2013/Aug/08

Title: Lost & Found
Status: 4/6
Fandom: B.A.P
Pairing: Yongguk / Daehyun
Genre: AU, Drama
Rating: R
Warning: Boy / Boy, if it's not your thing please don't read.
Disclaimer: The boys not mine, no money made. 
For other chapters: [my fic index]
Note: the song that inspired the whole story : EXO-M - Heart Attack [ here ]
 
 
 
 
Lost & Found
by kiba kai
 
 
 
 
do you know how i feel?

i keep thinking of you
 
 
on this rainy night

i cannot fall asleep...
 
 
- rainsound




Chapter 4 : Affair





ร้อน...

น้ำในอ่างล้อมอยู่รอบกาย

ตั้งแต่ปลายผม จรดปลายเท้า

เงียบ...

จนเหลือเพียงเสียงคลื่นน้ำเบาๆกลิ้งกระทบขอบอ่าง

.

จองแดฮยอนค่อยๆลุกขึ้นจากน้ำ ความเย็นภายนอกที่แตกต่างแล่นกระทบผิวในทันที

ไอน้ำฉาบตัวบนกระจก เขามองไม่เห็นหน้าตัวเอง

ปลายนิ้วขีดเบาๆบนผิวสะท้อน คล้ายจะเป็นตัวอักษร แต่เขาไม่รู้ความหมาย

มือบางเอื้อมหยิบผ้าขนหนูผืนนุ่มและชุดคลุมมาสวม ประตูห้องน้ำถูกเปิดออกและนอกผนังกระจกของห้องพักนั้น น้ำฝนกำลังสาดซัดราวกับมีพายุ

เขายืนมองเม็ดฝนถูกพัดด้วยแรงลม กระแทกผนังอย่างแรงก่อนจะไหลร่วงลงเบื้องล่าง

บางทีมันก็ไม่ต่างจากตัวเขา

.

"คิดอะไรอยู่หรือ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นจากเบื้องหลัง

แดฮยอนเพียงผินใบหน้ามอง

ชเวซึงฮยอน บอสของเขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟารับแขก ...สูทดำกับรอยยิ้มมุมปาก

แก้วเหล้าในมือถูกยกขึ้นจิบแล้ววางลง

สายตาคมยังไม่ละไปจากเขา ...ไม่ไช่แค่ใบหน้าที่ซึงฮยอนมอง แต่เป็นทั้งร่าง

"อา ฉันมาผิดเวลาหรือเปล่า"

แดฮยอนจับชุดคลุม เขาแค่อยากแน่ใจว่ากำลังสวมมันอยู่ "ไม่เป็นไรครับ"

ร่างสูงค่อยๆลุกแล้วเดินเข้ามาใกล้ "ได้ยินว่าเธออยากจะพบฉัน" ปลายผมที่ยังมีหยดน้ำถูกเกี่ยวขึ้น และบีบเล่นราวกับเป็นของสนุก "ว่าไปสิ"

"..." ใบหน้าไม่ได้ขยับหนีแม้แต่น้อย

"หรือเป็นเรื่องที่เธอขอลดงาน?"

"ถ้าคุณอนุญาต" แดฮยอนกลืนน้ำลาย

เสียงหัวเราะเบาๆที่ฟังดูราวกับจริงใจ "ได้สิ เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ"

มือใหญ่สอดเข้าข้างเอวบาง

แต่มิได้ล่วงล้ำ...

"...ว่ามีเรื่องเดียวเท่านั้นที่ฉันให้ไม่ได้"

ปลายจมูกโด่งสูดความหอมเพียงหนึ่งครั้งก่อนละจากไป

"...นอกนั้นฉันยอมเธอทุกอย่าง"




...



ในห้องทำงานของสถาปนิกระดับหัวหน้าทีมของอีกรุ๊ป ไม่บ่อยนักสำหรับบังยงกุกที่จะมีโอกาสเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า ไม่ใช่ว่าเขาตื่นทัน ...ที่จริงแล้วเขายังไม่ได้นอน

เป็นอาทิตย์มาแล้วที่จงออบกับจีอึนบอกว่าเขาทำงานราวกับคนเสียสติ ซึ่งนั่นไม่น่าใส่ใจ ...รีบทำงานให้เสร็จ มันจะได้จบๆไป

มีเรื่องอื่นให้ทำอีกตั้งมากมาย...

