2013/Sep/29

Title: Lost & Found
Status: 6/6
Fandom: B.A.P
Pairing: Yongguk / Daehyun
Genre: AU, Drama
Rating: R
Warning: Boy / Boy, if it's not your thing please don't read.
Disclaimer: The boys not mine, no money made. 
For other chapters: [my fic index]
Note: the song that inspired the whole story : EXO-M - Heart Attack [ here ]
 
 
 
 
 
 
Lost & Found
by kiba kai
 
 
 
 
แต่สิ่งที่เขาไม่เข้าใจ

.

คราวฮโยซองเขาแค่อยากหนีไปให้พ้น

ไม่ได้

...อยากตาย...

เหมือนเช่นครั้งนี้
 
 
 
 
 
 
chapter 6 : Repented
 
 
 
 

...ทำไมไม่จำ

ทำไมเจ็บกว่าครั้งก่อน

หากครั้งต่อไปจะเจ็บกว่านี้

...ขออย่าได้มีอีกเลย





'เอสคอร์ทที่มีค่าตัวสูงขนาดนี้...'

...

'ผมไม่มีเงินจ่าย'

.



จองแดฮยอนกำลังเงยหน้าขึ้นมองฟ้า ท้องฟ้าสีดำที่ไม่มีแม้กระทั่งสะเก็ดแสงสีขาว ...

ใครว่าความสูงจะช่วยให้เราเข้าใกล้แสงดาว... มันไม่จริงสักนิดเลย

ต่อให้อยู่บนเพนท์เฮาส์สูงที่สุดของเมืองหลวงเช่นนี้ เขากลับยิ่งห่างไกลแสงสว่างออกไปทุกที

สิ่งที่ห่อหุ้มร่างกายเปลือยเปล่าไว้มีเพียงสายน้ำ... และฝ่ามือหยาบของชายแปลกหน้า

ริมฝีปากที่ไม่คุ้นเคยไล่ขบเม้มไปตามผิวเนื้ออ่อนที่โผล่พ้นน้ำ เขาถูกพลิกให้หันหน้าเข้าหาขอบสระ เสียงกระซิบแหบพร่าจากหลังคอกำลังอ้อนวอนขอในสิ่งที่ถูกแลกเปลี่ยนด้วยเงิน

"ผมจะตายอยู่แล้ว ...แดฮยอน"

.

ตากลมโตฝืนมองท้องฟ้าดำมืดอีกเพียงครั้งเดียว

มืดสนิท...

ไม่เห็นแสงใด

"ผมก็เหมือนกัน"



...





ยูยองแจกระชับแจคเก็ตให้เรียบร้อยอีกครั้งก่อนเดินไปหยุดหน้าเคาน์เตอร์บาร์ประจำห้องรับรองห้องสุดท้าย

ชเวจุนฮงพับเก็บแฟ้มสรุปงานออกแบบแล้วหันไปเปิดก๊อกน้ำล้างมือ "พี่ยองแจดื่มอะไรดีครับ" เขาพยายามนึกถึงเครื่องดื่มประจำที่ยองแจชอบสั่ง น่าแปลกที่เขานึกไม่ออก เพราะยองแจไม่เคยเริ่มสั่งอะไรเอง มีแต่ดื่มแบบเดียวกับแขกเท่านั้น

ชายหนุ่มมองแก้วของจุนฮงแล้วยกยิ้มเพียงมุมปาก "โคล่าก็แล้วกัน"

จุนฮงเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่เอ่ยถาม "พักนี้ไม่ค่อยเจอพี่เลย"

ยองแจนั่งลงบนเก้าอี้สูง ที่จุนฮงทักคงเพราะว่าก่อนนี้เขามาห้องนี้แทบทุกวัน ต้องรับแขกแทนแดฮยอน ...แต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่

แม้จะไม่แน่ใจสาเหตุ ทว่าเกือบสองเดือนแล้วที่แดฮยอนเริ่มกลับมาทำงานเหมือนเดิม งานเอสคอร์ทปรกติยังไม่เท่าไร แต่ที่ทำเขาแปลกใจคือแดฮยอนตอบรับคำขอสำหรับการพาเขาออกไปข้างนอก

ทุกคน

จากเอสคอร์ทระดับท็อปที่แทบไม่ยอมให้ใครล่วงเกิน มาตอนนี้ถูกใครต่อใครพาออกไปง่ายๆ บางทีตามร่างกายถึงกับมีรอยช้ำกลับมา...ก็ไม่ได้ถึงกับเป็นห่วง แต่จะบอกว่าไม่คิดอะไรเลยก็คงไม่ถูก

