2013/Jul/21

Title: Lost & Found
Status: 2/?
Fandom: B.A.P
Pairing: Yongguk / Daehyun
Genre: AU, Drama
Rating: R
Warning: Boy / Boy, if it's not your thing please don't read.
Disclaimer: The boys not mine, no money made. 
For other chapters: [my fic index]
Note: the song that inspired the whole story : EXO-M - Heart Attack [ here ]
 
 
 
Lost & Found
by kiba kai
 
 
 
 
 
"เอ่อ... ยงกุก"

ตากลมโตลืมขึ้นในทันที

ใบหน้างามผินเชื่องช้า

'คุณตื่นแล้ว'

.

"ผมกลับล่ะ"




Chapter 2 : Lingered




letting my heart that was beating like explosions
become quiet in one second by this ...heart attack





ความรู้สึกที่เหมือนคนจมน้ำเป็นอย่างไร บังยงกุกเข้าใจมันดี ...อึดอัด หายใจไม่ออก

มืดบอด

ทรมาน

แต่สิ่งที่เขาไม่เข้าใจ ว่าทำไมความรู้สึกที่เกิดขึ้นเพราะฮโยซองถึงได้ไม่ทุเลาลงเลย ยิ่งอยู่ต่อหน้าสถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วนเช่นนี้

ตากลมโตมองเขาเพียงผาด ก่อนจะผละจากไป

"เดี๋ยว"

เสียงเรียกจากยงกุกไม่ได้หลุดรอดจากลำคอ หากแต่เป็นของเจ้าของห้อง "ผมจะไปส่ง" บางสิ่งที่เจือในน้ำเสียงทำให้ยงกุกรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน

เด็กหนุ่มหยุดลงครึ่งก้าว รอยยิ้มกระตุกเบาบนมุมปาก "คุณมีแขก"

คิมฮิมชานลังเล รู้ดีว่าทุกคำพูดกำลังบั่นทอนความเป็นมืออาชีพต่อหน้าผู้ร่วมงาน แต่ว่า... "ผมจะได้เจอคุณอีกใช่ไหม"

เสียงทุ้มหวานเอ่ยเพียงประโยคเดียว

"นั่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับผม"

...

เป็นการประชุมที่ดูไร้ความหมายสิ้นดี เมื่อคิมฮิมชานที่เคยพรีเซนต์โปรเจคด้วยความคล่องแคล่วและเต็มไปด้วยพลังใน การโน้มน้าว กลับปล่อยให้จอนฮโยซอง เลขาของเขานำเสนอไปตามสไลด์เท่านั้น

ฝ่ายสถาปนิกนั้นยิ่งกว่า บังยงกุกหมุนเก้าอี้มองจอภาพเพียงอย่างเดียวและทอดสายตามองข้อความบนสไลด์ ราวกับคนพูดไร้ตัวตน ซองจีอึนเลขาของเขาคอยโน้ตและตั้งคำถามในจุดที่คลุมเครือ จนดูเหมือนว่าคนทำงานมีเพียงหญิงสาวทั้งสองเท่านั้น

ในใจของชายสองคน ถูกครอบคลุมด้วยปัญหาต่างกัน แต่ประโยคที่ว่าการจะได้พบเด็กหนุ่มคนเมื่อครู่อีกหรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจ้าตัว ย่อมหมายความว่า

'ลองหาทางพยายามดูเอง' สำหรับฮิมชาน

และ

'สองคนนี้ไม่ได้เป็นคู่รักกัน' สำหรับยงกุก ...แต่อีกเรื่องที่เขาจะลืมไม่ได้ ตอนที่เด็กหนุ่มพูดประโยคนั้น

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนทอดมองมาที่เขา




...




แสงสีกระจัดจาย

พายุพัดหลังม่านตา

...เสียงเต้นของหัวใจ รุนแรงราวกับกระแทกอยู่ในอก

ลำคอแหงนเริ่ดขึ้น

...เพดานห้อง?

แสงส้มอ่อนข้างเตียง

...

มือข้างหนึ่งวาดพบเพียงความว่างเปล่าของฟูกนอน

แต่อีกข้าง...

สัมผัสนุ่มของกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนในซอกนิ้วทั้งห้า

ความอ่อนนุ่มราวเบาะกำมะหยี่ประทับต่ำลง...

เลื่อนต่ำลง

.

กลืนกิน...

...ลึกล้ำ

แทบขาดใจ

...

