2013/Jul/13

Title: Lost & Found
Status: 1/?
Fandom: B.A.P
Pairing: Yongguk / Daehyun
Genre: AU, Drama
Rating: R
Warning: Boy / Boy, if it's not your thing please don't read.
Disclaimer: The boys not mine, no money made. 
For other chapters: [my fic index]
 
 
 
 
Lost & Found
by kiba kai
 
 
 
Chapter 1 : Haunted
 
 
 
กอดไม่อบอุ่น

จูบไม่รู้รส

สัมผัสแสนห่างเหิน

...เราเป็นใครกัน


.
.
.


ชายหนุ่มวัยกลางยี่สิบกระพริบตาลืมขึ้นในยามเช้า เปลือกตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งเพราะแสงสว่างที่จ้าเกินปรกติ เขาลืมปิดผ้าม่าน?

กล้ามเนื้อหัวไหล่ล้ากว่าส่วนอื่น บังยงกุกยันตัวขึ้นนั่งช้าๆ ผ้านวมผืนใหญ่ร่นลงไปกองที่หน้าตัก
ปลายนิ้วเรียวยาวนวดหนักๆบนขมับ

เมื่อคืนเขาดื่มมากไปหน่อยสินะ

ย่างก้าวของเท้าที่ไม่มั่นคงนักพาเขาไปที่โซนทำครัว น้ำเย็นขวดกลางพร่องไปกว่าครึ่งในการดื่มครั้งเดียว เขาก้มลงสำรวจตัวเองที่แม้จะเปลือยท่อนบนแต่ยังสวมกางเกงยีนส์แล้วหัวเราะเบาๆ

...ยังดีที่ไม่ได้หิ้วใครกลับมา

...

"คุณตื่นแล้ว..."

เสียงทุ้มเล็กๆที่ติดจะหวานเอ่ยขึ้นด้านหลัง เล่นเอาเจ้าของห้องชะงักไป ตาคมฉายแววตระหนกก่อนจะปรับลมหายใจแล้วหันมามองคู่สนทนา

เด็กหนุ่ม...

ตากลมโตกับผิวสีแทน

"ผมกลับล่ะ"

ริมฝีปากแดงอิ่มขยับเป็นคำถาม ทว่ายงกุกไม่รู้ว่าควรตอบอะไร เพราะตอนนี้เขาไม่แน่ใจว่าเคยเจอคนๆนี้มาก่อน...

...?

ฉับพลันแสงวาบสะท้อนหลังม่านตา...

...ใบหน้าหวานของเด็กหนุ่มคนนี้ในสถานการณ์อื่น

...

'ถ้างั้น ...ชื่อของคุณ'

'ยงกุก'

.

"...เดี๋ยว"

เพียงแต่เขาเรียกไว้ไม่ทัน เด็กหนุ่มในกางเกงสเลคดำกับเชิ้ตขาวที่มีลายพาดดำตามแนวกระดุมหันหลังออกจากห้องไปแล้ว

เสียงแหบแห้งในลำคอส่งไปไม่ถึง

...

และเพียงเขาหลับตาลงอีกครั้ง

เสียงที่คล้ายกับเด็กคนนั้นสั่นพร่าข้างใบหู

'อือ ...ยงกุก'

...

.

ไม่มีมากกว่านั้น

ความจำเรื่องเมื่อคืนดูเหมือนจะหายไปเกือบทั้งหมด

งานเลี้ยงปิดโปรเจค แปลนห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์เพิ่งทำการส่งมอบสำเร็จ เจ้านายเขาเลยเป็นเจ้ามือจัดเลี้ยงภายในบริษัท ทั้งเหล้า เบียร์ ไวน์

และอะไรอีกหลายอย่าง...

หญิงสาว

เด็กหนุ่ม

...

ให้ตาย

เขาเลือกอะไรมา



...




