2013/Jul/28

Title: Lost & Found
Status: 3/?
Fandom: B.A.P
Pairing: Yongguk / Daehyun
Genre: AU, Drama
Rating: R
Warning: Boy / Boy, if it's not your thing please don't read.
Disclaimer: The boys not mine, no money made. 
For other chapters: [my fic index]
Note: the song that inspired the whole story : EXO-M - Heart Attack [ here ]
 
 
 
 
Lost & Found
by kiba kai
 
 
 
 


...เปลือกตากระพริบลงเมื่อกวาดมองไปทั่วห้อง

ยงกุกคิดไปเองหรือไม่ว่าคนๆนั้นหยุดมองมาที่เขา

จองแดฮยอน



Chapter 3 : Complicated





'ฉันคนเดียว...'

'...มีฉันคนเดียวได้ไหม'

.
.

...ยังมีอีกหรือไง

คนที่รักเดียวใจเดียว...






"พี่แดฮยอน ว่าไง ดื่มอะไรดีครับ" จุนฮงถามซ้ำเมื่อคู่สนทนาดูนิ่งไป

"ไม่เป็นไร จุนฮง" จองแดฮยอนตอบเมื่อเขาฝืนละจากตาคมที่ประสานอยู่ ปรับลมหายใจแล้วค่อยก้าวไปที่โซฟาชุดตรงข้าม เขาคิดว่ามันน่าจะไกลพอ แต่ว่า...

ทำไมคนๆนั้น 'ยงกุก' ถึงได้ลุกขึ้นมา

ทำไมถึงมองเขาแบบนั้น

...

แม้ในนาทีนั้นแดฮยอนจะอยากเปลี่ยนใจแล้วกลับขึ้นห้องพักขนาดไหน แต่จุนฮงหันมาเรียกเขาไว้เสียก่อน "แขกของพี่กำลังมาแล้วครับ ชื่อคุณคิมฮิมชาน" แขกของยูยองแจคนนั้นก็คงได้ยินเช่นกัน เพราะว่าใบหน้าคมหันจากไป ร่างสูงทิ้งตัวลงตามเดิม

และปล่อยให้มือของยองแจวางทาบบนต้นขา

"แดฮยอน เจอคุณจนได้" เสียงทุ้มร้องเรียกเขาตั้งแต่หน้าประตู ชายหนุ่มผิวขาวหน้าตาหล่อเหลาชื่อคิมฮิมชานที่แดฮยอนเคยพบแล้วตรงเข้ามารั้ง เขาไว้ในอ้อมแขนทันที "ให้ตายเถอะ ผมดีใจมากเลย"

เขาถูกจูบโดยที่ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ



...



น้ำแข็งก้อนเหลี่ยมถูกคีบและบรรจงหย่อนลงในแก้ว ยองแจเขย่ามันเล็กน้อยก่อนจะเปรยขึ้น "คุณตั้งใจมาหาแดฮยอนจริงๆ"

"..." ยงกุกไม่ได้แก้ตัว บางทีเขาแค่อยากรู้อะไรบางอย่าง

"จองเขาไว้สิ คิวว่างเมื่อไหร่ทางเราจะโทรไปแจ้งให้ครับ อย่างคุณคนนี้คงรอมาเกินสองอาทิตย์แล้ว"

ปลายนิ้วยกเป็นเชิงปฏิเสธ ไม่ได้หรอก บัตรสมาชิกนี่ไม่ใช่ของเขา แค่วันนี้มันก็มากเกินพอ เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาที่นี่ทำไม

...หรือกำลังหวังอะไร

มิน่าคิมฮิมชานถึงได้เลื่อนประชุมกระทันหัน แค่เพราะได้คิวเด็กนี่พอดี?

แม้ยงกุกไม่รู้เป็นจำนวนแน่นอนว่าค่าตัวเอสคอร์ทประจำห้องสุดท้ายที่ว่าสูงมันเท่าไหร่แน่ แต่ที่รู้คือฮิมชานกำลังตักตวงชนิดที่เรียกว่าเกินคุ้ม... เพราะทันทีที่นั่งลง สองคนนั้นยังไม่ห่างกันแม้สักคืบ หมอนั่นเอาแต่ไล้ปลายจมูกและริมฝีปากไปทั่วกระทั่งตอนพูด เหล้าที่เด็กนั่นชงส่งให้ก็แทบไม่แตะ

ยงกุกไม่อยากจะเห็น

...