ตราบจนดอกไม้ไฟประทุขึ้น พร่าขาวจนหมดสิ้น

ตาคมฝืนลืมขึ้นมอง พลันสบกับใบหน้างามที่ไม่อาจลืม

เด็กหนุ่มนั่น...?

ลิ้นเล็กสีแดงสดไล้เลียรอบเรียวปาก

ปลายนิ้วปาดเช็ดหยาดน้ำที่เหลือล้นข้างแก้ม

ไฟในดวงตายังไม่มอดดับ

มือใหญ่เอื้อมกระชากบนสาบเสื้อ

เขา... เป็นคนทำ?

.

บังยงกุกสะดุ้งตื่น

ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นลูบใบหน้า เมื่อครู่นี้มันอะไรกัน? ชัดเจนจนน่ากลัว ...ถ้านี่ไม่ใช่แค่ความฝัน เพราะเสียงฉีกขาดของเส้นด้ายนั้นยังสะท้อนก้องอยู่ในหู

ถ้าหากว่าจริง...

ยงกุกหันมองไปรอบเตียงโดยปฏิเสธที่จะรับรู้ถึงความผิดปกติของร่างกาย เขากวาดหาบางอย่างบนพื้น

หลักฐาน...

.

กระดุมสีดำนอนนิ่งอยู่มุมห้อง


...



ฝันร้าย

หรือฝันดี?

สถาปนิกหนุ่มมาถึงห้องทำงานตามปรกติ ดื่มกาแฟที่เลขาซองชงมาให้ สายตากวาดมองดีไซน์อ้างอิงจากการประชุมกับคิมฮิมชาน

...ไม่มีอะไรเข้าหัว

ครึ่งวันเช้าเขาทำได้แค่รวบรวมรายชื่อทีมงานที่ต้องการสำหรับโปรเจคใหม่ แม้มุนจงออบรุ่นน้องคนสนิทไม่เอ่ยขอเข้าร่วมแต่เขาก็ตั้งใจเช่นนั้นอยู่แล้ว

ยงกุกถือแฟ้มเอกสารไปหน้าห้องของท่านประธานด้วยตัวเอง ถึงไม่คิดว่าจะได้เข้าพบ แต่ดูเหมือนประธานอีจะมีเวลาว่างพอดี

"ยงกุก ว่าไง ติดขัดอะไรไหม" ซีอีโอหนุ่มผายมือให้สถาปนิกมือทองนั่งลง

"ไม่ครับ ทุกอย่างเรียบร้อย"

พูดน้อยตามเคย... คนเป็นนายยิ้มแล้วเซ็นอนุมัติบุคลากรที่ถูกเลือกมาอย่างดี ...อืม แต่ติดปัญหาอยู่นิดหน่อย "เวลาว่างคุณทำอะไรหรือ ยงกุก?"

สถาปนิกหนุ่มเลิกคิ้วกับคำถามที่ออกจะดูแปลกสำหรับฐานะของคนตรงหน้า "ไม่มีอะไรเป็นพิเศษครับ" เขาตอบไปและรู้สึกได้ว่าออกจะเสียมารยาท เพราะมันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย "...ส่วนใหญ่จะขับรถเล่น ไม่ก็อ่านหนังสือครับ"

"มีคนรักมั้ย" แฟ้มสีดำถูกเลื่อนส่งกลับมาครึ่งทาง

มือเรียวชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะลากแฟ้มกลับมา

"อ่า คุณไม่พอใจสินะ ขอโทษที แต่ผมแค่..."

"เลิกไปแล้วครับ" ยงกุกจำใจตอบ ...ช่างเถอะ บางทีการพูดออกมามันอาจจะดีกว่า

ประธานหนุ่มยิ้มกว้าง "โอ้ งั้นดีเลย ผมอยากจะพาคุณไปเปิดหูเปิดตาบ้าง"

เจ้านายเขาเป็นเสือผู้หญิง ใครบ้างจะไม่รู้ ถามดักมาขนาดนี้ก็คงหมายถึงปาร์ตี้แบบครั้งนั้น...

ใช่

หรือว่าเขาจะลองถามดู?

...เด็กนั่นมาพร้อมกลุ่มผู้หญิง

ยงกุกลอบกลืนน้ำลาย เพราะรู้ว่าไม่สมควรถาม

...แต่หากพลาดโอกาสนี้ไป

"ท่านประธานอี ผมขอถามอะไรสักข้อได้ไหมครับ"

เจ้าของห้องเอนลงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายลงมาก "ว่าไปสิ"

"งานเลี้ยงปิดโปรเจคเมื่อเดือนก่อน..."