"แดฮยอนล่ะ" เขาถามพลางยกโคล่าขึ้นดื่ม

หางคิ้วตกลงอย่างเห็นได้ชัด เด็กหนุ่มตัวสูงดื่มโคล่าของตัวเองบ้าง "คืนนี้คงไม่กลับเข้ามาแล้วครับ" ต่างคนต่างครุ่นคิดอะไรในใจ จนจุนฮงเป็นฝ่ายเอ่ยปากลอยๆ "พี่แดฮยอนเขา... ทะเลาะกับคุณบังหรือเปล่านะ"

ยอง แจหรี่ตา ...บังยงกุก สถาปนิกคนนั้น สาเหตุของความลังเลในสายตาแดฮยอน... เขาไม่รู้เรื่องของสองคนนี้เกินไปกว่าคืนแรกที่พบ แต่อย่างว่า แค่คืนแรกยังมองกันขนาดนั้น ต้องทำงานด้วยกัน เจอกันบ่อยๆ เขาไม่เชื่อว่าคุณบังที่ว่าจะไม่รู้สึกอะไรเลย

แต่แดฮยอนนี่สิ...

อ้อ หรือเป็นเพราะคุณบังที่ทำให้เจ้าตัวเลิกรับแขก แล้ว... จะเป็นคนเดียวกันที่ทำให้ตอนนี้รับแขกไม่เลือกหน้าด้วยหรือเปล่า

เจอกันมาประมาณเดือนกว่า? แต่ช่วงเวลาที่นายใช้ทำร้ายตัวเองนี่มันจะสองเดือนแล้ว

.

นายจริงจังเหรอ ...แดฮยอน

หลังจากเรื่องคราวก่อน... ยังทนเจ็บไหวอีกหรือไง

...

ยองแจมองหน้าจุนฮงที่ยังยืนเม้มปาก "นายเป็นห่วงแดฮยอนหรือเปล่า"

เด็กหนุ่มผงกหัวเบาๆ

"งั้นช่วยอะไรหน่อยสิ"



...




ชเวจุนฮงลูกพี่ชายของชเวซึงฮยอน เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่มีลายนิ้วมือสแกนเข้าห้องพักของผู้เป็นอาได้ อาของเขาไม่ค่อยอยู่ในเกาหลี แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่อยู่ก็จะไม่ค่อยออกไปไหน เพราะห้องพักชั้นบนสุดของสปาคอมเพลกซ์นี่คงมีทุกอย่างที่เขาต้องการ

เด็กหนุ่มติดต่อคุณอาผ่านอินเตอร์โฟนหน้าประตูก่อนและเปิดเข้าไปเมื่อได้รับ อนุญาต โมเดิร์นเพนต์เฮาส์ขนาดกว้างขวางที่แม้เขาจะอยู่แค่ชั้นถัดลงไปยังได้เข้ามา ไม่กี่ครั้ง แสงสว่างของดาว์นไลท์สะท้อนผนังขาวสลับกระจกเงาบานใหญ่ทั่วห้องยิ่งให้ความ รู้สึกโอ่โถง เขายังไม่เห็นใครจึงเดินผ่านห้องรับแขกโล่งออกไปยังประตูกระจกใสโซน เอาท์ดอร์ที่กินพื้นที่ถึงหนึ่งในสามของชั้น

...เสียงเคลื่อนไหวของน้ำ

มีคนอยู่ในสระ...

จุนฮงหยุดมอง เพราะรูปร่างบอบบางที่ว่ายน้ำมาหยุดตรงหน้าเขาไม่น่าใช่ซึงฮยอน มือเล็กเสยผมสีบลอนด์สว่างให้พ้นใบหน้า ปลายจมูกโด่ง เรียวปากบางหอบลมหายใจเข้าปอด ดวงตาคมมองมาที่เขาก่อนกระตุกยิ้มทักทาย ข้อมือผอมบางดันทั้งกายขึ้นจากน้ำ

ผิวขาวกระจ่างสะท้อนแสงไฟ

ทั้งร่างถูกห่อหุ้มเพียงรอยสักประปรายเท่านั้น

"ส่งเสื้อคลุมให้หน่อย จุนฮง"