.

นานเท่าไหร่ที่ยงกุกจมอยู่ในห้วงความคิด จนเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก

จงออบโผล่หน้าเข้ามาพร้อมโทรศัพท์แนบอยู่ข้างหู "พี่ยงกุก ทางเครือชเวติดต่อมาครับ เขาว่าอยากจะปรึกษาเรื่องตกแต่งภายใน"

เขาเลิกคิ้ว "ให้คุยกับฮิมชานสิ"

จงออบส่ายหน้า "เขาว่ามันเกี่ยวกับโครงสร้าง คุณชเวอยากให้เราดูแบบเดิมที่คลับใช้อยู่เป็นหลักแล้วปรับนิดหน่อย"

"คุณชเว?"

"จุนฮงครับ"

ยงกุกหลับตาลง ถ้าหมายถึงเคาน์เตอร์ที่จุนฮงใช้งานบาร์เทนเดอร์ก็หมายถึงของที่เลาจน์นั่น ...ห้องรับรองห้องสุดท้าย

เขาพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับนัด

...ไม่ไปก็ไม่ได้สินะ


.


ยงกุกและจงออบมาถึงอาคารด้านหน้าของคลับที่รับเฉพาะสมาชิกเครือชเวในเวลาช่วงบ่าย ท้องฟ้ายังคงเต็มไปด้วยเมฆฝนที่เริ่มก่อตัว

"ตกทุกวันเลยนะ" จงออบบ่นก่อนจะเดินเข้าด้านหน้าตึก เขาหันมองย้อนไปทางทิวทัศน์ปากแม่น้ำ แล้วนึกชื่นชมทำเลของอาคาร นั่งดูพระอาทิตย์ตกจากห้องพักที่นี่คงสวยดี แต่อย่างว่า ...เขาคงสู้ราคาห้องไม่ไหว

ยงกุกเดินตรงไปหาพนักงานต้อนรับ ซึ่งโชคไม่ดีเลยสำหรับเขาที่ได้พบคนเดิม "สวัสดีครับคุณบัง วันนี้..."

"ผมมาธุระกับคุณชเวจุนฮงน่ะครับ น่าจะแจ้งไว้แล้ว" เขาตัดบท

"อ้อ ครับๆ เชิญทางนี้เลยครับ" พนักงานต้อนรับค้อมตัวแล้วพาเดินไปยังทางเส้นเดิม เขาเลี่ยงมองไปยังฝั่งทิวทัศน์ด้านนอกมากกว่าอีกฝั่งที่เป็นห้องรับรองแขก

เป็นจงออบที่มองลอดเข้าประตูไปแล้วต้องกลืนน้ำลายกับหญิงสาวที่ยกมือแล้วโปรยยิ้มมาให้ เขาเร่งเดินมาจะกระซิบถาม "พี่ยงกุก ที่นี่มัน..."

แต่พนักงานคนเดิมออกปากเสียก่อน "ขอแจ้งนิดนึงครับคุณบัง ตอนนี้คุณจองลดเวลาทำงานลงมาก ถ้าหากว่าคุณ..." เพราะเขาจำได้ว่าคราวที่แล้วสีหน้าของแขกท่านนี้ดูไม่ดีเอาเสียเลยตอนที่แจ้งเรื่องคิวงานของแดฮยอน

ยงกุกหลับตา เขาหยุดเดินแล้วหันมามองหน้าพนักงานต้อนรับ "คุณรู้อะไรไหม ผมไม่สนใจ" เขาเน้นประโยคหลัง ช้าและหนักแน่น ให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ได้ยินเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงานอีก มือใหญ่ผลักประตูห้องรับรองห้องสุดท้ายเข้าไปด้วยตัวเองเมื่อการ์ดชุดดำสองคนที่คอยเฝ้าหน้าห้องไม่ได้ห้ามปราม

"สวัสดีครับ คุณบัง เจอกันอีกแล้ว" เด็กหนุ่มผมบลอนด์ยิ้มกว้าง "ดื่มอะไรก่อนไหมครับ" เขาเสนอด้วยความเคยชิน พร้อมหันมาโค้งให้คนข้างหลัง