หากว่าลังเล

"คนที่ท่านพามา..."

"อ้อ สาวๆพวกนั้นเหรอ ทำไมล่ะ ติดใจหรือไง คุณยงกุก ฮ่าๆ"

"...มีผู้ชายอยู่คนหนึ่ง" คนที่ยอมให้ฮิมชานแตะต้องเนื้อตัว

"อ้อ พ่อหนุ่มหน้าหวาน..." ประธานอีตอบหลังจากเคาะนิ้วลงบนโต๊ะไม้ "ผมพามาให้ฮิมชานน่ะ อ่า อย่าเอ็ดไปล่ะที่เขามีรสนิยมแบบนั้น แต่ให้ตายเถอะ ค่าตัวเด็กนั่นคนเดียวสูงกว่าผู้หญิงทั้งงานรวมกันอีก"

ตาคมเบิกกว้างขึ้น ...พามาให้ฮิมชาน? แต่ว่าคืนนั้นคิมฮิมชานติดธุระจึงไม่มางานเลี้ยง

แล้วค่าตัว?

"หมายความว่า..."

"ใช่ เขาเป็นเอสคอร์ท รู้สึกจะชื่อ..." ประธานอีขมวดคิ้วยามใช้ความคิด

"จองแดฮยอน"





...






กริ๊ก...

.

เสียงน้ำแข็งทรงลูกบาศก์ก้อนบนเลื่อนตัวลงกระทบก้อนล่าง

แก้วใสที่เหลือเครื่องดื่มเพียงกึ่งหนึ่งถูกวางทิ้ง ราวกับเป็นของประดับ

"แดฮยอน..." เสียงเรียกที่เจ้าตัวได้ยิน แต่ไม่ยอมตอบรับ "คุณแดฮยอน ...ฟังผมอยู่หรือเปล่าครับ"

กว่าสิบนาที ตากลมโตเพิ่งได้ละจากน้ำแข็งก้อนบน

ในเลาจน์วีไอพีห้องสุดท้ายของรีสอร์ทริมแม่น้ำใจกลางเมืองหลวง จองแดฮยอนนั่งฟังคำอวดอ้างถึงทรัพย์สิน หน้าที่การงาน และความสามารถในการบริหารมาพอแล้ว

"ครับ ทริปยุโรปของคุณน่าสนุกมาก" ชายหนุ่มโปรยยิ้มบางแล้วยกแก้วเหล้าจืดชืดแนบริมฝีปาก

"ถ้าหากคุณสนใจ... เราไปด้วยกันดีไหม" ร่างสูงใหญ่ของชายผู้มั่งคั่งเคลื่อนเข้าใกล้ ช่องว่างบนโซฟาตัวนุ่มลดน้อยลงทุกที "ผมอยากพาคุณไป" คำขอถูกกระซิบลงข้างหู

เด็กหนุ่มมิได้ปัดปัองแต่อย่างใด ทั้งริมฝีปากที่ประทับลงไปทั่วราวกับเป็นเจ้าของ ขบกัดไม่เว้นว่าง มือที่สัมผัสอย่างจาบจ้วง จากนอกเนื้อผ้าล้ำเข้าด้านใน

ลำคอเรียวแหงนโค้งให้อีกฝ่ายโลมเลียตามอารมณ์

เสียงหายใจหนาหนัก ...กับอีกฝ่ายที่ยังสงบนิ่ง

ตากลมโตหลับลง

แก้วเหล้าที่เหลือในมือถูกสะบัดหนึ่งครั้ง

เสื้อเชิร์ตขาวส่วนที่โดนน้ำเปียกกว้างเป็นวงใหญ่อยู่เหนือหน้าท้อง

"อา แบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ผมต้องขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อ"

วงแขนยังพยายามกระชับเข้า "แดฮยอน..." ชายหนุ่มที่มองอยู่กลืนน้ำลาย นี่มันยิ่งทำให้...

