2013/Apr/17

Title: Massage Parlor
Fandom: B.A.P
Pairing: Yongguk / Daehyun
Genre: AU
Rating: PG or R (up to reader's imagination)
Warning: Boy / Boy, if it's not your thing please don't read.
Disclaimer: The boys not mine, no money made.
Note:  Daehyun's [ look ] | Yongguk's [ look ] cr. http://almight3toki.tistory.com/ *bowdown&thankyou* (sorry for re-uploading, i don't want to waste your bandwidth ^^)

 

 

Massage Parlor
by kiba kai

 

 

 

ณ บาร์แห่งหนึ่งบนยอดตึกใจกลางกรุงโซล มหานครแห่งความบันเทิงและธุรกิจ ชายหนุ่มในสูทสีเทาเข้มกำลังนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ เจ้าของใบหน้าหล่อเหลายิ้มสอบถามเรื่องสุขภาพของบาร์เทนเดอร์อายุน้อยที่มี ท่าทีอ่อนน้อมต่อเขาอย่างเห็นได้ชัด

"แล้วเพื่อนของฉันมาหรือยัง จงออบ"

"มาสักพักแล้วครับคุณฮิมชาน ผมจัดเครื่องดื่มให้ในห้องด้านในครับ"

"ห้องด้านใน..." ชายหนุ่มเดาะลิ้นแล้วเดินตามทางที่ว่าเข้าไป

ตาคมตั้งใจมองผ่านประตูกระจกสีเข้มจึงเห็นว่ามีใครบางคนยืนชมวิวอยู่อีกฝั่งของผนัง เขาเลิกคิ้วแล้วเปิดประตูเข้าไปโดยไม่เคาะ

"มารยาทน่ะ ฮิมชาน" เสียงหวานที่ติดจะเข้มสักนิดเพื่อปรามเพื่อนเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมา ตากลมโตยังทอดมองไปทิวทัศน์ยามค่ำคืนของกรุงโซล

"กับคนกันเองจะต้องมีมารยาททำไมวะ" ร่างที่สูงกว่าเล็กน้อยหันไปชงเครื่องดื่มแล้วกลับมายืนชมวิวคู่กัน "แดฮยอน มึงนี่... พักนี้ดูเครียดๆไปหรือเปล่า" ฮิมชานทักเพราะเจ้าอินทีเรียมือทองเพื่อนสนิทเขาคนนี้ดูนิ่งๆมาหลายเดือน แล้ว จากที่ปรกติพูดออกจะมากแต่เดี๋ยวนี้มากลายเป็นฝ่ายเอาแต่ฟังแบบนี้ คนเป็นเพื่อนก็ไม่สบายใจเป็นธรรมดา

รู้หรอกว่าเลิกกับแฟน แต่ครั้งสุดท้ายที่เขาเจอซอนฮวาก็หลายเดือนแล้ว วี่แววว่าจะคบคนใหม่ก็ไม่มี งานมันก็ดูเครียดเหลือเกิน

แดฮยอนถอนหายใจก่อนจะยกเบอร์เบินขึ้นดื่ม "ก็นิดหน่อย... เรื่องงาน" บ้าชะมัด เจอลูกค้าพูดไม่รู้เรื่อง แก้งานไม่รู้กี่รอบ สุดท้ายดันยกเลิกเสียอย่างนั้น แต่เขาเบื่อจนไม่อยากจะบ่น

ฮิมชานอมยิ้มบางๆพลางตบไหล่ "เอางี้ วันก่อนกูไปนวดร้านนึงมา ใช้ได้นะ ไปลองดูไหม เผื่อจะดีขึ้น"

ตากลมโตหรี่มอง "นี่นายเห็นฉันเป็นคนแบบนั้นเหรอ" ถึงจะสนิทกันแต่แดฮยอนเลือกที่จะใช้สรรพนามต่างจากเพื่อนเขาที่ห่ามเหลือเกิน

"แบบไหน...? เฮ้ย ไม่ได้นวดอย่างว่า นวดผ่อนคลายโว้ย กูพาแม่ไปมาก็เลยนวดไปด้วย มึงต่างหากเห็นกูเป็นคนยังไง" ฮิมชานหัวเราะเดินไปนั่งลงบนโซฟาพลางชงเครื่องดื่มแก้วใหม่ เบะปากเบาๆที่ไม่มีสาวๆมาล้อมหน้าล้อมหลังเพราะแดฮยอนขี้รำคาญ

ซึ่งดูเหมือนเจ้าตัวจะสนใจแต่ยังแบ่งรับแบ่งสู้ "...ไว้ค่อยลอง"

"รับรองน่ะ หาเครียดเป็นปลิดทิ้ง ยิ่งกว่าคั่วหญิงอีก เชื่อกู แล้วเจ้าของร้าน..."