ที่ดูจะงงไม่น้อยว่าสองคนนี้เจอกันมาก่อนที่ไหน แต่ก็แนะนำตัวปรกติ "มุนจงออบครับ คุณชเว?" เขาเดาจากน้ำเสียงที่ได้ยินจากโทรศัพท์ "...และคุณจอง" เขามองข้ามไหล่หัวหน้าทีมไปที่โซฟาชุดมุมห้อง จองแดฮยอนที่เคยพบนั่งสงบนิ่ง เบื้องหน้ามีแก้วคอกเทลที่พร่องไปกว่าครึ่ง เขาค้อมศีรษะให้แต่ไม่กล้าสบตา ...การประชุมครั้งก่อนทำให้เขาประหม่า

ชเวจุนฮงออกตัวว่าเขามีไอเดียที่อยากให้ทีมสถาปนิกช่วยปรับ จงออบจึงทำหน้าที่ถ่ายภาพและเก็บรายละเอียดภายในห้อง เขาถ่ายไปเรื่อย เสียงชัตเตอร์เบาๆดังเป็นจังหวะ ...จนเหลือบมองหัวหน้าทีมที่ยังไม่พูดอะไรเกินจำเป็นกับจุนฮง และยังไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำทักทายกับคุณจอง

ทั้งสองอยู่คนละมุมห้อง

แต่มองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนกัน

...จงออบอดไม่ได้ที่จะเก็บภาพเหล่านั้นไว้

จุนฮงลอบยิ้มแต่ไม่ได้ห้าม เขาเองเพิ่งสังเกตว่ามีแต่เขาที่คุยธุระ จึงได้ออกความเห็น "จริงสิ พี่แดฮยอนไม่พาคุณบังไปดูแบบไม้ปูพื้นที่ชอบล่ะครับ เห็นคุณอาว่าพี่เลือกไว้แล้ว"

จงออบกดภาพในจังหวะเดียวกับตากลมโตที่ติดจะหวานนั้นหันมามองกล้องพอดี เขาสะดุ้งแล้วเสหันเลนส์ไปทางอื่น

คนถูกถ่ายภาพไม่ได้ติดใจอะไร แม้ระเบียบของการทำงานจะระบุไว้ว่าห้ามเด็ดขาด "...ถ้าคุณบังไม่รังเกียจ"

หัวหน้าทีมสถาปนิกนิ่งไปเพียงครู่ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ...เขากำลังทำงาน

เจ้าของสถานที่เดินนำออกไปจากห้อง... ทางเดินยาวที่เพิ่งผ่าน หากแต่คราวนี้เม็ดฝนเริ่มโปรยตัว

ทุกก้าวที่ทั้งสองเดินตามกันไป

น้ำฝนยิ่งรินไหลจากท้องฟ้า

.

...แผ่นหลังบางที่อยู่เบื้องหน้าของยงกุก เพียงเอื้อมมือคงคว้าไว้ได้

แต่จะมีประโยชน์อะไร

...ไม่ใช่เพียงมือของเขาที่คนๆนี้ยอมรับ หากคราวก่อนไม่พบฮิมชานจะเกิดอะไรขึ้น

สัญญาแล้ว

สัญญาไว้กับตัวเอง

จะไม่ยอมเจ็บอีก

ผู้หญิงที่เคยรักมากอย่างฮโยซอง เธอทำอะไรไว้

หลอกว่ารักแทบตาย

คำลวงมันง่ายนิดเดียว

แล้วจองแดฮยอนเป็นใคร...

อย่าเทียบเลย อย่าเอาไปเทียบกัน เพราะเขาไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองรู้สึกกับใครได้เท่าฮโยซองอีกแล้ว

.

เสียงน้ำฝนยิ่งดังราวกับพายุ

สองเท้าพาข้ามทางเดินหินอ่อนจนขึ้นมาสุดปลายของบันไดเวียน

ปลายนิ้วเรียวกดรหัสหน้าห้องสี่หลักก่อนจะผลักประตูเข้าไป ...

"มันอยู่ในห้องนอนของผม"



...



do you know how i feel?

i keep thinking of you




...



ห้องพักสีขาว...