"เวลาคุณหมดพอดี ยังไงเจอกันคราวหน้านะครับ" แดฮยอนเสมองนาฬิกา แม้จะสบกับสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียดาย "ส่วนเรื่องจะพาผมออกไปข้างนอก มันมีข้อบังคับอยู่" เขาส่งยิ้มที่น่ามองกว่าครั้งใดในคืนนี้ พลางปลดข้อมือที่เกาะกุมเขาออกอย่างสุภาพ

"ผมจ่ายไหว บอกตัวเลขมาได้เลย"

น้ำเสียงอ้อนวอนอยู่ในทีไม่ได้ทำให้เขาใจอ่อน ริมฝีปากอิ่มยกยิ้ม "อืมม ผมรู้ แต่คุณต้องลองขออนุญาตจากบอสของผมด้วยนะครับ"

และยินยอมเพียงแค่ให้อีกฝ่ายมองมือเขาที่กำลังปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ด

"...แล้วผมจะรอ"



...




ประตูบานกระจกใสขนาดใหญ่ถูกเปิดออกด้วยการ์ดในสูทดำสองคน ทันทีที่จองแดฮยอนในชุดหลุ่ดลุ่ยเดินออกมา หนึ่งในนั้นเอนศีรษะไปในห้องเชิงถามว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ เขาโบกมืออย่างไม่ใส่ใจพลางเดินกลับห้องที่อยู่อีกฟากของรีสอร์ท

รองเท้าหนังย่ำบนทางเดินหินอ่อนที่ทอดยาว แนวประตูห้องรับรองที่เรียงรายตีคู่เสมอไปกับทิวทัศน์ของแม่น้ำยามค่ำคืน ผ่านผนังกระจก แสงไฟประดับของสวนริมน้ำในส่วนของรีสอร์ทเองแม้สลัวแต่แดฮยอนยังชำเลืองเห็น คู่หญิงชายกอดก่ายหลังซุ้มวิสทีเรีย

เขากลอกตาแล้วหันขวาเพื่อขึ้นบันไดเวียน ระหว่างทางพบเพื่อนร่วมงานประปรายทั้งชายหญิง แม้สีหน้าจะดูสงสัยกับการแต่งกายของเขาแต่ไม่มีใครเอ่ยปาก

ยากนักที่จะทักทายกัน

ห้องของแดฮยอนอยู่ชั้นบนสุดของอาคาร บนชั้นนี้มีเพียงแค่ห้องส่วนตัวของบอส ห้องทำงานและห้องพักของพนักงานอีกสองสามคนที่มีค่าตัวสูงพอๆกับเขา แน่นอนว่าบางคนก็มีบ้านหรือคอนโดที่อื่นด้วย จะเข้ามาทำงานเป็นบางวัน หรือวันที่ 'ถูกเรียก' เท่านั้น

แต่แดฮยอนอาศัยอยู่ที่นี่

เขาเป็นคนเดียวไม่ได้ซื้อหาที่อยู่อื่นแม้จะมีรายได้พอ หรือมีกระทั่งคนเอากุญแจมาให้เขาเปล่าๆ ไม่ใช่ว่ารักงานบริการประเภทนี้นักหนา

แต่เขาไม่มีอะไรที่ต้องการมากกว่า

รักมากกว่า

ไม่มีเลย...

.

ประตูรหัสถูกเปิดออก มือบางปลดเสื้อที่เปียกชื้นลงจากไหล่ ย่างเท้าเข้าไปในห้องแต่งตัวแล้วพบว่าแม่บ้านเอาชุดที่ส่งซักรีดมาจัดให้ใหม่แล้ว แดฮยอนเลื่อนมือไปตามราวผ้าเพื่อหาเสื้อเชิร์ตสีขาวที่ผ้าหนาที่สุด

จนไปหยุดที่ตัวสุดท้าย

เสื้อขาวสาบดำที่ไม่มีกระดุมเม็ดล่าง

...แม่บ้านคงเอาไปซ่อมให้แล้วเลาะกระดุมไปเย็บข้างบนแทน

ในใจไพล่นึกไปถึงคืนที่มันขาด

.

...มีไม่บ่อยที่เขาออกไปทำงานนอกสถานที่

'ปรกติฉันไม่ทำแบบนี้ แต่ครั้งนี้เธอช่วยหน่อยได้ไหม คนสนิทของฉันขอมา' เป็นคำถามของบอส ที่จริงจะสั่งมาเลยก็ได้ เพราะเขาเชื่อว่าแขกที่ว่าคงสำคัญมากพอ ...ถ้าบอสเห็นว่าเขาทำประโยชน์ได้

ผิดจากที่คาด

คนที่พาเขาออกไปไม่ใช่ผู้ชายคนที่เขาได้รับรูปถ่ายมา ...ไม่ใช่คิมฮิมชาน

...แต่ว่า

...

มือบางลูบลงตามเนื้อผ้า

.