หลังจากคืนวันศุกร์ที่ผ่านไป และเสาร์อาทิตย์ที่ยงกุกใช้เพื่อทั้งลืมและจำช่วงเวลานั้น หลายครั้งที่เขาคิดจะโทรไปถามเพื่อนที่ทำงานว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้น แต่เขาไม่มั่นใจว่าอยากได้ยินคำตอบ

เช้าวันจันทร์มาถึงเร็วเกินไป และทันทีที่ยงกุกเปิดประตูเข้าไปที่ชั้น 20 ของอาคาร พนักงานหลายคนที่จับกลุ่มคุยกันอยู่ล้วนหยุดนิ่งแล้วหันมามองเขาเป็นตาเดียว ตาคมหรี่ลงแต่ไม่ได้เอ่ยปากถาม เขาไม่ใช่คนพูดเก่ง และตำแหน่งงานสถาปนิกที่ทำอยู่ให้อิสระจากการเข้าสังคมพอสมควร เขาได้แต่เดินไปที่แผนกตัวเองเหมือนปรกติ

ประตูกระจกใสที่กั้นห้องพอให้ยงกุกเห็นว่าเพื่อนร่วมแผนกมาถึงกันหมดแล้ว

"พี่ยงกุก... อรุณสวัสดิ์ครับ" มุนจงออบ รุ่นน้องที่เขาสนิทด้วยที่สุดทักทายตามปรกติ แต่ท่าทางลุกลี้ลุกลนที่เกินมาทำให้ยงกุกเอ่ยปาก

"จงออบ มีอะไร"

เด็กหนุ่มตาตี่อ้าปากจะถาม แต่แล้วกลับลากเขาไปที่ห้องชงกาแฟที่ตอนนี้ปลอดคนแล้ว

"ก็เอ่อ... คืนนั้น พี่ยงกุก... ผมถามได้มั้ย"

เขาถอนหายใจเบาๆพลางยกชอตเอสเพรสโซ่ออกจากเครื่องชง "ว่ามาสิ"

"พี่... กับคุณคนนั้น ...พี่ชอบผู้ชายเหรอ"

มือเรียวชะงักครู่หนึ่ง "ทำไมนายคิดแบบนั้น"

จงออบอ้าปากค้าง "พี่ยงกุก ผู้ชายธรรมดาที่ไหนจะกล้าทำขนาดนั้น ...แล้วนั่น"

"จงออบ" เขายกกาแฟดำขึ้นจิบ "พี่ไม่รู้ว่านายพูดถึงอะไร"

สถาปนิกรุ่นน้องถึงกับกุมขมับ

"พี่จำอะไรได้บ้างล่ะ..."

เรื่องที่จำได้...


...

.

สิ้นเสียงโห่ร้องของพนักงานร่วมบริษัทเป็นสัญญานการจบงานเลี้ยงฝั่งพีธีการ ท่านประธานหนุ่มไฟแรงเปิดประตูห้องด้านหลังพร้อมกับจูงมือสาวน้อยในรองเท้า ส้นแหลมคนหนึ่งออกมา เธอโปรยยิ้มทักทายแล้วบอกว่าเธอและเพื่อนๆจะมาช่วยให้งานคืนนี้สนุกยิ่งขึ้น

และเป็นดังว่า สาวงามเกือบยี่สิบคนทยอยกันออกมาทักทายหนุ่มโสดในงานที่ดูเหมือนจะไม่มีคนรักหรือไม่ก็ไม่ได้พามาร่วมงาน ใบหน้างามหมดจดกับเสื้อผ้าที่เรียบหรูราวกับออกมาจากแคทวอล์คแสดงให้เห็นว่า ท่านประธานอีจ่ายเงินไม่น้อยสำหรับงานเลี้ยงคืนนี้

สายตาคมจากจุดที่ไกลที่สุดมองเห็นหญิงสาวคนแล้วคนเล่าเข้าไปควงแขนเพื่อนร่วมโปรเจคของเขาอย่างไม่อิดออด

เหลือไม่กี่คนแล้ว

ยงกุกไม่ได้คิดอะไร

ไม่ได้คิดว่าหนึ่งในนั้นจะมาดื่มเป็นเพื่อนเขา

จนก่อนที่ประตูจะปิดลง

...เรือนผมซอยสั้นสีน้ำตาลอ่อน

โครงหน้าเรียวได้รูป...

เสื้อเชิร์ต...

ใบหน้านั่น

...ผู้ชาย?

.