แดฮยอนหัวเราะติดปลายจมูก ลองฮิมชานที่เจ้าชู้ยิ่งกว่าอะไรยังพูดขนาดนั้นล่ะก็นะ "เออๆ ไปก็ได้ ถึงวิธีโฆษณานายจะห่วยก็เถอะนะ"

ฮิมชานหัวเราะร่วน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความอะไรนิดหน่อย "เอ้า นัดให้แล้ว พรุ่งนี้ตอนเย็นไปได้เลย เดี๋ยวแทกแผนที่ไปให้"

"ถ้าไปแล้วไม่ติดใจ กูยอมให้กระทืบเลยว่ะ"


...


ก็ไม่แน่ใจหรอกนะ ว่าตัวเองยอมมาที่นี่ทำไม แต่เอาเถอะ ตอนนี้เขาเหนื่อยและเพลียกับงานมากจริงๆ ถ้าของแบบนี้มันจะช่วยได้สักนิดล่ะก็นะ ...

จองแดฮยอนผลักประตูเข้าไปในอาคารชั้นเดียวทรงโมเดิร์นที่ค่อนข้างโอ่โถง ภายในสว่างไปด้วยแสงอ่อนและอวลกลิ่นหอมที่ทำให้ผ่อนคลาย เสียงน้ำไหลเอื่อยมาจากน้ำตกจำลองที่ไหลลงสระบัวขนาดใหญ่ ปลาคราฟสีสดว่ายวนลัดเลาะหินประดับสีดำอย่างไม่รีบร้อน ด้วยนิสัยอินทีเรียที่มักจะแอบให้คะแนนการตกแต่งในใจถึงกับต้องพยักหน้าเบาๆ

ไหนเจ้าฮิมชานเรียกว่าร้านนวด นี่ดูยังไงก็เป็นเฮลท์คลับชั้นสูง

พนักงานสาวยิ้มแย้มรอต้อนรับเขาที่หน้าเคาน์เตอร์ ตาไวอ่านเข็มกลัดติดเสื้อเขียนว่าซองจีอึน "ยินดีต้อนรับคุณผู้ชายค่ะ ไม่ทราบว่าได้จองคอร์สไว้แล้วหรือยังคะ ถ้าไม่ ทางเราจะได้แนะนำโปรแกรมที่เหมาะกับคุณผู้ชายให้"

"คาดว่าเพื่อนผมจะจองให้แล้วนะครับ"

"ค่ะ งั้นขอทราบชื่อด้วยค่ะ"

"จองแดฮยอนครับ"

ใบหน้าสวยหวานปรายยิ้มเล็กน้อยแล้วมองหน้าเขา ปลายนิ้วกดแป้นคีย์บอร์ดและปุ่มอะไรนิดหน่อย เธอทวนชื่อของเขาด้วยเสียงที่ออกจะดังผิดปรกติ "คุณ จอง แด ฮยอน นะคะ"

"...ครับ"

"คุณคิมฮิมชานจองคอร์สนวดผ่อนคลายทั้งตัวเป็นเวลาสองชั่วโมงไว้ให้นะคะ ลงบัญชีเรียบร้อย คุณจองเชิญด้านในได้เลยค่ะ"


...


ด้านในที่พนักงานสาวผายมือไปนั้น เป็นทางเดินผ่านสวนหย่อมร่มรื่นคู่ไปกับสระบัวเมืองร้อน ตกแต่งด้วยเถาไม้ดัดตามแนวไม้ระแนงที่ได้รับการดูแลอย่างดี บรรยากาศร่มรื่นและผ่อนคลายเรียกรอยยิ้มจากใบหน้าที่แทบจะบึ้งตึงมาตลอดทั้ง สัปดาห์ได้ไม่ยาก จนไปสุดที่ทางเข้าประตูมู่ลี่

มือบางแหวกม่านลูกปัดไม้ขัดเงาเข้าไปด้านใน เสียงกรุ๊กกริ๊กทำให้คนที่ยืนหันหลังอยู่ก่อนแล้วเหลียวมามอง