'...ช้าไป'

เสียงทุ้มต่ำคำรามเมื่อเสื้อบนร่างถูกกระชากขาด

ฝ่ามือใหญ่รั้งบั้นเอวเขาขึ้นจากพื้นพรม

เข่าทั้งสองถูกแยกกว้างบนพื้นฟูก

...เข็มขัด

กางเกง...

ไม่มีสิ่งไหนถูกปลดได้เร็วพอ กางเกงยีนส์ของฝ่ายตรงข้ามจึงยังค้างบนหน้าขา

และเขาได้รู้ ว่าคนตรงหน้าไม่เคยแตะต้องผู้ชายมาก่อน เพราะความรีบร้อนดันทุรังที่เขาห้ามแทบไม่ทัน

ความร้อน

...แรงเสียดสี

ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

.

อดอยากมาจากไหน

.

แต่ว่า...

...อ้อมแขนสุดท้ายที่รัดจนเขาแทบแหลกละเอียด

ราวกับกลัวว่าคนที่กอดอยู่ จะหายไปต่อหน้า

ราวกับว่ากลัวจะถูกทิ้งไว้

ในเสี้ยวหนึ่งของความคิดกลับมีคำถามหนึ่งผุดขึ้น ...คนที่เขาเล่นเป็นตัวแทนอยู่นี้คือใครกัน

.

จองแดฮยอนหลับตาลง ไม่สิ เขาไม่ควรสงสัย ความอยากรู้อยากเห็นนำภัยมาให้เสมอ

...

ชื่อยงกุกสินะ

คิดเสียว่าทำทาน



...



"คุณคิมแจ้งว่าขอเลื่อนนัดประชุมเย็นนี้ออกไปค่ะ ฝากขอโทษมาด้วยเพราะกระทันหันไปหน่อย" ซองจีอินแจ้งข้อความหลังจากวางแก้วกาแฟยามบ่ายให้เจ้านายของเธอ

ยงกุกเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจก่อนจะกล่าวขอบคุณ แผ่นหลังกว้างทิ้งตัวลงกับพนักเก้าอี้ยามอยู่ลำพัง เขาครุ่นคิดบางอย่างก่อนจะเปิดลิ้นชักบนสุด

บัตรสีดำด้านสกรีนเงาตัวอักษรไม่กี่ตัว เขาหยิบขึ้นมาเอนให้แสงกระทบจึงอ่านได้เป็นคำว่า 'รอยัลเมมเบอร์การ์ด'

.

'เสียดาย ผมไม่รู้ว่ามาก่อนว่าคุณมีรสนิยมคล้ายฮิมชาน เลยไม่ได้หาคนมาเผื่อคุณ เอางี้ เอาเมมเบอร์การ์ดของผมไป ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายนะ'

เจ้านายของเขาตัดพ้อและยัดบัตรใบนี้ใส่มือมาให้เมื่อหลายวันก่อน แม้จะพยายามปฏิเสธเรื่องรสนิยมแต่ก็ดูจะไม่เป็นผล ยงกุกพอเข้าใจคอนเสปต์กว้างๆว่าบัตรนี่ใช้ทำอะไร

และสามารถจะพาเขาไปพบใคร

'จะได้พบอีกไหม'

'นั่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับผม'

ที่พูดแบบนั้นเพราะอย่างนี้เองสินะ

เพราะเป็นเด็กขาย เลยเลือกลูกค้าไม่ได้? เอสคอร์ท โฮสต์ เด็กขาย เรียกให้สวยหรูแค่ไหน สุดท้ายก็ความหมายเดียวกัน... จบเหมือนๆกัน
 
.
 
'ผมกลับล่ะ'
 
.
 
พอใจแล้วก็แยกจาก...

ทั้งเขา

ทั้งฮิมชาน

...

ยงกุกมองเห็นใบหน้าสุขสมของเด็กนั่นตอนถูกฮิมชานแตะต้อง

แต่จำได้เพียงใบหน้าเย็นชายามอยู่กับเขา

.

ปลายนิ้วเรียวยาวดีดบัตรสีดำเล่น




...




"ประธานของอีกรุ๊ป?"