"ให้ฉันดื่มเป็นเพื่อนนะคะ" สาวน้อยยิ้มหวานเข้ามาประชิดตัวเขา ยงกุกไม่ทันได้ตอบอะไร มัวแต่พะวงเงยขึ้นมองเด็กหนุ่มคนนั้น ทว่าดูเหมือนเขาจะมองหาใครอยู่ก่อนแล้ว

ตากลมโตกวาดมองไปทั่วด้วยสีหน้านิ่งเฉย ไร้การแต่งแต้มแม้รอยยิ้มใด

จนมาหยุดลงที่... เขา?

ยงกุกรีบเบือนสายตาหนี ...ก็แค่อยากดูให้แน่ใจว่านั่นคือผู้ชายก็เท่านั้น เขารับเหล้าที่หญิงสาวเติมให้และดื่มหมดไปในครั้งเดียว

ยงกุกขยับไปยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ริมกระจก โดยทั่วไปคงเชยชมทิวทัศน์ของเขตเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าและแสงไฟนับหมื่นพัน

แต่สิ่งที่ดึงสายตาเขาไว้ กลับเป็นสิ่งอื่น

นานแค่ไหนกันที่เขามองภาพสะท้อนของเด็กหนุ่มคนนั้น คนที่พยายามกลืนไปกับฝูงชน แต่น่าเสียดายที่ความพยายามนั้นสูญเปล่า

ใครเล่าจะละสายตา...

ร่างนั้นนั่งลงที่โซฟามุมห้อง ไม่มองหาใครอีกต่อไป ไม่ดื่มกินอะไร ราวกับมาที่นี่เพื่อจ้องตากับนาฬิกาเท่านั้น

จงออบเข้ามาหา...

...บทสนทนาที่เลื่อนลอย

หญิงสาวข้างกายจากไปแล้ว

แต่เขายังดื่มต่อไป

...

แก้วแล้ว แก้วเล่า

จนกระทั่ง

เขานั่งลง... บนโซฟา?

ข้างกายเขาคือใคร?

...กลิ่นหอมคล้ายหยาดน้ำหลังฝนตก

.

'ถ้างั้น ...ชื่อของคุณ'

.

'ยงกุก'



...



สถาปนิกหนุ่มลูบหน้าตัวเองหนักๆ "พี่จำได้แค่นั้น"

จงออบขยับเนคไทให้คลายลงเล็กน้อยก่อนจะกลืนน้ำลายแล้วเล่าตอนต่อ

"...พี่จูบเขา"

"นายดูผิด?" อาจจะคุยกันใกล้ไปหรืออะไรทำนองนั้น

"ไม่ใช่เลยพี่ ผมหมายความว่า ...จูบจริงๆ"

...จูบเหมือนจะกลืนผู้ชายคนนั้นเข้าไปทั้งตัว จูบโดยที่ไม่ใส่ใจเลยว่ารอบตัวจะเกิดอะไรขึ้น เพื่อนร่วมงานบางส่วนที่เห็นถึงกับทำอะไรไม่ถูก เสียงดนตรีในตอนนั้นยังคงดังต่อเนื่อง แต่เสียงที่จงออบได้ยินชัดยิ่งกว่าคือเสียงที่ลอดออกมาจากลำคอของคนทั้งคู่

...

.

"ผมเห็นแค่ตอนท้ายนั่น แล้วพวกพี่ก็พากันออกไป"

ยงกุกวางแก้วกาแฟลงแล้วนวดที่ขมับอีกครั้ง ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าควรตั้งคำถามกับอะไร

เพราะเมามากไป?

หรือเพราะสนใจเด็กนั่น?

รู้สึกแบบนั้นกับผู้ชายตั้งแต่เมื่อไหร่?

ถ้าอย่างนั้นแล้ว ...ฮโยซอง?

...ไม่หรอกน่ะ เมาขนาดนั้น เขาเองอาจจะขาดสติจนทำอะไรลงไป แต่เด็กนั่นไม่ได้ดื่มอะไรเลย

แล้วทำไม...?

.

'ผมกลับล่ะ'

.

น้ำเสียงเฉยชาที่ได้ยินเมื่อเช้ายังก้องในหู

...