"สวัสดีครับ" ชายร่างสูงในชุดลำลองสีเขียวเข้มค้อมหัวเล็กน้อยหน้าโซนกระจกบานใหญ่ เรียงรายไปด้วยอ่างล้างมือและล็อคเกอร์ บริเวณนี้คงเป็นห้องเปลี่ยนชุด แดฮยอนผงกศีรษะรับแล้วส่งยิ้มบาง

"คุณจองแดฮยอน?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชื่อเขาเป็นเชิงถามเพื่อระบุตัว ทว่าเจ้าตัวยังจ้องไปยังจอมอนิเตอร์ที่ทัชสกรีนแสดงรูปช่องสี่เหลี่ยมสีแตก ต่างกัน" ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงที่สี่เหลี่ยมมุมสุดจนสีถูกเปลี่ยน "เชิญเปลี่ยนเป็นชุดในล็อคเกอร์ก่อนแล้วตามเข้าไปห้องในสุดขวามือนะครับ" มุมปากคนพูดกระตุกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินลับตา

ตามเข้าไป...? หรือนั่นจะเป็นคนนวดให้เขา? อ้าว คนนวดไม่ใช่ผู้หญิงหรอกเหรอ? ...อย่างฮิมชานเนี่ยนะ? แดฮยอนยักไหล่ ไม่เป็นไร เขาไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้ว

เขาตรงไปยังล็อคเกอร์บานเดียวที่ถูกแง้มไว้ ในนั้นมีห่อพลาสติคที่มีชุดผ้าสีขาวพับอยู่ เขาแกะมันออกมาแล้วเริ่มถอดเสื้อผ้าที่ติดตัวออกทีละชิ้น

ทว่าชุดใหม่ที่เขาหยิบขึ้นมานั้นมันออกจะ ...

...บางไปหน่อยไหม?

คือไม่ได้บางธรรมดา นี่มันบางมากจริงๆ แถมด้วยสีขาวนวลของมันทำให้ปิดอะไรแทบไม่ได้ ...ทำไมไม่มีสีเขียวเข้มแบบคนเมื่อครู่บ้างนะ

เขาไม่ได้ถอดบอกเซอร์สีเนื้อของตัวเอง แต่มันก็ยังแปลกๆ ... ดีที่ในห้องนี้เป็นไฟแสงสีส้มอ่อน แดฮยอนเลี่ยงที่จะมองเงาตัวเองจากในกระจก เขาเอาเสื้อผ้าที่ใส่มาเก็บไว้แทนแล้วปิดล็อคเกอร์

ระหว่างทางเดิน อีกฝั่งที่มีประตูหันหน้าเข้าหากันคล้ายกับโถงทางเดินในโรงแรม แดฮยอนรีบเดินไปยังห้องในสุดเพราะเขาไม่ค่อยมั่นใจในชุดที่เขากำลังใส่ แม้บริเวณนี้แสงจะยิ่งสลัวกว่าเดิมและไม่มีเสียงว่าใครจะเดินสวนมาก็ตาม มีเพียงแสงนวลที่ให้ความสว่างระดับเดียวกับเทียนเรียงรายอยู่เท่านั้น

แดฮยอนเคาะประตูห้องทางขวามือเบาๆก่อนจะผลักเข้าไป ...


...



มืด...

แทบจะมืดมากทีเดียวถ้าไม่นับแสงเทียนนับสิบเล่มจากมุมในสุดของห้องทรงโค้ง เล่มที่ใหญ่ที่สุดคงเป็นเทียนหอมเพราะกลิ่นของมันเตะจมูกคล้ายดอกไม้ป่า ทั้งผนังฝั่งตรงข้ามเป็นประตูกระจกที่มองออกไปเห็นสระและน้ำตกประดับขนาดย่อม ในห้องที่ถูกประดับไปด้วยไม้แกะสลักนั้น ตรงกลางมีเพียงฟูกนอนขนาดใหญ่ปูบนพื้นไม้เล่นระดับอยู่ใต้มุ้งสี่เสา ทางขวามีอ่างล้างเท้าลอยดอกไม้ไว้ต้อนรับ

แดฮยอนแทบลืมไปว่าเขามาทำอะไรที่นี่ เทคนิคการตกแต่งภายในและบรรยากาศทำให้เขารู้สึกเหมือนหลุดมาอยู่อีกโลก ตั้งแต่ผ่านรีเซฟชั่นมาแล้ว

"คุณแดฮยอน เชิญครับ"

เจ้าของชื่อสะดุ้งเบาๆเพราะเขามัวแต่ชื่นชมอินทีเรียที่น่าจะเป็นของโรงแรมห้าดาวแนวเอ็กโซติคเสียมากกว่า