เขาไม่ได้อยากรู้สึกแบบนี้

...แต่ทำไมบางทีตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นยังมองกลับมา

.

มันน่าตลกสิ้นดี

จะมองให้ได้อะไร

ทั้งเขา

...ทั้งเรา

.

ยองแจยังคงนิ่งเงียบและชงเหล้าเพิ่มให้ ไม่น้อยครั้งแล้วที่เขาทำงานแทนจองแดฮยอน ซึ่งเขาไม่นึกรังเกียจ เพราะแขกเหล่านั้นมักมีหน้าที่การงานและปริมาณทรัพย์สินที่น่าทึ่งเสมอ เช่นนั้นแล้ว ประสบการณ์จึงทำให้เขามองเห็น ว่าปมบางอย่างกำลังคลายลงตรงหน้า

สายตาที่แขกร่วมห้องแอบมองเอสคอร์ทระดับท็อปของร้านไม่ใช่เรื่องใหม่

แต่สายตาของเจ้าตัวนี่สิ...

.

ลังเล...

ทั้งวูบไหว

.

ฮิมชานสอดมือเข้าข้างเอวบางแล้วพลิกทั้งร่างให้ขึ้นมานั่งคร่อมขา ...แบบนั้นแล้วตาสีน้ำตาลจึงเหลียวมองมาไม่ได้อีกต่อไป

ตาคมละไปมองทิวทัศน์นอกกระจกที่บัดนี้เหลือเพียงความมืดมิด

"คุณอยากจะเปลี่ยนที่นั่งไหม" ยองแจถามขึ้น

ยงกุกส่ายหน้า "ผมว่าจะกลับ..."

"ใจกว้างหน่อยสิครับ นั่นมันปรกตินะ" ยองแจเอนตัวเข้ามาใกล้ ยกแก้วเหล้าชี้ไปทางสองคนตรงข้าม เมื่อชายหนุ่มผิวขาวรุกไล่จนเผยเสี้ยวหน้าด้านข้าง ริมฝีปากอิ่มถูกเคล้นคลึงอย่างหนัก มือใหญ่จับเฟ้นตามแนวกระดูกสันหลัง ไล่ลง... จนสุดปลาย

...จะสนทำไม

"ค่าตัวเขาเท่าไหร่คุณรู้หรือเปล่า ไม่มีใครจ่ายเงินอย่างกับคนบ้าเพื่อนั่งมองแดฮยอนเฉยๆหรอก"

"ผมก็ทำอยู่ไม่ใช่เหรอ" ยงกุกคว้าขวดเหล้ามารินใส่แก้วตัวเอง คราวนี้เขาไม่ได้ผสมอะไรเลย

"ผมไม่ถึงครึ่งของเขา" ยองแจหัวเราะ "อืมม ไหนๆก็ไหนๆ ผมเองก็อยากทำงานให้คุ้มค่าตัว" ยังไม่ทันพูดจบ มือบางคว้าต้นคอยงกุกให้หันเข้าหา ริมฝีปากแดงบดเบียดไม่ทันตั้งตัว มืออีกข้างปัดถังน้ำแข็งอย่างแรงจนกระแทกพื้นเสียงดัง

คู่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามยังชะงักแล้วเงยขึ้นมอง ยองแจปรายสายตาแล้วพบกับสีหน้าสนุกกว่าที่คาด แขกร่างสูงดูหงุดหงิดเล็กน้อยคงเพราะถูกขัดจังหวะ แต่ว่า...

จองแดฮยอนคนนั้นน่ะนะ

ดูเหมือนจะโกรธ?