"นายรู้ไหมว่าเขามาจากไหน"

จงออบส่ายหัวดิก "ลองไปถามเอชอาร์ดูไหมครับ รู้สึกว่าทางนั้นจะเป็นคนจัดงาน"

คำตอบที่ได้คือฝ่ายบุคคลรับผิดชอบเตรียมอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น 'อะไร' ที่นอกเหนือไปกว่านั้น ซีอีโอของพวกเขาเป็นคนหามาเอง

...ถ้าแบบนั้น เขาคงหมดสิทธิ์ถาม แม้ประธานบริษัทเขาจะยังหนุ่มมาก แต่ตำแหน่งเขาไม่ได้ใหญ่หรือสนิทเป็นการส่วนตัวพอจะตั้งคำถามทำนองนั้นได้

บ้าชะมัด...



...



เป็นอาทิตย์ กว่าที่คนในออฟฟิศถึงจะเลิกมองยงกุกแล้วกระซิบกระซาบลับหลัง เป็นอาทิตย์เช่นกัน กว่าจงออบจะไม่สะดุ้งเมื่อเขาจับไหล่ ...จะว่ายงกุกไม่ใส่ใจก็ไม่เชิง มันค่อนข้างน่ารำคาญ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

"รอด้วยครับ"

เสียงแหบห้าวของผู้ชายเรียกยงกุกที่อยู่ในลิฟท์ เขารอจนเสียงฝีเท้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า

...รองเท้าหนังแฟชั่น กางเกงยีนส์สีเข้ม เบลเซอร์แจ็คเก็ตดำทับบนเสื้อยืดขาว

คิมฮิมชาน?

ยงกุกเลิกคิ้วข้างหนึ่งแล้วปล่อยมือจากปุ่มเปิดประตูลิฟท์

"อ้าว สวัสดี ยงกุก" อินทีเรียไดเรคเตอร์ของบริษัทร่วมทุนที่เพิ่งปิดโปรเจคกันไปทักทายอย่างเป็น กันเอง ...แม้จะดูเหมือนสนิทสนม แต่นั่นคงเป็นเพราะนิสัยของฮิมชาน

"ครับ" ยงกุกพยักหน้ารับแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ

"เอ้อ จริงสิ งานเลี้ยงเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเป็นไงบ้าง เสียดายจัง ผมติดธุระกระทันหันเลยมาไม่ได้"

"ก็ดีครับ" เหมือนมีบางเรื่องที่เขาพยายามไม่นึกถึงจึงพยายามเลี่ยงไปเสีย ดีที่ลิฟท์เปิดชั้นที่เขาจะลงพอดีจึงขอตัวออกมาก่อน

สถาปนิกหนุ่มนั่งลงที่โต๊ะทำงานตัวเอง นึกถึงโปรเจคใหม่ที่บริษัทกำลังไปเจรจา ครั้งนี้อาจจะต้องร่วมงานกับคิมฮิมชานอีกแน่ เพราะคราวก่อนหมอนั่นโชว์ฝีมือจนเจ้านายเขาประทับใจ แม้เบื้องหลังนี่เกือบจะต่อยปากกันมาแล้วก็ตาม เจ้านั่นสั่งแก้งานโครงสร้างทั้งที่ตัวเองไม่มีสิทธิก้าวก่าย แต่ไปเสนอแบบจนเจ้านายเขาใจอ่อนยอมแก้ตาม และคนรับภาระเร่งงานหามรุ่งหามค่ำก็คือทีมของเขา เพราะงั้นจะให้ปั้นหน้ายิ้มแย้มทักทายกลับไปนั่น ขอทีเถอะ เขาทำไม่เป็น

แต่โชคไม่ดีเอาเสียเลย สายวันนั้นยงกุกได้รับข้อความว่าประธานอีเชิญไปทางอาหารเที่ยง เค้าลางหายนะเริ่มก่อตัวเมื่อเขาไปถึงห้องอาหารชั้นบนสุดของตัวตึก แล้วพบว่าท่านประธานมีเพื่อนร่วมโต๊ะและอาหารอยู่ก่อนแล้ว