เจ้าของชื่อรีบก้มคว้าชุดคลุมสีขาวใกล้มือส่งให้ คนตรงหน้าไม่ได้รีบร้อนปกปิดร่างกาย แต่เป็นเขาเองที่เบี่ยงหน้าที่เริ่มจะร้อนวูบหลบ รู้สึกว่าไม่ควรมอง เพราะแม้จะไม่ได้ทำงานแล้ว แต่คนๆนี้ยังมีตำแหน่งเป็นเอสคอร์ทที่มีค่าตัวสูงที่สุดของคลับ คนที่ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ออกไปเอนเตอร์เทนแขกนอกสถานที่แม้แต่ครั้งเดียว

แต่ว่าตอนนี้ ...จะว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินเครือชเวครึ่งหนึ่งก็ไม่ผิดนัก

...ในเมื่อเป็นคนรักของชเวซึงฮยอน

ควอนจียง

.

"จุนฮง ทางนี้" เสียงทุ้มใหญ่ของอาเขาเรียกจากบันไดชั้นลอย เจ้าของห้องเดินลงมาต้อนรับเขา แม้ยังอยู่ในชุดคลุมที่ผูกไว้หลวมๆกับปลายผมที่ยังเปียกชื้น "นั่งสิ"

ส่วนด้านล่างของชั้นลอยที่ถูกตกแต่งไว้เป็นห้องทำงาน ผนังกระจกที่มองออกไปในแสงสลัวยังเห็นคุณควอนเอนลงกับเตียงสนาม เข่าที่ยกชันข้างหนึ่งร่นผ้าคลุมขึ้นไปถึงแนวสะโพก และมือข้างหนึ่งมองไม่เห็นว่าทำอะไร

จุนฮงรู้สึกว่าเขามาผิดเวลา

เสียงทุ้มหัวเราะในลำคอ "ช่างเขาเถอะจุนฮง เธอมีอะไรล่ะ"

"ผม... เป็นห่วงพี่แดฮยอน"

ซึงฮยอนเอนลงพิงพนักเก้าอี้ "หมายถึงการที่เขาออกไปรับแขกข้างนอกทุกวันๆ?" เขาพูดต่อเมื่อหลานชายพยักหน้า "นั่นเขาขอฉันเอง" ...ถ้าคำว่า 'ผมไม่ต้องการคำอนุญาตจากคุณ' เป็นคำขอล่ะนะ

มือใหญ่ขยับจะเทวิสกี้ แต่จุนฮงลุกไปรินให้เสียก่อน

"เธอสนุกกับงานไหม"

"ดีครับ งานบาร์เทนเดอร์ชอบมีแขกมาสั่งเครื่องดื่มแปลกๆ เรื่องที่ให้ช่วยดูแบบงานก่อสร้างกับตกแต่งนั่นผมก็ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมา แต่ว่ามีบางอย่างที่ผมไม่เข้าใจ..." อาเขาพยักหน้าให้พูดต่อ

"ทำไมอาใช้พี่แดฮยอนล่ะครับ"

ซึงฮยอนยกวิสกี้ขึ้นดื่ม

"..." ทำไมงั้นหรือ

...

บางทีเขาอยากจะชดใช้

หรือบางทีแค่อยากให้ตัวเองถูกปลดปล่อยจากความรู้สึกผิดบาป

ทุกครั้งที่มองแดฮยอน เศษแก้วที่มองไม่เห็นยังบาดมือเขาทุกครั้ง

ตั้งแต่วันที่เด็กนั่นมาของาน? เด็กหนุ่มหน้าตาแบบนั้น ทั้งรอยยิ้มที่แทบทำให้ห้องมืดๆห้องหนึ่งสว่างไสวกับนัยน์ตาใสราวกับแก้ว กลับมาขอสมัครงานเป็นเด็กเสิร์ฟ

'เธอไม่เหมาะกับตำแหน่งนั้นหรอก'

...เขาจำสิ่งที่พูดไปได้

'พาไปขัดตัวแล้วให้ขึ้นไปหาฉันที่ห้อง'

เขาจำ... สิ่งที่ทำไว้ได้

.