...อะไรก็ช่าง ยองแจขยิบตาให้แขกของเขา เพราะอย่างน้อยก็คงสมใจ อยากจับสองคนนั้นแยกกันแทบตายไม่ใช่หรือ

แต่กลับเป็นแขกคนนั้นที่ลุกขึ้นมาหา "นาย... ยงกุก?" แน่นอนว่า เอสคอร์ทราคาสูงที่จับเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเดินตามมาด้วย

"ฮิมชาน"

"เอ่อ นี่ ผมไม่ยักรู้..." ฮิมชานมองมือของยองแจที่ยังอยู่บนต้นขายงกุกแล้วอึ้งไปแต่ก็เปลี่ยนเป็น หัวเราะ "ไอ้ผมก็กังวลว่าวันนั้นคุณจะว่าอะไรหรือเปล่า"

ยงกุกส่ายหน้า "ตามสบาย อย่าเสียเวลาเลย" แก้วเหล้าถูกยกขึ้นดื่มจนหมดในรวดเดียว "ผมจะกลับพอดี"

ฮิมชานหัวเราะเบาๆ "ผมเองก็ว่าจะออกไปแล้ว จะพาน้องเขาไปต่อสักหน่อย" มือใหญ่รวบจับเอวบางมายืนเคียงข้าง

โดยไม่ได้มองสีหน้าของคนถูกกอด

ยองแจเลิกคิ้ว "อา อย่าว่าผมเสียมารยาท ผมไม่คิดว่าบอสจะยอม"

"ผมแจ้งไปแล้วนี่ เขาน่าจะกำลังเดินเรื่องให้อยู่..."

ไม่แน่ใจว่าเริ่มเมาแล้วหรือยังไง แต่ตอนนี้ยงกุกอยากจะหักนิ้วที่ลูบอยู่บนบั้นท้ายเด็กนี่เป็นบ้า

"...ใช่ว่าเขาไม่เคยออกไปกับผม" ฮิมชานยิ้มมุมปาก ไหนๆยงกุกก็เคยเห็นไปแล้วจึงไม่คิดจะปิดอะไรอีก

.

"จะนับว่าเคยอนุญาติให้ออกไป เห็นจะไม่ได้นะครับ" เสียงทุ้มกังวานของชายหนุ่มผู้มาใหม่กล่าวแทรกขึ้น ชายร่างสูงท่าทางภูมิฐาน โครงหน้าคมเข้มผู้มีการ์ดชุดดำล้อมทั้งซ้ายขวาเดินเข้าร่วมวงสนทนา

ยงกุกเห็นว่ายูยองแจลุกขึ้นยืนต้อนรับคนผู้นี้ด้วยท่าทีนอบน้อมจึงลุกขึ้นบ้าง

"คุณคิมฮิมชานใช่ไหม?" น้ำเสียงทรงอำนาจอธิบายต่อ "คราวก่อนเราได้รับคำขอให้ส่งแดฮยอนไปรอคุณที่งานเลี้ยงแต่คุณไม่ได้ไป ผมเลยส่งเขาให้ที่ออฟฟิศคุณแทน ถือว่าจบงานแล้ว ส่วนคำขอที่คุณส่งมาวันนี้..." สายตาคมกริบมองมือคู่สนทนาที่ยังอยู่บนเอวบาง พลางประเมินสีหน้าของเจ้าของ

...ริมฝีปากอิ่มถูกขบเม้มจนบวมช้ำ

"ผมไม่อนุญาติ"

"หา? ทำไม..." ไม่ทันที่ฮิมชานจะทักท้วง ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นปราม ความสนใจถูกถ่ายไปยังแขกอีกคน

"ส่วนคุณคือบังยงกุก?"

"...ครับ" เจ้าของชื่อรับคำไม่เต็มเสียง ด้วยเขาไม่ได้แจ้งชื่อตัวเองไว้

มุมปากยกยิ้มเมื่อมองแขกทั้งสองสลับกันราวกับเป็นเรื่องชวนหัว "ช่างบังเอิญ เจ้านายของคุณทั้งสองคือประธานของอีกรุ๊ป อีซึงรี ส่วนผมเป็นนายจ้างโปรเจคสปาคอมเพลกซ์ของพวกคุณ "

ใบหน้าหล่อเหลาเผยยิ้มเพียงครึ่ง

"ชเวซึงฮยอน ยินดีที่ได้รู้จัก"




...





ประตูห้องพักคอนโดถูกปิดลงในความมืด หัวรองเท้าหนังข้างหนึ่งกดส้นของอีกข้างเพื่อถอดมันออก ข้างที่เหลือถูกทำซ้ำด้วยความเชื่องช้า ...เจ้าของห้องเอนพิงบานประตูสีดำราวกับคนหมดเรี่ยวแรง ทั้งร่างเลื่อนหล่นลงกับพื้น

มือใหญ่ลูบใบหน้าตัวเองแรงๆ

บ้าชะมัด...

