมเลื่อนไปยืนข้างหลังแล้วช่วยรั้งสายธนู

"ดึงเข้ามาอีก..."

แต่นี่มันแทบจะ...

"นัม ...คือว่า" ตอนนี้ทั้งแผ่นหลังของยงกุกทาบจนแทบจะสนิทอกคนที่ซ้อนหลังไว้ ..ทั้งสองแขนอีกด้วย

"จับแน่นๆสิ" เสียงนั่นกระซิบชิดข้างหูจนยงกุกไม่กล้าหันกลับ

"นัม ...คือ คนมองว่ะ"

...

...

เงียบ

กลายเป็นเงียบกริบ จนยงกุกมั่นใจว่าเขาทั้งสองกำลังกลั้นลมหายใจพร้อมๆกัน

...

...เป็นยงนัมที่หัวเราะขึ้นมา

"อะไร? นี่ตั้งแต่เป็นไอดอลแล้วกลัวเป็นข่าวขนาดนี้เลยเหรอ" มือใหญ่ผลักไหล่เขาออก "ฉันเป็นพี่นาย จะสอนนายยิงธนูนี่มันจะเอาไปเป็นข่าวยังไง"

เอ้อ... นั่นสินะ จริงๆแล้วไม่เห็นจะต้องกลัว

คิดมากทำไมกัน

หรือว่าเพราะเราเองที่...

...

"ไม่ได้กลัวเป็นข่าว แค่คนเริ่มมอง นายชอบหรือไงวะ"

ยงนัมยังหัวเราะติดปลายจมูกอยู่ "อย่าบอกฉันว่านายยังไม่ชิน ฉันยังชินแล้วเลย"

"??"

"ไม่ต้องทำงง ก่อนนี้ฉันแทบต้องใส่หน้ากาก" ยงนัมพยักเพยิดให้ลองง้างคันธนูเอาเอง "เวลาไปไหน บางทีก็มีเสียงกระซิบชื่อนายรอบๆตัว"

ยงกุกวางคันธนูลงแล้วหันมามองพี่ชายตรงๆ "ฉันขอโทษ..." เพราะรู้ว่าพี่ชายรักความสันโดษขนาดไหน

"เฮ้ย ไม่เป็นไร" ยงนัมโบกมือเบาๆ "ก็ยังดีที่นายบอกชื่อฉันออกรายการวิทยุไป หลังๆเลยมีคนกระซิบชื่อฉันปนมาบ้าง ฮ่าๆ"

"ยังจะตลกอีกนะ นัม"

"เอาเหอะน่า ฉันว่าตอนนี้นายซ้อมไปก่อน เรื่องอื่นไว้ทีหลังก็ได้"

คนเป็นน้องจำใจพยักหน้าแล้วพยายามจดจ่ออยู่กับการซ้อม แต่สมาธิเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จนเป็นชั่วโมงแล้วยังไม่ดีขึ้น พี่ชายถอนหายใจ "พักก่อนดีกว่า หาข้าวเที่ยงกินกัน"

ยงกุกตกลง "งั้นเดี๋ยวฉันเลี้ยง"

"เงียบไปเลย ฉันเลี้ยงเอง ...ไม่มีแต่ นายคิดว่าจะมีกี่คนกันที่มีโอกาสเลี้ยงข้าว 'บังยงกุก' น่ะ หืม" ยงนัมตบไหล่เบาๆให้รู้ว่าเขาแค่ล้อเล่น เพราะบางทียงกุกก็เซนสิทีฟและขี้เกรงใจไม่เข้าเรื่องเสมอ



...




"นาย... ก็กินเยอะดีนี่" ยงนัมมองจานใส่เนื้อหมักดิบที่ตอนนี้แทบกลายเป็นจานเปล่าไปหมดแล้ว

"ก็บอกแล้ว ฉันไม่ได้อยู่อดๆอยากๆหรอกน่ะ"

"แต่เวลาอยู่กับน้องๆ นายให้พวกเขากินมากกว่าใช่ไหม..." เนื้ออีกชิ้นถูกคีบมาวางให้ในจานยงกุก "...แล้วตัวเองก็ไม่อิ่ม"

"เด็กพวกนั้นกำลังโต"

"ที่ชื่ิอเจโล่นั่นนะ? สูงกว่านายแล้ว" ...เพราะนายเลี้ยงเขามาหรือเปล่า ดูแลเขาดีใช่ไหม

"นี่อย่าบอกนะว่าจำชื่อได้ทั้งวง?"

คนเป็นพี่ไม่ตอบอะไร ท้าวคางย่างเนื้อไปเรื่อยๆ

...

ไม่มีใครพูดอะไรต่อจนยงกุกค่อยๆดึงตะเกียบที่กัดไว้ออกจากปาก "...อยากไปที่หอมั้ย"

"ไปทำไม เกะกะเปล่าๆ"

"......จะได้เลิกห่วง"

"ฉันไม่ได้ห่วงนายขนาดนั้น"

.

โตแล้วนี่

ดูแลตัวเองได้ ดูแลคนอื่นก็ได้

ออกไปอยู่เองได้

ไม่กลับบ้านเป็นปี... นายยังทำได้

...

"อิ่มแล้วใช่มั้ย ไปเถอะ"



...



หลังจากมีแรงแล้ว คราวนี้ลูกศิษย์ทำได้ดีขึ้นจนอาจารย์พยักหน้า อย่างน้อยก็ไม่หลุดจากเป้ากระดาษของตัวเองล่ะนะ และเมื่อเห็นฟอร์มการยิงที่ดูไม่มีตรงไหนประหลาด ยงนัมเองเลยยิงในส่วนลูกธนูของตัวเองบ้าง

การยิงธนูก็เหมือนทำสมาธิ สงบใจให้นิ่ง บังคับร่างกายให้มั่นคง ไม่วอกแวก ไม่คิดเรื่องอื่น

...ไม่ห่วง

ไม่กังวล ไม่คิดมาก...

จนเมื่อเขาหันมาอีกครั้ง ยงกุกที่น่าจะฝึกในส่วนของตัวเอง กลับมองมาทางเขา และดูเหมือนมองอยู่นานแล้ว

"เอ้า ไม่ฝึกแล้วเหรอ"

ยงกุกโบกมืิอ "ไม่ต้องแล้วก็ได้ แค่นี้ก็พอ ได้แปดคะแนนหลายครั้งแล้วเนี่ย"

"มั่นใจแล้วว่างั้นเถอะ" เขาพลิกนาฬิกาขึ้นดู ...ยังไม่สามโมงเลย

หรือว่านายจะรีบกลับ?

น้องชายยิ้มส่ายหน้า "เปล่าหรอก ...ก็ไม่ถึงกับจริงจังอะไร"

ยงนัมหัวเราะติดปลายจมูก "ถ้าไม่จริงจัง ทำไมนายถึงกับยอมสละเวลามาให้ฉันสอนล่ะ"

"ฉัน..."

"...ถามไปงั้นแหละ นายคงอายน้องๆถ้าทำคะแนนได้ห่วยแตกสินะ"

"...เปล่า"

ที่ว่าต้องใช้เวลาทั้งวัน มันก็คือข้ออ้าง...

ฉัน... แค่อยากเจอนายบ้าง

...

เสียงข้อความจากไอพอตของยงกุกดังขึ้น เจ้าตัวหยิบขึ้นมาอ่านแล