...ช่วงเวลาหนึ่งที่เขานึกหลงไหลความใสซื่อเช่นนั้น จากที่แดฮยอนเคยเป็นเด็กยิ้มง่าย ดวงตาโค้งน่ารักยามอารมณ์ดี

แต่เขาตักตวงมันมากไป

...สายตาคล้ายคนที่มีความรักมองมาที่เขา

เป็นเขาเองที่ปล่อยให้แดฮยอนเชื่อ ว่าเป็น 'คนพิเศษ' ช่วงที่จียงขอออกไปท่องเที่ยวแรมปี เขากลับใช้เด็กนั่นเป็น 'ตัวแทน' ...เขาผิดเองที่แทบไม่ปล่อยให้เด็กนั่นห่างกาย แค่แดฮยอนมองอะไรเขาก็หามาให้แทบทุกอย่าง

ถึงวันที่จียงกลับมา และเขาบอกออกไป ว่ามี 'คนรัก' อยู่แล้ว เขาขอโทษ และสัญญาว่าจะดูแลแดฮยอนอย่างดี ขอแค่เรื่องเดียวที่เขาไม่มีวันทำได้ คือสนองตอบความเทิดทูนเช่นนั้น

รอยยิ้มของเด็กนั่นหายไป

และไม่คืนมาอีกเลย

...

ส่วนการที่ส่งแดฮยอนไปทำงานในฐานะตัวแทนของคลับ ...คิมฮิมชานนั่นไม่เท่าไหร่ ดูแค่สีหน้าแดฮยอนก็รู้ เรื่องคืนนั้นที่แดฮยอนหายไปทั้งคืนแต่เจ้าตัวบอกว่าไม่ได้พบฮิมชานซึ่งเป็น แขกที่จองไว้ คนขับรถที่ส่งไปติดตามบอกว่าแดฮยอนค้างที่คอนโดของหนึ่งในพนักงานบริษัท เดียวกัน

บังยงกุก

...แดฮยอนหวั่นไหวหรือเปล่า เขาไม่อาจรู้

แต่นอกจากเขา แดฮยอนไม่เคยยอมอยู่กับใครจนถึงเช้า

ถ้านั่นคือคนที่อาจทำลายกำแพงแห่งความผิดบาปที่เขาเป็นคนสร้าง ...ถ้าหากบังยงกุกทำให้มันมีรอยร้าวได้แม้สักนิด... การส่งแดฮยอนไปทำงานด้วย เรียกว่าเป็นการเสี่ยง เพราะเขาไม่รู้ว่าบังยงกุกมองแดฮยอนแบบไหน

เพียงหลงใหลหรือมากกว่านั้น

จนกระทั่งสองเดือนก่อน การเสี่ยงนั้นเหมือนจะคุ้มค่า ทว่าตอนนี้เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น...

"จุนฮง ต่อสายหาประธานอีกรุ๊ปให้ที"




...





ขอบเขตของการรับแขกในฐานะเอสคอร์ทของคลับที่ว่า 'ตราบใดที่ไม่ออกจากห้องนี้ แขกจะทำอะไรก็ได้' กำลังถูกทดสอบ

จะว่าจองแดฮยอนไม่สนใจก็ได้ ว่ากำลังถูกแตะต้องอย่างไร หรือใครกำลังมองอยู่บ้าง แขกที่เข้ามาถึงห้องนี้ได้มีไม่มากมาย

กรงขังที่เกิดจากร่างกายชายแปลกหน้าและโซฟาผ้ากำมะหยี่

...เรียวขาแยกรับฝ่ามือที่หยาบกระด้าง

ลมหายใจกักขฬะ...

.

เขาไม่สนอะไรอีกแล้ว

จะใครก็ได้ ...ช่วยให้เขาลืมเสียที

"แดฮยอน... เธอ"

.

สิ่งที่เขาอยากเก็บรักษาไว้...

"ตรงนี้ได้เหรอ?"

.

...ไม่มีอีกต่อไป


ยิ่งสติและความยั้งคิดถูกฉุดให้ตกต่ำด้วยเหล้าและความหวังที่พังจนไม่เหลือชิ้นดี เด็กหนุ่มหลับตาและพยักหน้าเบาๆ

จนยูยองแจที่มองอยู่นานแล้วถึงกับสบถออกมา เขาลากการ์ดสองคนเข้าไปพร้อมกัน กระแอมหนึ่งครั้งก่อนจะรู้สึกว่าการรอให้แขกผู้มีตำแหน่งสูงทางการเมืองหยุด มือจากแดฮยอนเห็นจะไม่เป็นผล "ท่านครับ ขออภัยด้วย ท่านอยู่ครบกำหนดเวลาแล้ว"

แขกกระเป๋าหนักหันมาตวาด "งั้นก็ไปเปิดห้อง!"