ทั้งผนังโล่ง เบาะโซฟา เครื่องประดับแกะสลัก สลับกับสีเนื้อไม้น้ำตาลเข้มจนเกือบดำของประตูบานคู่ ชั้นวางของ รวมทั้งผ้าม่านผืนใหญ่

สง่างาม เปี่ยมเสน่ห์

ทว่าไม่อบอุ่น

ยิ่งผ้าม่านยาวจรดพื้นแง้มให้เห็นสายฝนสาดซัดนอกกระจก ยิ่งรู้สึกเหน็บหนาว

เจ้าของห้องเพียงเดินลึกเข้าไป พื้นไม้เล่นระดับเริ่มจากครึ่งห้องหลัง ทอดยาวไปจนถึงเตียงนอนสีขาว

...ที่ไร้ประตูกั้น

ไล่ตามเพียงสายตา ร่างสูงหยุดยืนแค่หน้าประตู

แดฮยอนเหลียวมองและเอ่ยปาก "พื้นไม้ที่ว่า คือแบบนี้"

ยงกุกพยักหน้าแล้วจำต้องเดินตาม เขาย่อตัวลงข้างขอบเล่นระดับ กดสายตาให้มองเบื้องล่างเท่านั้น ปลายนิ้วลูบผ่านผิวขัดเรียบของเนื้อไม้

"ไม้สเปคนี้ราคาสูงและหายาก ผมจะลองหาบริษัทนำเข้าให้ แต่ถ้าหาได้ไม่ครบ..."

"หาให้ครบ"

"...ครับ"

"ผมขอโทษที่เคร่งเรื่องนี้ แต่..." ไฟจากเพดานส่องให้เห็นเงาเจ้าของว่ามาหยุดเคียงข้าง ร่างนั้นย่อลงแล้วทาบหลังมือบนพื้น "สัมผัสมันต่างกัน"

ใบหน้าหวานอยู่ห่างไปเพียงคืบ "ต่อให้อากาศหนาวขนาดนี้ ผิวเปล่าๆทาบลงไปก็ยังอุ่น"

ยงกุกพยายามแปลความจากประโยคนั้น และเขาคิดทางอื่นไม่ออก

รู้สึกถึงน้ำหนักของสายตา...


"ผมไม่ได้รับแขกในห้องนอนตัวเอง ถ้าคุณกำลังสงสัย"
 
 
...เขาไม่ได้สงสัย
 
 
ลมหายใจปัดเป่าบนผิวแก้ม
 
 
 
"ไม่มีใครเคยขึ้นมาบนนี้"

.

...คำพูดที่ไร้ความจริงมันก็แค่ลมปาก


อย่าเชื่อได้ไหม


"ยงกุก..."


อย่าไปฟัง


"...ยงกุก"


.

สายฝนภายนอกจะพัดรุนแรงเพียงใด หากแต่ไม่เท่าความขัดแย้งในใจบังยงกุกยามนี้ คนๆนี้ไม่ใช่คนที่เขาต้องการ เราเดินร่วมกันไปข้างหน้าไม่ได้

แต่ทำไม...

.

.

สองร่างราวกับมีแรงดึงดูดเข้าหากัน แรงมือหลังท้ายทอยกระชากให้เรียวปากบดเบียดราวกับชดเชยช่วงเวลาที่ร้างไป

อ่อนนุ่ม ...ทั้งโหยหา

ไอร้อนที่แลกผ่านและเสียงหัวใจเต้นย้ำชัดว่าสัมผัสนี้เกิดขึ้นจริง

ปรางแก้ม...

ต้นคอ

...ลาดไหล่

ฝ่ามือใหญ่ฟอนเฟ้นไปทั่ว จนทาบทั้งร่างลงพื้นไม้ ชายเสื้อขาวเลื่อนหลุดตามแรงดึง ยงกุกทนปลดออกเพียงแค่กระดุมเม็ดบนแล้วเลื่อนผ้าขาวหลุดจากร่างบาง ตาคมเฝ้ามองท่าทีอันร้อนรน

คราวนี้เขาจะจำให้ได้ จะไม่ลืมอีกแล้ว

ผิวแก้มแดงปลั่ง...