...ห้องนี้เองก็ราวกับมีไว้ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์

"แช่เท้าก่อนนะครับ" เสียงทุ้มที่ประชิดด้านหลังเขามากกว่าเก่านั้นแหบนิดๆ ตากลมโตเหลียวมาเห็นเพียงเสี้ยวหน้าที่แสงเทียนสะท้อนมาเท่านั้น

...คนเดียวกับเมื่อครู่นั่นแหละ

ปลายนิ้วยาวที่เห็นก่อนหน้านั้นดันหลังเขาเบาๆ แดฮยอนนั่งลงบนเบาะริมขอบไม้ระแนง อีกฝ่ายก็นั่งลงเช่นกัน เพียงแต่มือคู่นั้นบรรจงพับชายกางเกงเขาขึ้นแล้วจับบนปลีน่อง เลื่อนจนปลายเท้าเขาแหวกกลุ่มดอกไม้จุ่มลงในน้ำอุ่น

ทว่ามือคู่นั้นไม่ได้ผละจากเขา ยิ่งเลื่อนลงบนหลังเท้าและปลายนิ้ว

"เอ่อ" แดฮยอนก้มลงจับข้อมืออีกฝ่ายเบาๆ "...ผมควรจะทำเอง" เพราะแม้เท้าเขาจะไม่ได้สกปรกอะไร แต่การที่จะให้คนอื่นมาล้างให้นี่มันออกจะ...

"คุณควรจะอยู่เฉยๆ" คือคำตอบโดยที่เจ้าของมือวาดเบาๆบนผิวน้ำ แยกกลืบดอกไม้ออกจากกัน

...อาจจะเป็นปรกติของที่นี่ก็ได้ แดฮยอนแย้งในใจพลางปล่อยมือลงข้างตัว

แรงมือถูกใช้กับหลังเท้าและเส้นเอ็นโดยที่แดฮยอนได้แต่มองไปยังกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มที่ก้มลงต่อหน้าเขา "บังยงกุก"

เอ๋? "...ครับ?"

"ชื่อผมน่ะ ...เผื่อคุณอยากจะเรียก" แม้จะไม่เห็นหน้า แต่แดฮยอนรู้สึกว่าปลายประโยคนั้นติดจะอมยิ้มนิดๆ

ปลายเท้าถูกยกขึ้นและซับเบาๆด้วยผ้านุ่ม มือใหญ่ที่เรียวสวยจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นของผู้ชายยื่นมาเบื้องหน้าเขา แดฮยอนเม้มปากแต่ยอมให้ตัวเองถูกพยุงขึ้น

"นั่งหันหลังนะครับ" เสียงทุ้มเฉียดข้างใบหู แดฮยอนไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องพูดเบาขนาดนั้นในเมื่อดูแล้วห้องรอบๆนี้ไม่ได้ ถูกใช้แม้แต่ห้องเดียว

ต่อให้ร้องเรียกเสียงดังขนาดไหนคงยังไม่มีใครได้ยินด้วยซ้ำ...


...



เสียงน้ำไหลแว่วผ่านผนังกระจก

ทิวทัศน์สวนหย่อมและน้ำตกจำลองเบื้องหน้า

กรุ่นกลิ่นเทียนหอมรอบกาย

...สัมผัสเนิบช้าบนลาดไหล่

"ขออนุญาตินะ"

แดฮยอนพยักหน้าเงียบๆแล้วหลับตาลง ปลายนิ้วของคนแปลกหน้ากำลังคืบคลานบนร่างกาย แรงกดช้าๆบนต้นคอ... ลำคอ... ท้ายทอยและขมับทั้งสองข้าง

สัมผัสสลับหนักเบาที่เขาได้รับทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ...

อือ... ต้องขอบใจฮิมชานหน่อยแล้ว นานๆทีเพื่อนเขาก็ทำอะไรดีๆเหมือนกันนะ

แต่แดฮยอนกลับต้องประหลาดใจเล็กน้อยที่ถูกนวดเคล้นแม้บนใบหู

"เอนลงมาครับ"

แดฮยอนยังไม่ทันตอบอะไรตอนที่ฝ่ามือข้างหนึ่งทาบลงบนอกเขาแล้วกดลงด้านหลัง อย่างกระทันหัน ความรู้สึกวูบเพียงสั้นๆจบลงเมื่อต้นคอเขาสัมผัสกับลาดไหล่ของชายที่แนะนำ ตัวเองว่ายงกุก แผ่นหลังเขาสัมผัสกับเบาะนุ่มที่ถูกจับมารองไว้ก่อนแล้ว ขาสองข้างถูกรั้งให้เหยียดออก