"สวัสดีอีกครั้งครับ ยงกุก" ฮิมชานยิ้มอย่างสุภาพพลางเอี้ยวตัวมาทักทาย

"คงคุ้นเคยกันดีแล้วนะ ผมมอบหมายบังยงกุกเป็นเฮดโปรเจคใหม่ของเรา และเรียกใช้บริการคุณคิมอีกครั้ง ถ้างานนี้ผ่านไปด้วยดีเช่นเคย ผมจะได้พิจารณาสนับสนุนงบประมาณปีต่อๆไปให้บริษัทคุณคิมเป็นการถาวรเสียเลย ฮ่าๆ" ประธานอีและคิมฮิมชานหัวเราะร่วนและชนแก้วเบียร์แสดงความยินดี ส่วนยงกุกได้แต่จิบเบาๆและวางลงเท่านั้น

"เราคงต้องติดต่อกันบ่อยขึ้น ถ้ายังไงเลขาผมอาจจะโทรหาคุณนะ" หลังมื้ออาหาร คิมฮิมชานลุกขึ้นยืนติดกระดุมเสื้อนอกแล้วยื่นมือมาให้จับ ซึ่งยงกุกเพียงแค่หยิบนามบัตรส่งให้กับมือนั้นแทน

"ตามคุณสะดวกก็แล้วกัน"



...



คำว่า 'ตามสะดวก' ที่แจ้งแก่คิมฮิมชานไป

ไหนเลยจะกลายมาเป็นเช่นนี้

...

โทรศัพท์ของยงกุกมีสายเรียกเข้าที่ไม่ทราบชื่อ เขากดรับและตอบไป ทว่าน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจของปลายสายนั่นมัน...

"ยงกุก? ยงกุกใช่ไหมคะ?"

...เสียงที่เขาคงลืมไม่ลงแม้จะพยายามสักแค่ไหน

"...ฮโยซอง"

เสียงถอนหายใจ... และอารมณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทำให้เขาต้องหลับตาลง "ยงกุก... คุณทำแบบนั้นกับฉันได้ยังไง... คุณหายไปเลยได้ยังไง คุณทิ้งฉันทำไม ...ยงกุก"

คนถูกตั้งคำถามหมดเรี่ยวแรงจะตอบ แผ่นหลังทิ้งลงกับพนักเก้าอี้

...เปล่าประโยชน์สิ้นดี

สุดท้าย ฝันร้ายของเขาก็ยังไม่จบ

...ถึงขั้นเปลี่ยนงาน

เปลี่ยนที่อยู่

เบอร์โทรศัพท์

ผ่านมาครึ่งปี เพื่อจะกลับมายืนที่เดิม?

"คุณเอาเบอร์มาจากไหน" เขาปฏิเสธจะตอบแม้สักคำถาม

ปลายเสียงสะอื้นเบาๆ "ฉันเป็นเลขาของคุณคิม"

บ้าชะมัด

"คราวหน้ากรุณาคุยแต่เรื่องงานเท่านั้นครับ"

เขากดตัดการสนทนาโดยไม่รับฟังอะไรอีก แม้จะมีสายเข้ามาอีกกี่ครั้ง เขาทำเพียงแค่นั่งมองแสงไฟกระพริบอย่างเงียบเชียบเท่านั้น

...

การนัดหมายครั้งถัดมาเพื่อการประชุมนัดแรกกับคิมฮิมชานเกิดขึ้นโดยผ่านเลขาของทั้งสองฝ่ายเท่านั้น หลังจากได้รับโปรเจค ประธานอีจึงได้ย้ายห้องทำงานให้ยงกุกเป็นห้องเดี่ยว พร้อมทั้งเลขาสาวที่ดูสุภาพเรียบร้อยชื่อว่าซองจีอึน

"เจ้านายมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ" จีอึนเลียบเคียงถามขณะนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับของยงกุก

"ไม่นี่ครับ"

จีอึนกลืนน้ำลายเบาๆ คุณบังเป็นคนพูดน้อยอย่างที่ได้ยินมาตอนสัมภาษณ์งานเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่นี่มันไม่น่าอึดอัดไปหน่อยหรือไง

ยงกุกปรายตามองผู้ร่วมทางที่เสนั่งดูอเจนดาเสียเป็นนานทั้งที่มันสั้นนิดเดียว... "คุณจีอึน"

"คะ?"