พนักงานต้อนรับหน้าประตูรับบัตรสีดำจากมือยงกุกแล้วตั้งคำถาม เพราะเขาคุ้นหน้าเจ้าของบัตรตัวจริงดี

"เขาให้บัตรผมมา" เสียงทุ้มตอบไปตามความจริง จะเข้าได้หรือไม่ก็ช่างเถอะ สถานที่แบบนี้

"ปรกติแล้วก็แทนกันไม่ได้นะครับ ...แต่เจ้าของบัตรนี้สนิทกับบอสมาก ผมต้องส่งเรื่องขึ้นไปก่อน คุณรอสักครู่"

บังยงกุกพยักหน้าแล้วถอยออกไปยืนสูบบุหรี่ด้านนอก

เขาอัดควันเข้าปอดแล้วเงยหน้ามองสิ่งปลูกสร้างตรงหน้า ส่วนอาคารต้อนรับราวกับรีสอร์ทหรูทั้งที่อยู่ใจกลางเมืองแท้ๆ สถานที่แบบนี้เองที่ล้อมพื้นที่ส่วนโค้งที่สวยที่สุดของแม่น้ำฮัน โครงสร้างเน้นกระจกและความโปร่งทั้งที่เป็นสถานที่เริงรมย์

ในใจลองตีราคารถที่จอดเรียงรายอยู่ด้านนอกเล่นฆ่าเวลา

ไมลด์เซเว่นหมดไปหนึ่งมวน เขาทิ้งมันลงพื้นและดับด้วยส้นของรองเท้าหนัง

...

คิดบ้าอะไรถึงได้มาที่นี่

เขาโคลงหัวเบาๆราวกับเยาะตัวเอง

ตั้งใจเดินกลับไปเอารถแต่พนักงานต้อนรับคนเดิมวิ่งหน้าตาตื่นมาเสียก่อน

"ขออภัยที่ทำให้เสียเวลานะครับ เชิญในเลาจน์วีไอพีได้เลย"

คราวนี้เขาแทบจะได้รับการโค้งคำนับจากพนักงานต้อนรับทุกคนตามทางเดิน

"...ไม่ทราบว่าคุณจะเจาะจงใครเป็นพิเศษหรือเปล่า"

ตาคมกวาดมองไปรอบๆตั้งแต่ผ่านล็อบบี้มา เขาเห็นว่าที่นี่มีพนักงานทั้งหญิงและชาย ยิ่งเดินลึกเข้าไป พนักงานต้อนรับที่พาเขาเดินยิ่งแนะนำว่าเอสคอร์ทในห้องหลังๆนี้ 'ราคาสูง' กว่า

แล้วถ้า...

"จองแดฮยอน"

จังหวะเดินของผู้ร่วมทางชะงักไป "อ่า เสียใจด้วย ถ้าระบุตัวคุณจอง คุณต้องโทรมานัดล่วงหน้า ผมจะจัดคนอื่นให้นะครับ"

"แล้วถ้าพรุ่งนี้?" เขาขมวดคิ้ว

แฟ้มสีดำถูกพลิกด้วยสีหน้าลำบากใจ "วันธรรมดาอาจจะต้องโทรมาล่วงหน้าสักอาทิตย์นะครับ ถ้าวีคเอนต์อาจจะต้องเป็นเดือน"

...นี่อะไรกัน

"อ่า ขออภัยจริงๆครับ คุณจองไม่ค่อยรับแขก บางวันก็ไม่ได้ลงมา แล้วจำนวนแขกที่ระบุตัวเขาก็..."

"งั้นก็ช่างเถอะ ใครก็ได้" ยงกุกตัดบท ใช่ว่าเขาจะต้องพบให้ได้เสียหน่อย มันไม่ใช่แบบนั้น...

"เชิญทางนี้ครับ" พนักงานต้อนรับพาเขาเดินมาเสียไกล ประตูกระจกสองบานถูกการ์ดสองคนดึงเปิดออกให้จนสุด บริกรสามสี่คนในนั้นค้อมตัวให้และผายมือไปยังโซนรับรองที่มีโซฟาชุดใหญ่ กระจายตามมุมห้อง

"จุนฮง ฝากด้วย" บาร์เทนเดอร์ตัวสูงขานรับจากหลังเคาน์เตอร์เมื่อถูกดีดนิ้วเรียก เด็กหนุ่มที่ยังดูคล้ายอยู่ในวัยเรียนส่งยิ้มกว้างแล้วค้อมตัวรับ

"อีกสักครู่คุณยูจะเข้ามาดูแลคุณเป็นเวลาสองชั่วโมง ถ้ายังไงผมขอตัวก่อน ขอให้สนุกนะครับ" พนักงานต้อนรับส่งยิ้มสุภาพแล้วก้าวถอยหลังออกไป