ยองแจกลอกตาก่อนจะเรียกพนักงานต้อนรับเข้าช่วยเคลียร์ "ขออภัยอีกครั้งครับ แขกคนต่อไปของคุณจองมารอแล้ว กรุณารักษาเวลาด้วย"

ทว่าเป็นแดฮยอนเองที่ไม่ยอมปล่อยแขก จะด้วยเมามายหรือเหตุอื่นใดไม่มีใครรู้ แต่ยองแจไม่อยากจะทนดูอีกแล้ว เขาสั่งให้พนักงานแจ้งข้อมูลแขกคนต่อไปและให้พาเข้ามาทันทีทั้งที่เป็นข้อ ห้าม

"เอ่อ แขกคนต่อไป ...มาจากอีกรุ๊ปครับ"

เพียงเท่านั้น ตากลมโตที่ปิดสนิทมาตลอดกลับเบิกโพลงมองไปทางประตู ทั้งตัวพยายามผละถอยออกจากแขกที่เขาเพิ่งกกกอด เสียงแหบแห้งร้องห้าม "ไม่... เดี๋ยว อย่าเพิ่งให้เข้ามา"

ทว่าไม่ทันเสียแล้ว ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในสูทเทาเข้มเดินตรงมาที่เขา สีหน้าที่มีรอยยิ้มสว่างไสววูบลงในทันทีเมื่อเห็นว่ายังมีแขกอีกคนคร่อมร่าง คนที่ตั้งใจมาพบ

ไม่...

"...ไม่"

แดฮยอนเบี่ยงตัวหนีพลางเอามือปิดหน้า

ยองแจเบาเสียงแล้วค่อยๆดึงแขนเจ้าตัวให้ยืน "ลุกออกมาเถอะ"

รอจนแขกคนก่อนหัวฟัดหัวเหวี่ยงจากไป แดฮยอนยังไม่กล้าเงยขึ้นมองหน้าใคร ระดับสายตาเขามีเพียงรองเท้าของแขกที่ไม่อยากสู้หน้าเท่านั้น

ไม่อยากถูกพบในสภาพนี้

...คนที่ตีค่าความรู้สึกเขาเป็นตัวเงิน

.

'เอสคอร์ทที่มีค่าตัวสูงขนาดนี้... ผมไม่มีเงินจ่าย'

.

ทั้งที่ระหว่างกันไม่เคยมีคำว่าซื้อขาย มันไม่ใช่ว่าสิ่งใดๆที่เคยมีร่วมกัน คือความเต็มใจหรอกหรือ ...ทำไมยงกุกถึงคิดว่ามีตัวเลขที่สามารถตีมูลค่าความรู้สึกเขาได้

แดฮยอนไม่รู้หรอก ว่าแท้จริงแล้วในตอนนั้นยงกุกพูดออกมาเพราะอะไร แต่เวลาที่เขาใช้มาร่วมสองเดือนเพื่อค้นหาความหมายของมัน คงมีเพียงแค่

เพราะเบื่อ...

...เพราะไม่ต้องการแล้ว

หรือนึกรังเกียจขึ้นมา

.

ที่ว่าหมดเวลา มันตัวเขาต่างหาก ...ไม่ใช่ใคร

...

แดฮยอนก้มศีรษะให้ต่ำลงแล้วพยายามจะก้าวเดินออกไป ทว่าข้อมือเขาถูกรั้งไว้

"แดฮยอน ...ผมมาหาคุณนะ"

...ยงกุก

"คุณหายไปเลย ผมคิดถึง"

...อย่าพูดแบบนี้

...อย่า

เขาถูกดึงกลับไปสู่อ้อมกอด ...อบอุ่น

.

ทว่าไม่ใช่ กลิ่นกายไม่คุ้นเคย

...คนๆนี้

.

"...คิดถึงจะตายอยู่แล้ว"

.

คือ คิมฮิมชาน


...ใช่ว่าไม่อยากได้ยิน คำพูดแบบนี้

ใช่ว่าไม่อยากฟัง สองเดือนที่ผ่านมา เขารอมาตลอด

แต่เขารอมันจากคนที่ทำลายเขาไม่เหลือชิ้นดีด้วยคำพูดประโยคเดียว

.

"แดฮยอน! แดฮยอน!"

.

...ทั้งที่เคยคิด ว่าคนที่จริงใจอาจจะมีจริง

หลงคิด ว่าสักวันจะได้มีเจ้าของเป็นคนที่รักมั่น

ความผิดของเขามีเพียงแค่ การที่เขาเพ้อฝันถึงความสุข

...เป็นครั้งที่สอง

.

"แดฮยอนปล่อยมือสิ! ตั้งสติหน่อย! เขาไม่ใช่คุณยงกุกนะ!

.