นี่มันอะไร

ยงกุกนึกถึงบทสนทนา ไม่สิ ออร์เดอร์จากนายจ้างโปรเจคตัวจริงที่เป็นเพื่อนสนิทของเจ้านายเขา

.
.

"อยู่พร้อมหน้าแบบนี้ก็ดีเลย ผมขอรบกวนเวลาสักครู่" เขาและยองแจถูกผายมือให้นั่งลงตามเดิม คุณชเวนั่งลงตรงกลางของโซฟายาวตัวตรงข้าม ส่วนเด็กนั่น ... จองแดฮยอนเลือกนั่งลงข้างคุณชเว ปล่อยให้ฮิมชานเดินไปที่เก้าอี้เล็กหัวโต๊ะ

"ผมรู้ว่าพวกคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายงานที่ทำ แต่อาคารที่ผมจะสร้าง ก็จำเป็นต้องใช้ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญฝั่งผมเช่นกัน แต่ด้วยความที่ผมไม่ค่อยมีเวลามาก..."

"จุนฮง มานี่สิ" บาร์เทนเดอร์อายุน้อยที่บาลานซ์เครื่องดื่มห้าแก้วบนถาดสีเงินวางมันลงอย่างรู้งาน เด็กหนุ่มยังยิ้มทะเล้นขณะนั่งลงข้างเจ้าของชเวกรุ๊ป

มือใหญ่เคาะเบาๆบนกลุ่มผมสีบลอนด์ "เรื่องบาร์หรือบิลต์อินในเลาจ์นทุกส่วน ให้พวกคุณออกแบบตามใจจุนฮงได้เลย เขาเป็นลูกของพี่ชายผมและพอมีไอเดียทางนี้ ผมให้อำนาจเขาตัดสินใจ"

แก้วมาร์ตินีถูกยกขึ้นจิบก่อนจะกล่าวต่อ

"เรื่องห้องรับรองแขกพิเศษ โดยเฉพาะห้องพักแรม คุณขอรีไควร์เมนต์อย่างละเอียดได้จากแดฮยอนนะ..." มืออีกข้างเลื่อนจับบนหลังคอของเด็กหนุ่มเจ้าของชื่อ "...เขารู้ดีกว่าใคร"

ยงกุกเบือนสายตาหนีเมื่อเห็นแรงบีบเบาๆเป็นจังหวะบนต้นคอเรียว

เสียงทุ้มหัวเราะกลั้วแอลกอฮอล์

"ผมมั่นใจว่าพวกคุณจะทำงานให้ผมแบบทุ่มหมดตัว"

.
.

นั่นหมายความว่า นับจากนี้ตัวแทนจากฝั่งลูกค้าจะมีสองคน คือบาร์เทนเดอร์ที่จบมัณฑนศิลป์จากอิตาลี และเอสคอร์ทราคาสูง

...เขาพยายามไม่นึกถึงสีหน้าคิมฮิมชานตอนที่ได้ยินนั่น




...





"พี่ยงกุก ทำไมโปรเจคนี้ถึงได้รีบนักล่ะครับ" มุนจงออบบ่นเบาๆตอนเขี่ยกระป๋องกระทิงแดงเปล่าลงถังขยะ เมื่อคืนเขาเร่งขึ้นแบบแทบไม่ได้นอน แถมวันนี้ยังต้องเข้าประชุมเช้า ยังดีที่นัดประชุมที่ออฟฟิศตัวเอง ไม่งั้นต้องหลงทางแหง

ยงกุกไม่ตอบอะไร เพราะเขาเองไม่ใช่คนเร่ง คิมฮิมชานโทรหาจีอึนเลขาเขาวันเว้นวันมาสองอาทิตย์แล้วเพื่อถามความคืบหน้าของโปรเจค เพราะยังไงคอนเสปต์ด้านโครงสร้างก็ต้องสรุปก่อน

"คุณยงกุกคะ ฟรอนต์แจ้งว่าลูกค้าเครือชเวมาถึงแล้วค่ะ"

มือใหญ่เผลอกำปากกาแน่นเข้า "มากี่คน"

"คนเดียวค่ะ คุณจอง"

ยงกุกพยักหน้าพลางยกเอกสารและโน๊ตบุ๊คเข้าห้องประชุมเล็ก เขาเพิ่งนึกอะไรออกจึงหันมาหาจงออบที่เดินตามเข้ามา "...เห็นอะไรก็เงียบไว้"

...