สายตาปรอยฉ่ำ

ริมฝีปากตามประกบซ้ำลงอีกครั้ง สองมือสอดเข้าใต้บั้นเอวคอยประคองแนวหลังที่แอ่นโค้ง ร่างกายเสียดสีไม่เว้นว่าง

มือบางเบียดทับบนเนื้อผ้า ก่อนเอื้อมปลดเข็มขัดให้

...ไม่หยุด เขาไม่หยุดอีกแล้ว

ตากลมโตปรือขึ้นมองยงกุก สองเข่าวางคร่อมข้างเอวคอด มือใหญ่กระชากเนคไทตัวเองหลุด

สีหน้าแบบนั้น...

แดฮยอนยังจำได้ ...เขาทนไม่ไหว

เรียวขาเปลือยเปล่าถูกจับต้องตามแต่ใจ ริมฝีปากไล้ประทับข้างข้อเท้า
 
ปลีน่อง
 
ขาอ่อน...
 
ไต่สูงถึงบั้นเอว

หากแต่ปลายนิ้วยาวแหวกเนื้อนุ่ม เลื่อนต่ำลง

แทรก... ทีละน้อย
 
.
 
ลึก...

"...คุณ"

เสียงหวานกลั้นไม่อยู่

ริมฝีปากพรมลงเบาๆราวกับจะปลอบโยน แต่ครั้นแล้วเสียงร้องพลันกรีดแรงขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าหวานสะบัดออก สองมือโหนบนบ่าแข็ง... หน้าผากซบลงบนลาดไหล่ กายบางสะดุ้งทุกครั้งที่ถูกแตะต้อง

"ยงกุก... ยงกุก..." เขาเรียกซ้ำอยู่อย่างนั้น ราวกับไม่มีสิ่งใดอีกแล้วที่อยากจะย้ำกับตัวเอง
 
.
 
และสำหรับคนฟัง ชื่อนั้นเพราะกว่าสิ่งใด

เสียงทุ้มหวานครางระงมบนอกเขา

เรียวปากอิ่มปัดป่ายตามลำคอ
 
.
 
พายุ...

และเกลียวคลื่น

.
 
.
 
"อื้อ... อืม... พอ"

แดฮยอนปรามเมื่อสองร่างยังไม่ยอมแยกจาก

"ยงกุก หยุด..."

แววตาละอายกับการกระทำของตัวเองสะท้อนชัด ร่างสูงกำลังจะปล่อยมือ

ทว่ามือเล็กคว้าจับไว้

"อย่าเพิ่ง..."

...ตากลมโตเหลียวมองเตียงนอน
 
.
 
อย่าเพิ่งไป



...



...จองแดฮยอนพลิกตัวตื่นขึ้นในความมืด

เสียงฝนเบาลงมากทว่ายังไม่จางหาย

มือบางวาดไปข้างกาย

ความหวังที่ว่าจะยังพบใครทลายลงเมื่อพบกับความว่างเปล่า

ไม่ใช่ว่าเขา...?

ตากลมโตเหลือบไปเห็นเนคไทสีดำสนิทถูกลืมอยู่บนพื้นไม้

...

"ไม่เป็นไร"

ไม่เป็นไร...

ร่างบางเอนลงดังเช่นเดิม สองแขนประคองกอดร่างกายตัวเองไว้

ทำไมกัน...

ทำไมถึงเกิดความรู้สึกที่ว่า หากถูกคนๆนี้แตะต้องแล้วตัวเขาคงสะอาดขึ้นมาบ้าง
 
.
 
'ฉันคนเดียว...'

'...มีฉันคนเดียวได้ไหม'
 
.
 
คำพูดนั่นไม่ได้มีไว้เพื่อเขา แต่ว่า...

...อยากจะฟัง

อยากทำให้ได้ตามนั้น

มันจะสำคัญบ้างหรือเปล่า




...



on this rainy night
 
i cannot fall asleep...




...