"ผมดูโปรไฟล์ของคุณแล้ว เราเกิดปีเดียวกัน คุณเรียกผมว่ายงกุกก็ได้ครับ"

สีหน้ากังวลถูกปัดเป่าไปด้วยรอยยิ้มที่เข้ามาแทนที่ "ค่ะ คุณยงกุก"

...

อาคารสำนักงานขนาดกลางทว่าได้รับการตกแต่งในรูปแบบเรียบหรูแต่ทันสมัย เพดานสูงโปร่งรับแสงสว่างจากภายนอกแต่มีการเดินน้ำไหลในโซนรับแขกเพื่อลดอุณหภูมิตามหลักสถาปัตยกรรม

ซองจีอึนแจ้งแก่พนักงานต้อนรับว่าเจ้านายของเธอมาพบคิมฮิมชานตามนัด และได้รับอนุญาติให้ขึ้นไปรอที่ห้องประชุมเล็กที่ติดกับห้องส่วนตัวได้เลย ลิฟท์พาคนทั้งคู่ขึ้นไปชั้นห้าที่เป็นชั้นบนสุด ประตูเปิดออก และโต๊ะทำงานที่อยู่ใกล้ที่สุดนั่น

จอนฮโยซอง

บังยงกุกหลับตาลง

...อดีตคนรักของเขายังสวยสง่า

ใบหน้าอันงดงาม

...แต่ในใจนั้นช่างบิดเบี้ยวเกินกว่าที่เขาจะทนมองไหว

"ยงกุก" เธอร้องเรียก

"ถ้ามีหัวข้อการประชุมเพิ่มเติม ขอให้แจ้งแก่คุณจีอึนนะครับ" เขายืนนิ่ง และมองตรงไปข้างหน้า ไม่อยากมีใครอยู่ในสายตาอีกแล้ว

แม้จีอึนจะไม่ทราบตื้นลึกหนาบาง แต่พอจับกระแสความหมางเมินนั้นได้ เธอยืนกั้นระหว่างกลางพลางเอ่ยปากขอให้เจ้านายของเธอรอในห้องประชุม และขอให้ฮโยซองแนะนำวิธีการใช้โปรเจคเตอร์ให้เธอด้วยตัวเอง

ยงกุกปิดประตูและยันกายอยู่หลังแผ่นไม้ใหญ่ ราวกับว่ามันจะแยกเขาออกจากโลกที่เขาไม่อยากเผชิญได้

...

ครั้งสุดท้ายที่พบกับฮโยซอง ยงกุกยังจำได้ดี

กอดไม่อบอุ่น

จูบไม่รู้รส

สัมผัสแสนห่างเหิน

...เราเป็นใครกัน

คำพูดของหญิงสาวที่ควรจะรักเขาที่สุด

ริมฝีปากคู่นั้นทำอะไรกับใครลับหลังเขา

มือเรียวขยับเนคไทให้คลายลงเล็กน้อย เพราะเขารู้สึกราวกับคนป่วยที่ขาดอากาศ เขาวางกระเป๋าเอกสารและนั่งลงช้าๆที่มุมหนึ่งของห้องประชุม

โดยมิพักหายใจ ประตูบานเล็กอีกฝั่งถูกเปิดออก

คิมฮิมชาน...

มือข้างหนึ่งยังจับค้างที่ลูกบิดประตู

ส่วนอีกข้างฟอนเฟ้นอยู่บนส่วนโค้งงอนบนกางเกงสีดำของเด็กหนุ่ม

ริมฝีปากยังพะวงไล่ต้อนอีกฝ่าย

เสียงดูดกลืนสะท้อนชัดในความเงียบ

เสี้ยวใบหน้าของบุคคลที่สามมีเพียงหัวคิ้วที่ขมวดมุ่น แพขนตาพริ้มหวามในสัมผัส

ริมฝีปากบวมอิ่มไล้ลงบนลำคอของฮิมชานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

"อืม พอก่อน ผมมีประชุม..." เสียงแหบปรามช้าๆก่อนจะหันมาเห็นว่ามีคนอยู่ในห้องประชุมก่อนแล้ว "เอ่อ... ยงกุก"

ตากลมโตลืมขึ้นในทันที
 
.

ใบหน้างามผินเชื่องช้า
 
.
 
'คุณตื่นแล้ว'
 
.
 
.

"ผมกลับล่ะ"














tbc.