ซึ่งจงออบไม่รู้ว่าหัวหน้าทีมของเขาหมายถึงอะไร เลยไม่ได้เตรียมใจรับลูกค้าเมกะโปรเจคที่เดินเข้ามาคนเดียวในสูทอาร์มานีพร้อมแทปเลตบางๆหนึ่งอัน ตาตี่ๆของเขาโตขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อจำได้ว่าเคยเห็นผู้เข้าร่วมประชุมคนนี้ที่ไหน เขาอ้าปากค้างพลางมองชายหนุ่มใบหน้าหวานสลับกับยงกุก

"คุณยงกุกคะ นี่คุณจองแดฮยอน ตัวแทนโปรเจคเฟสแรกจากเครือชเว" ซองจีอึนยิ้มแย้มแนะนำตามข้อมูลที่ได้รับแจ้ง

"ส่วนนี่คุณบังยงกุก หัวหน้าทีมออกแบบ และมุนจงออบ ผู้ช่วยค่ะ"

จงออบอ้ำอึ้งแต่ยังโค้งทำความเคารพโดยที่ยังไม่ละสายตา ...ก็นี่มัน ...คุณคนนั้น? คนที่... เอ่อ กับพี่ยงกุกนี่ เขาไม่เห็นปฏิกริยาอะไรจากจีอึนจึงนึกได้ว่าเธอเพิ่งเข้ามาทำงานหลังจากงานเลี้ยงคราวก่อน ส่วนหัวหน้าของเขา นอกจากโค้งทักทายกันครั้งแรกแล้วนั้น...

...ยังไม่ชายตามองคุณจองอีกเลย

พี่ยงกุกนำเสนอคอนเสปต์ทั้งสองแบบโดยที่จงออบมีหน้าที่เปิดสไลด์ ข้อดีข้อเสียถูกเปรียบเทียบไปตามจริง น้ำเสียงทุ้มและนิ่ง ไม่สั่นไหว

คุณจองยิ่งแล้วใหญ่...

ใบหน้าหวานในแบบที่ไม่น่าเชื่อว่าเป็นผู้ชาย ขนตายาว เรียวปากอิ่ม... เสียดายที่ไม่แสดงอารมณ์อะไรเลย ไม่ขมวดคิ้ว ไม่ยิ้มพอใจ ตากลมโตมองไปที่สไลด์แล้วจดอะไรนิดหน่อยเท่านั้น

...บรรยากาศอึดอัดแปลกๆจนจงออบต้องยกน้ำขึ้นจิบ จนมาถึงช่วงที่พี่ยงกุกอธิบายแบบสามมิติของห้องพักแรมแขกจบนั่นล่ะ

"ตรงนี้มีคอมเมนต์อะไรหรือเปล่าครับ" เขาเปิดภาพเป็นพรีวิวเก้าช่องให้เห็นทุกมุมของห้องนอน

หัวคิ้วได้รูปขมวดเล็กน้อยราวกับใช้ความคิด

มือบางเอื้อมไปใกล้มือของพี่ยงกุกที่กำอินฟราเรดพอยน์เตอร์อยู่ ...ปลายนิ้วหงายขึ้นแล้วกระดิกหนึ่งครั้ง

จงออบเห็นว่าพี่ยงกุกกลืนน้ำลายก่อนจะเลื่อนส่งให้

คุณจองกลิ้งมันเล่นบนโต๊ะไม้ หนึ่ง สอง สามครั้งก่อนจะกำมันไว้ในมือ

ผนังห้องของภาพแรกถูกชี้ด้วยเส้นอินฟราเรดสีแดง "ข้อแรก บิลต์อินตู้เสื้อผ้าให้ลดขนาดลง ขยายพื้นที่วางเตียงอีกหน่อย ห้องที่อยู่ชั้นบนอาจจะต้องใส่เตียงสี่เสา" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "แขกบางคนชอบให้มีกระจกในห้องมากๆ"

"...ผมหมายถึงเพดานด้วย"

จงออบกลั้นหายใจหลังจากฟังคอมเมนต์แรก จากที่เขาไม่แน่ว่าอาคารนี้เป็นสปาประเภทไหน ...ตอนนี้เขาคิดว่าพอเข้าใจ

พอยน์เตอร์เลื่อนไปอีกภาพ "ระเบียงเล็กไป ไม่ค่อยสะดวก ...รบกวนเพิ่มความสูงแนวกั้นระหว่างห้องด้วย"

เสียงทุ้มหวานยังไม่สะดุด เขาชี้ภาพห้องน้ำ "ชาวเวอร์บอกซ์ไม่ต้องมีครับ แล้วขออ่างน้ำใหญ่กว่านี้ขนาดนี้ลงได้แค่คนเดียว..."