ใช่ ไม่ใช่ยงกุกหรอก

เพราะเขาไม่มาแล้ว

...ไม่อีกแล้ว


.


...ทำไมไม่จำ

ทำไมเจ็บกว่าครั้งก่อน

หากครั้งต่อไปจะเจ็บกว่านี้

...ขออย่าได้มีอีกเลย

.


...



จะว่าคิมฮิมชานไม่ได้เตรียมใจมาพบเหตุการณ์แบบนี้คงไม่ผิด ทั้งที่เขาเพียงอยากพบจองแดฮยอนเท่านั้น ...ไม่นึก ว่าคนที่นิ่งสงบและมีสเน่ห์น่าหลงใหลมาตลอดในสายตาเขาจะกลายเป็นแบบนี้

...ร้องไห้บนอกเขาราวกับเด็กน้อย

เนื้อตัวสั่นตามแรงสะอื้นจนน่าสงสาร

ภายนอกที่เคยเห็นว่าเข้มแข็งนั่นคงเป็นเพียงเปลือก แต่สิ่งใดเล่าที่ทุบมันจนแหลกละเอียดถึงปานนั้น...

เมื่อมือเล็กคลายลงด้วยความเหนื่อยล้าจนหลับจึงได้ถูกชเวจุนฮงและการ์ดพาออกไป เขาได้ยินยูยองแจสั่งยกเลิกงานของแดฮยอนทั้งอาทิตย์ และทั้งคืนนี้ของตัวเองก่อนจะหันมาหาเขา

"คุณคิมฮิมชาน ขอโทษที่ทำให้เสียเวลานะครับ ...เกี่ยวกับแดฮยอน ให้ทางเราอธิบายสักหน่อยได้ไหม"

เขาพยักหน้า เพราะแปลกใจที่เมื่อครู่ได้ยินชื่อของยงกุก ฮิมชานไม่เคยรู้ว่าสองคนนี้เกี่ยวข้องกันแบบไหน ถึงจะเคยประชุมร่วมกันมาก็นานแล้ว แถมสองคนนี้เวลาคุยกันก็แค่ถามคำตอบคำเท่านั้น

เพราะตั้งแต่สองเดือนก่อน อยู่ๆจองแดฮยอนเลิกมาประชุมที่ออฟฟิศ มีแค่ชเวจุนฮงกับตัวแทนฝ่ายอื่นไม่กี่คนเท่านั้นที่รับช่วงงานต่อ เขาพยายามถามแล้วเพราะก่อนหน้านั้นแดฮยอนมาตรวจดูขั้นตอนการทำงานบ่อยชนิด วันเว้นวัน ทั้งตรวจเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น วอลล์เปเปอร์ แม้กระทั่งสีกระเบื้อง ลงดีเทลละเอียดขนาดว่าเวลาจะขอออกไปทานข้าวด้วยสักครั้งยังแทบไม่มี แถมแดฮยอนให้การ์ดประกบติดตลอดเวลา ขนาดเข้าห้องน้ำยังตามไปเฝ้าหน้าห้อง

สุดท้ายแล้วเขาไม่รู้จะพบแดฮยอนได้ที่ไหนจึงได้มาที่นี่

"นั่งก่อนเถอะครับคุณคิม" เครื่องดื่มง่ายๆถูกยื่นส่งให้จากมือของยูยองแจ "ในฐานะที่พวกคุณรู้จักกันอยู่แล้ว ผมไม่แน่ใจว่าคุณทราบเรื่องระหว่างคุณบังกับแดฮยอนหรือเปล่า"

ฮิมชานส่ายหน้า

"เขาเป็นคนรักกันอยู่ช่วงหนึ่ง ...ไม่ว่าทั้งสองคนจะรู้ตัวหรือไม่ก็เถอะ"

มือที่กำลังยกแก้วขึ้นดื่มเกือบทำมันร่วงไปกับโต๊ะ "บังยงกุกกับคุณแดฮยอนน่ะนะ?" นั่นมันแทบไม่น่าเป็นไปได้ บังยงกุกที่ใครๆว่าเย็นชานักหนา...

"และคุณบังไม่เคยจ่ายเงินซื้อเวลาของแดฮยอน"

...เช่นนั้นคบกันในฐานะสถาปนิก และตัวแทนจากเครือชเวงั้นหรือ?

ทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว ว่าแดฮยอนเป็นเอสคอร์ท?

ฮิมชานนิ่งไป เขาเองอาจเหมือนแขกทั่วไปของที่นี่ อาจเพียงหลงใหลของขวัญชิ้นหนึ่ง