ในห้องรับรองแขกห้องสุดท้าย ท็อปเอสคอร์ทของคลับสองคนนั่งกันอยู่คนละฝั่งโซฟา จองแดฮยอนนั่งไขว่ห้างมองออกไปด้านนอก ข้อศอกวางอยู่บนที่เท้าแขน ใบหน้ายังคงไม่แสดงอารมณ์ใด

"นายเป็นอะไรหรือเปล่า" ยูยองแจที่นั่งพลิกแฟ้มสีดำเหลือบขึ้นมอง

"ไม่หรอก" เขาฝืนกระตุกยิ้ม ยองแจเป็นไม่กี่คนที่เขาคุยด้วยได้

ยองแจยักไหล่แล้วเลื่อนตารางรายชื่อให้ดู "ที่ขีดออกแล้วคือแขกของนายที่ฉันเคยรับแทน จะโอนมาทางนี้คงไม่มีปัญหา ส่วนที่เหลือ..."

"ขีดออกให้หมด"

ยองแจเลิกคิ้ว "แต่บางคนแจ้งมาแล้วว่าไม่ยอมรับใครแทน"

"งั้นก็ปล่อยให้รอไป"

ผู้รับฟังอ้าปากจะเตือนอะไรบางอย่างแต่เลือกที่จะเงียบไว้ แดฮยอนไม่ค่อยยอมฟังใครอยู่แล้ว

เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนมองพระอาทิตย์ตก แสงสุดท้ายกำลังลาลับ ...ราวกับบางอย่างกำลังจะดับลง ในใจวูบไหวเมื่อนึกถึงเนคไทสีดำที่ซักรีดเรียบร้อยแล้ววางอยู่ข้างเตียง

...ถ้าหากว่าเจ้าของคิดจะทิ้งมัน

...

เสียงโทรศัพท์ของเลาจ์นดังขึ้น จุนฮงที่ทำหน้าที่บาร์เทนเดอร์ตามปรกติรับแล้วพยักหน้า "พี่แดฮยอน มีคนจากอีกรุ๊ปมาขอพบครับ"

ฟันขาวกัดลงบนเรียวปาก "...บอกชื่อไว้หรือเปล่า?"

...เขากลั้นหายใจ
 
.
 
"คุณบังยงกุกครับ"

.

ไม่แน่ว่าแดฮยอนจะรู้ตัวหรือไม่ แต่ยองแจเสียดายแทนหากว่าเพื่อนร่วมงานของเขาจะเลิกรับแขก

เพื่อแลกกับการได้เห็นเรียวปากอิ่มยิ้มแบบเดียวกับในตอนนี้
 
ไม่ว่าใครก็คงทุ่มจนหมดตัว



...




กระดาษก้อนกลมถูกปั้นแล้วโยนลงถังขยะที่อยู่อีกมุมหนึ่งของห้องทำงานอย่างแม่นยำ มุนจงออบกำมือดีใจเล็กๆกับตัวเอง เขาเอนพิงพนักเก้าอี้เต็มตัวแล้วแอบยกเท้าขึ้นพาดโต๊ะเพื่อยืดขา เขาแค่สบายใจที่เย็นนี้คงไม่มีงานเพิ่ม

ก็นะ ระยะหลังนี้หัวหน้าทีมของเขายอมยืดหยุ่นเรื่องงานบ้าง จะเป็นเพราะอะไรเขาคงไม่ต้องเสียเวลาเดา ตั้งแต่เมื่อเดือนก่อนที่เขากับพี่ยงกุกไปประชุมที่คลับเฮาส์ที่ใหญ่ที่สุดของเครือชเว... วันที่เขาถูกปล่อยให้กลับบ้านเองเพราะติดต่อเจ้านายไม่ได้

...วันต่อมาพี่ยงกุกมาทำงานด้วยสีหน้าที่ไม่เหมือนคนแบกโลกทั้งโลกไว้อีกต่อไป

ก็เล่นหายไปกับคุณจองแบบนั้น...

ตอนแรกจงออบไม่กล้าถาม แต่หลังจากที่เขาปรินต์รูปที่แอบถ่ายคุณจองไปวางบนโต๊ะเจ้านายแล้วได้รับคำขอบคุณนั่นแหละ ถึงได้แน่ใจ

หลังจากนั้นไม่ต้องพูดถึง คุณจองแวะมาหาเจ้านายของเขาตอนเลิกงานบ่อยมาก บ่อยชนิดที่ว่าไม่ต้องแลกบัตร แถมคนที่นี่ก็ไม่มีใครถามอะไรให้มากความ คงเพราะจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับที่ 'อยู่บนโซฟาเดียวกับพี่ยงกุก' ในงานเลี้ย