เสียงปากกาในมือหัวหน้าทีมหล่นกระแทกพื้น คุณจองจึงหยุดรอ จนพี่ยงกุกกลับมานั่งท่าเดิม

"เคาน์เตอร์ของเลาจน์ในห้องคงต้องเป็นบิลต์อิน ถ้าไม่ใช่หินอ่อนขอบมน ก็ให้เป็นกระเบื้องเก็บมุม แบบที่ขายปรกติมันแคบไปและไม่แข็งแรง"

"ส่วนพื้นไม่ต้องปูกระเบื้อง ขอเป็นไม้และพรมปูพื้น" ปลายนิ้วเรียวปิดพอยน์เตอร์แล้วกลิ้งมันคืนเจ้าของ

"...ซึ่งผมคงต้องไปเลือกเอง"

.

ภาพในหัวตีกันมากมาย จนกระทั่งจบการประชุม เป็นจงออบเองที่ไม่กล้าเงยหน้ามองคุณจองอีกเลย



...



ซองจีอึนทำหน้าที่สรุปการประชุมและกล่าวขอบคุณ เธอเดินนำตัวแทนฝ่ายลูกค้าที่มีใบหน้าชวนมองออกมาถึงห้องรับแขก

"คุณจองมีบัตรจอดรถไหมคะ เดี๋ยวดิฉันจะไปจัดการให้" เธอยิ้มถาม

เพราะคนๆนี้ดูสุภาพและสงวนท่าที จึงไม่ทันคาดว่าเขาจะยิ้มตอบกลับมา ทั้งเรียวปากและดวงตา "ไม่เป็นไรครับ คิดว่าคนขับรถคงมารับผมในอีกหนึ่งชั่วโมง ไม่ทราบว่าแถวนี้มีร้านกาแฟให้นั่งรอไหม"

"มีค่ะ อยู่ข้างล่างนี่เอง ฉันกำลังจะลงไปซื้อให้คุณยงกุกพอดี ไปด้วยกันนะคะ"

...ไม่รู้ว่ายงกุกทำแบบนี้ทำไม แต่เขาดึงแฟ้มข้อมูลสำหรับลูกค้าจากจีอึนแล้วหันไปเปิดประตู

"ไม่เป็นไร จีอึน เดี๋ยวผมลงไปเอง"

เลขาของเขายิ้มเอียงคอคล้ายประหลาดใจแต่ไม่ได้ถามอะไรมากกว่านั้น เธอกล่าวลาคุณจองที่อนุญาตให้เรียกชื่อต้นได้แล้วค้อมตัวจากไป

มือใหญ่ยังเปิดประตูค้างรอให้แดฮยอนเดินผ่าน ประตูสองบานรวมกับประตูลิฟท์ที่เขาไม่ต้องแตะอะไรเลย

...ในลิฟท์ที่มีเพียงคนสองคน รอบตัวเป็นโลหะสะท้อนราวกับกล่องกระจก ตาคมไม่รู้ว่าควรมองที่ตรงไหน

ไม่ควรคิดว่ารูปร่างเพรียวบางภายใต้สูทอาร์มานีเป็นอย่างไร

...และเขาไม่ควรนึกถึงคำพูดที่ว่าแขกของสปาต้องการกระจกบนเพดาน

ยงกุกเลือกจะหลับตา ทว่าผู้ร่วมทางก่อกวนเขาเสียก่อน

"คุณไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้"

"คุณหมายถึง?"

ตากลมโตสบกับเขาผ่านเงาในกระจก "เปิดประตูให้ ถือของให้ อะไรทำนองนั้น" แดฮยอนเหลือบมองแฟ้มบางๆที่ควรจะเป็นของเขา

"ขอโทษที ผมไม่ได้คิดว่า..."