"หายใจช้าๆ..." เสียงนั้นพูดจากบนหน้าผากและเริ่มนวดนิ้วเป็นเส้น

แต่แดฮยอนจะหายใจช้าได้ยังไง ...ในเมื่อตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าท่าทางของเขาสองคนจะถึงเนื้อถึงตัวไปหน่อย หรือเปล่า มันเหมือนเขาถูกยงกุกกอดอยู่แนบอกราวกับกล่อมเด็ก แต่เขาไม่กล้าแย้งเพราะไม่แน่ใจว่าปรกติคนอื่นก็ถูกนวดแบบนี้ไหม

"ทำไมเกร็งล่ะ" คำถามนั้นเจือแววขบขันอยู่ในที หลังจากปลายนิ้วแวะเวียนมาแถวซอกคอ

ตากลมโตเหลือบมองขึ้นด้วยสีหน้ารู้สึกผิด

ทว่าเสียงหัวเราะเบาๆกลับเงียบไป ...กลายเป็นเสียงกลืนน้ำลายดังอยู่ข้างใบหู "นั่งขึ้นหน่อยครับ"

ไหล่แดฮยอนถูกดันขึ้นนั่งหลังตรง ...กระดุมสองเม็ดบนเขาหลุดตั้งแต่ตอนไหน?

เสียงหายใจเข้าลึกของคนข้างหลังดังแว่วมา ก่อนมือคู่นั้นจะเคลื่อนเข้าทาบบนผิวเนื้อเขาอีกครั้ง คราวนี้บนท่อนแขนและข้อมือ

ปลายนิ้วไล้วนตามข้อต่อ บดขยี้ลงปลายนิ้ว ก่อนจะประสานทั้งฝ่ามือเข้าด้วยกัน ทุกนิ้วของมือซ้ายถูกนวดเฟ้นด้วยมือที่นุ่มและใหญ่กว่าเขามาก แม้เมื่อสลับเป็นด้านขวา แดฮยอนพยายามเลี่ยงไปมองทิวทัศน์ด้านหน้าแทนที่จะจดจ่อกับสัมผัสที่ไล่สูง ขึ้นเรื่อยๆ

"คุณหนาว แขนคุณเย็นมาก" เสียงยงกุกใกล้เข้ามาอีกครั้ง

แดฮยอนพยักหน้ารับแกมบ่น "...ชุดมันบางไปนะ ผมว่า"

ยิ่งหมอนวดที่แทบจะนั่งซ้อนหลังเขาอยู่ตลอดเวลาขยับลุกไป แดฮยอนยิ่งรู้สึกหนาว ทว่าเพียงไม่นาน แสงสว่างจากมุมด้านหน้าเขาเพิ่มขึ้น ยงกุกจุดเทียนเพิ่มให้ และในขณะที่คุกเข่าอยู่ข้างฟูกเจ้าของใบหน้าคมที่สะท้อนใต้แสงไฟหันมามองเขา

ทั่วทั้งตัว...

"ผมก็... ว่างั้นเหมือนกัน" ก่อนจะเป่าไม้ขีดไฟในมือจนดับ

แดฮยอนกลืนน้ำลายพลางก้มลงมองตัวเอง ...ให้ตาย เขาไม่ควรถอดเสื้อกล้ามออก "คงเพราะข้างนอกฝนตก..." เขาเสแก้ตัวเพื่อให้ยงกุกลืมภาพเมื่อครู่ที่คงต้องเห็นแน่ๆ

"ขอโทษ ที่ผมคงปรับอุณหภูมิให้ไม่ได้" แล้วคราวนี้ตัวเขาถูกอีกฝ่ายซ้อนหลังจนแทบสนิทจริงๆ เข่าสองข้างของยงกุกแยกอยู่ข้างสะโพกมน สองมือถูขึ้นลงกับแขนเขาด้วยเจตนาที่ไม่ควรจะแปลเป็นอย่างอื่นได้นอกจากคลาย หนาว

...หมอนวดที่นี่ใส่ใจลูกค้าชะมัด ถึงจะมือไวไปหน่อยก็เถอะ

"...อืม พอแล้ว" แดฮยอนขืนตัวเบาๆเป็นสัญญานว่าหมอนวดกำลังทำเกินหน้าที่

ยงกุกจึงยอมคลายมือ เสียงทุ้มหัวเราะในลำคอก่อนจะเริ่มกดปลายนิ้วตามแนวสันหลัง "...ส่วนใหญ่คุณทำงานกับคอมพิวเตอร์ ไม่ก็โทรศัพท์ใช่ไหม"

เขาพยักหน้ารับ "อินทีเรีย"

"งั้นก็เขียนแบบกับโต๊ะทีละนานๆ?" แดฮยอนพยักหน้าอีกครั้ง นึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ยงกุกเป็นคนพูดเก่งกว่าที่คาด แต่เขาไม่ได้รำคาญ กลับกันเสียอีก เสียงทุ้มนั่นรื่นหูราวกับเป็นเสียงกล่อม

ความรู้สึกผ่อนคลายกลับมาอีกครั้งจนแดฮยอนแทบเคลิ้ม จนกระทั่งแรงนวดนั้นกดลงสะบักไหล่ "อื้อ..." และยังเฟ้นแรงขึ้นเรื่อยๆที่จุดเดิม ฟันขาวกัดลงบนริมฝีปากล่างเพราะเขาพยายามจะอดทน ไม่อยากโวยเพราะมันจะทำให้ดูอ่อนแอเกินไป ลองขืนตัวก็แล้วแต่คนข้างหลังไม่ผ่อนแรงให้เลย จนเขาต้องยอมออกปาก "บะ ...เบาหน่อย ผมเจ็บ"

แรงมือนั้นผ่อนลงในทันทีจนเหลือเพียงการลูบเบาๆเท่านั้น "ครั้งแรกเหรอ"

แดฮยอนไม่ชอบคำถามนั้น มันฟังดูแปลกๆ "ผมไม่เคยทำแบบนี้"

ยงกุกหัวเราะในลำคอก่อนจะเริ่มนวดใหม่ "อ้อ ชินกับแบบอื่น"

แดฮยอนจะหันมาทำตาเขียวใส่ "เปล่า แบบไหนก็ไม่... โอ๊ย" แต่ว่าอีกฝ่ายทำเขาเจ็บจนแทบทรุดอีกครั้ง

"...ขอโทษครับ ถ้าไม่ทำแรงหน่อยมันจะไม่หาย ทนนิดนะ"

"...อือ" แม้จะพยายามรับคำ แต่การที่แดฮยอนสะดุ้งเป็นระยะ บวกกับปลายนิ้วที่กำแน่นอยู่กับชายเสื้อทำให้ยงกุกอดจะสงสารไม่ได้

"งั้นใช้วิธีนี้ดีกว่า..." มือใหญ่ข้างหนึ่งอ้อมมาด้านหน้า เพียงชั่วครู่เดียวกระดุมที่เดิมหลุดเพียงสองเม็ดกลับหลุดออกทั้งหมด

"คุณ" แดฮยอนจะหันมาห้ามแต่ยังช้าไปกว่าที่เสื้อตัวบางหลุดลงจากไหล่

"อะไรครับ?" เพียงรอยยิ้มกว้างจนน่าหมั่นไส้เท่านั้นที่เขาเห็น ก่อนสัมผัสของครีมอุ่นจะถูกชโลมไปทั่วแผ่นหลัง

กลิ่นหอมของดอกไม้ป่า...

"ผมแค่อยากให้คุณเจ็บน้อยลง"

แม้แดฮยอนจะไม่ชอบใจที่ตอนนี้รู้สึกเหมือนถูกล่วงเกิน ยอมรับว่าครีมอุ่นช่วยลดแรงเสียดของผิวเนื้อได้จริง แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ... ทำไมต้องยื่นหน้าเข้ามาใกล้หลังคอเขาขนาดนั้น จะนวดถนัดหรือไง แดฮยอนข่มตาหลับลง พยายามไม่มองเงาสะท้อนรางๆในกระจกที่คนสองคนดูราวกันจะซ้อนกันเป็นร่างเดียว

ยอมรับนะ ว่ายงกุกนวดเก่งมาก ...แต่เขายังไม่อยากเชื่ออยู่ดีว่าคนอย่างฮิมชานจะยอมถูกผู้ชายจับต้องร่างกายแบบนี้

"คลายเส้นส่วนนี้เรียบร้อยแล้ว ผมจะนวดคอกับบ่านะครับ" เสียงทุ้มนั้นปลุกเขาจากภวังค์

เขากระตุกชายเสื้อที่ถูกถอดกองอยู่กับพื้น "...ผมใส่เสื้อกลับได้มั