"คิดสิ คุณคิด..." ว่าเขาเป็นคนที่ 'ถูกใช้' แทนผู้หญิง... แต่อย่างน้อย สิ่งเหล่านี้เขาไม่เคยได้จากใคร

มือเล็กไม่ได้เอื้อมไปดึงแฟ้มนั่นเข้าหาตัว... ตรงกันข้าม เป็นแดฮยอนที่กดปุ่มหยุดลิฟท์ แล้วพาตัวเองเข้าไปหาแฟ้มนั่น

...มันบาง

จนแทบไม่รู้สึกว่ามีอะไรกั้น

...

.

คิดว่าจำไม่ได้

ก่อนหน้านี้ยงกุกนึกแทบไม่ออกเลย

จากความจำเลือนลาง และคำบอกเล่าของจงออบ ว่าในงานเลี้ยงคืนนั้นเขาจูบกับใคร

จูบอย่างไร...

นานแค่ไหน

แต่ตอนนี้เขาคิดว่าจำได้ ...ทั้งหมด

...ทั้งเสียงร้องเบาๆตอนเขากัดเล็ม ตาคมลืมขึ้นมองเรียวคิ้วขมวดและคลายพร้อมเสียงหายใจ เอวบางที่สองมือเขาเฟ้นจนน่าจะเหลือรอยแดง

เงาสะท้อนของสองร่างที่เบียดเสียดจนไร้ที่ว่าง

จนเรียวปากอิ่มยอมปล่อยให้ยงกุกหายใจ ...สีหน้าแดงเรื่อและสายตานี้หรือไม่ที่บีบจนเขาต้องเอ่ยปากถาม

"คุณอยากจะดื่มกาแฟ หรืออยากจะกลับบ้าน"

ร่างบางพยายามขืนตัวออก "ผมอยากกลับบ้าน แต่ว่าคุณ..."

"ผมไม่ได้อยากดื่มกาแฟ"

.

ยงกุกพยายามปรับลมหายใจแล้วกดปุ่มลิฟท์อีกครั้ง

น่าเสียดายนัก

เพราะเมื่อประตูเปิดออกแล้ว สองคนที่อยู่อีกฝั่งกลับทำให้ความคาดหวังนี้พังลงทั้งหมด

"ยงกุก...?"

จอนฮโยซอง

"แดฮยอนพอดีเลย เลิกประชุมแล้วใช่ไหมครับ คุณคงยังไม่ได้ทานอะไร ผมจองโต๊ะไว้แล้วนะ"

คิมฮิมชาน

ยงกุกชำเลืองมองร่างเล็กที่ยังไม่ก้าวออกจากลิฟท์ เขาส่งแฟ้มที่เพิ่งเก็บขึ้นมาจากพื้นให้ฮิมชาน

"คนขับรถคุณมาพอดี งั้นผมส่งแค่นี้นะครับ"




...




ละอองน้ำนับหมื่นพันกระทบลงบนร่างกาย... เส้นผม ใบหน้า ลาดไหล่

น้ำอุ่นจนเกือบร้อนที่ตัวเขาเริ่มชินชา

แดฮยอนไม่รู้หรอก ว่าน้ำที่ยิ่งร้อนมันจะยิ่งทำให้ตัวเขาสะอาดขึ้นหรือไม่ บางทีเขาก็คิดว่ามันช่วยใด้

เขาขอ... ให้มันช่วยได้

แดฮยอนไม่รู้ว่าระยะหลังนี้เขาเป็นอะไร ไม่อยากทำงาน ไม่อยากรับแขก แม้ว่าจำนวนแขกที่ยื่นเรื่องขอพาเขาออกไปจะถูกปฏิเสธเกือบทั้งหมด แต่ก่อนหน้านั้น... ก่อนหน้านั้นไม่ใช่ว่าเขาไม่ถูกล่วงเกิน แขกบางคนไม่สนใจเรื่องยางอาย

เขาไม่อยากจะอาบน้ำที่ร้อนไปกว่านี้อีกแล้ว

ใจเขาไม่สงบ...

เมื่อก่อนนี้เขาแทบไม่คิดถึงมัน ชีวิตคนมีทางเลือกแตกต่างกัน เบื้องหลังของทางเลือกแ